“สมเด็จโต พรหมรังสี” ผู้ค้นพบคัมภีร์โบราณก่อนขนานนามว่า “คาถาชินบัญชร”


ประวัติศาสตร์

วิรินทร์ พรหมสาขา ณ สกลนคร | จูล~Joule

Thai PBS
แชร์

“สมเด็จโต พรหมรังสี” ผู้ค้นพบคัมภีร์โบราณก่อนขนานนามว่า “คาถาชินบัญชร”

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4108

“สมเด็จโต พรหมรังสี” ผู้ค้นพบคัมภีร์โบราณก่อนขนานนามว่า “คาถาชินบัญชร”

“คาถาชินบัญชร” บทสวดมนต์ที่พุทธศาสนิกชนคงเคยคุ้นไม่มากก็น้อย แม้ว่าจะมีความยาวถึง 15 บท แต่หลายคนก็สามารถสวดได้อย่างคล่องแคล่วด้วยแรงศรัทธาต่อบทสวดมนต์ที่เข้มขลัง เสมือนสร้างพลังใจได้จากแต่ละวรรคตอน เพราะในบทสวดมนต์นี้ ได้อัญเชิญพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ พระธรรม และพระอรหันตสาวกผู้เลิศคุณ มาสถิตที่อวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย และอัญเชิญพระปริตร ที่เชื่อกันว่ามีอานุภาพ 108 ประการ มาเป็นกำแพงคุ้มครองป้องกันภัยทั้งภายในและภายนอก

ประวัติและที่มา “คาถาชินบัญชร”

ประวัติของ “คาถาชินบัญชร” ต้องย้อนไปถึงคัมภีร์ใบลานจารด้วยอักษรล้านนา ซึ่งเป็นบันทึกการเดินทางไปกราบนมัสการพระเขี้ยวแก้วที่ประเทศศรีลังกา (ลังกาในขณะนั้น) ในปี พ.ศ. 1981 ของพระชัยมังคละ พระเถระชาวเมืองหริภุญชัย โดยอ้างอิงความตอนหนึ่งว่า “มีครูบาชาวลังการูปหนึ่ง ได้มอบใบลานจารึก คาถาชัยบัญชร จำนวน 14 บท พร้อมด้วยประวัติการแต่งให้” จนเมื่อเวลาผ่านไป “สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)” หรือที่เรารู้จักท่านกันดีในนาม “สมเด็จโต” ก็ได้มาค้นพบคัมภีร์โบราณที่วัดเก่าแห่งหนึ่งโดยบังเอิญ ท่านได้ทูลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ว่า

“คาถาชินบัญชรนี้ เป็นสำนวนเก่าของเมืองเหนือ นำมาแก้ไขดัดแปลงใหม่ ตัดตอนให้สั้นเข้า ของลังกายาวกว่านี้”

“สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)” หรือ “สมเด็จโต” ได้ปรับแก้ไข “คาถาชัยบัญชร” จากสำนวนเก่าที่ได้จากลังกา ให้กลายมาเป็น “คาถาชินบัญชร” ที่เป็นการอาราธนาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอรหันตสาวก มาสถิตในกายในใจของผู้สวด พร้อมอัญเชิญพระพุทธเจ้ามาสถิตที่กระหม่อม จะคิดสิ่งใดก็จงคิดในสิ่งที่ดีงาม คิดสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลต่อตนเองและผู้อื่น อัญเชิญพระธรรมมาสถิตที่ดวงตา มองสิ่งใด ก็มองด้วยใจเป็นธรรม ให้พระธรรมเป็นเครื่องนำทาง อัญเชิญพระกุมารกัสสปะมาที่ปาก ให้พูดเจรจาสิ่งใด เป็นแต่คำจริง คำไพเราะและเป็นประโยชน์

บทสวดมนต์พร้อมคำแปล “คาถาชินบัญชร”

ปุตตะกาโม ละเภ ปุตตัง
ธะนะกาโม ละเภ ธะนัง
อัตถิ กาเย กายะญายะ
เทวานัง ปิยะตัง สุต๎วา

อิติปิโส ภะคะวา
ยะมะราชาโน ท้าวเวสสุวัณโณ
มะระณัง สุขัง อะระหัง
สุคะโต นะโม พุทธายะ

คำแปล : ผู้ปรารถนาบุตร พึงได้บุตร ผู้ปรารถนาทรัพย์ พึงได้ทรัพย์ บัณฑิตได้ฟังมาว่า ความเป็นที่รักที่ชอบใจของเหล่าเทวดาและมนุษย์ มีอยู่ในกาย (เรา) เพราะรู้ได้ด้วยกาย

1. ชะยาสะนาคะตา พุทธา
เชต๎วา มารัง สะวาหะนัง
จะตุสัจจาสะภัง ระสัง
เย ปิวิงสุ นะราสะภา

คำแปล : พระพุทธเจ้าผู้องอาจในหมู่ชน ประทับ ณ ชัยอาสน์บัลลังก์ ทรงชนะพญามาร ผู้พรั่งพร้อมด้วยเสนามารแล้ว เสวยอมตรส คืออริยสัจ 4 ประการ อันทำให้ผู้รู้แจ้งข้ามพ้นจากทุกข์ทั้งปวงเป็นผู้องอาจได้

2. ตัณหังกะราทะโย พุทธา
อัฏฐะวีสะติ นายะกา
สัพเพ ปะติฏฐิตา มัยหัง
มัตถะเก เต มุนิสสะรา

คำแปล : พระพุทธเจ้า 28 พระองค์ มีพระผู้ทรงพระนามว่า ตัณหังกร เป็นต้น ขออัญเชิญพระพุทธเจ้า ผู้เป็นจอมมุนีทุกพระองค์ มาประดิษฐาน ณ กลางกระหม่อมของข้าพเจ้า

3. สีเส ปะติฏฐิโต มัยหัง
พุทโธ ธัมโม ทะวิโลจะเน
สังโฆ ปะติฏฐิโต มัยหัง
อุเร สัพพะคุณากะโร

คำแปล : ขออัญเชิญพระพุทธเจ้าประดิษฐานบนศีรษะ พระธรรมอยู่ที่ดวงตาทั้งสอง พระสงฆ์ผู้เป็นบ่อเกิดความดีทุกอย่าง อยู่ที่อกของข้าพเจ้า

4. หะทะเย เม อะนุรุทโธ
สารีปุตโต จะ ทักขิเณ
โกณฑัญโญ ปิฏฐิภาคัส๎มิง
โมคคัลลาโน จะ วามะเก

คำแปล : ขอพระอนุรุทธะอยู่ที่หัวใจ พระสารีบุตรอยู่เบื้องขวา พระมหาโมคคัลลานะอยู่เบื้องซ้าย พระอัญญาโกณฑัญญะอยู่เบื้องหลังของข้าพเจ้า

5. ทักขิเณ สะวะเน มัยหัง
อาสุง อานันทะราหุลา
กัสสะโป จะ มะหานาโม
อุภาสุง วามะโสตะเก

คำแปล : ขอพระอานนท์ กับ พระราหุลอยู่หูขวา พระมหากัสสปะ กับ พระมหานามะ อยู่ที่หูซ้ายของข้าพเจ้า

6. เกสันเต ปิฏฐิภาคัส๎มิง
สุริโย วะ ปะภังกะโร
นิสินโน สิริสัมปันโน
โสภิโต มุนิ ปุงคะโว

คำแปล : พระมุนีผู้ประเสริฐ คือ พระโสภิตะ เป็นผู้เพียบพร้อมด้วยสิริอันเรืองรอง ดังพระอาทิตย์ทอแสง อยู่ที่เส้นผมตลอดทุกเส้น ทั้งข้างหน้าและข้างหลังของข้าพเจ้า

7. กุมาระกัสสะโป เถโร
มะเหสี จิตตะวาทะโก
โส มัยหัง วะทะเน นิจจัง
ปะติฏฐาสิ คุณากะโร

คำแปล : ขอพระกุมารกัสสปเถระ ผู้แสวงบุญที่ยิ่งใหญ่ ผู้เป็นบ่อเกิดคุณความดี มีวาทะไพเราะนุ่มนวลชวนฟัง ประดิษฐานเป็นประจำที่ปากของข้าพเจ้า

8. ปุณโณ อังคุลิมาโล จะ
อุปาลี นันทะสีวะลี
เถรา ปัญจะ อิเม ชาตา
นะลาเฏ ติละกา มะมะ

คำแปล : พระเถระทั้ง 5 องค์ คือ พระปุณณะ พระองคุลิมาล พระอุบาลี พระนันทะ และพระสีวลี จงปรากฏเป็นกระแจะจุณเจิมที่หน้าผากของข้าพเจ้า (“กระแจะจุณ” คือ ผงเครื่องหอม หรือ แป้งกระแจะ : ผู้เขียน)

9. เสสาสีติ มะหาเถรา
วิชิตา ชินะสาวะกา
เอตาสีติ มะหาเถรา
ชิตะวันโต ชิโนระสา
ชะลันตา สีละเตเชนะ
อังคะมังเคสุ สัณฐิตา

คำแปล : พระมหาเถระที่เหลือจากที่เอ่ยนามมาแล้ว ผู้ชนะแล้ว ผู้เป็นสาวกของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงชัย พระมหาเถระทั้งหลาย 80 เหล่านั้น นับเป็นผู้มีชัย และเป็นโอรสของพระพุทธเจ้า ผู้ทรงชัย เป็นผู้รุ่งเรืองอยู่ด้วยเดชแห่งศีล ขอจงประดิษฐานที่อวัยวะน้อยใหญ่ทั้งหลาย

10. ระตะนัง ปุระโต อาสิ
ทักขิเณ เมตตะสุตตะกัง
ธะชัคคัง ปัจฉะโต อาสิ
วาเม อังคุลิมาละกัง

คำแปล : พระรตนสูตร อยู่เบื้องหน้า พระเมตตสูตร อยู่เบื้องขวา พระอังคุลิมาลปริตร อยู่เบื้องซ้าย พระธชัคคสูตร อยู่เบื้องหลัง

11. ขันธะโมระปะริตตัญจะ
อาฏานาฏิยะสุตตะกัง
อากาเส ฉะทะนัง อาสิ
เสสา ปาการะสัณฐิตา

คำแปล : พระขันธปริตร พระโมรปริตร และพระอาฏานาฏิยสูตร ขอให้มาเป็นเครื่องกางกั้น ดุจหลังคาบนอากาศ ขอพระสูตรที่เหลือมาตั้ง ดุจเป็นกำแพงป้องกัน

12. ชินาณา วะระสังยุตตา
สัตตัปปาการะลังกะตา
วาตะปิตตาทิสัญชาตา
พาหิรัชฌัตตุปัททะวา

คำแปล : ขอพระอาณา คืออำนาจของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย อันประกอบด้วยพระคุณอันประเสริฐ มาประดับเป็นกำแพง 7 ชั้น คุ้มครองข้าพเจ้าจากอันตรายภายนอก มีโรคที่เกิดจากลม เป็นต้น และอันตรายภายใน มีโรคที่เกิดจากดีกำเริบ เป็นต้น

13. อะเสสา วินะยัง ยันตุ
อะนันตะชินะเตชะสา
วะสะโต เม สะกิจเจนะ
สะทา สัมพุทธะปัญชะเร

คำแปล : ด้วยเดชานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย มีพระคุณต่อสรรพสัตว์อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ขออันตรายที่เหลือจงพินาศไป อนึ่ง เมื่อข้าพเจ้าอยู่ในพระบัญชรแห่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ไม่ว่าจะทำกิจใด ๆ ขอให้สำเร็จทุกเมื่อเถิด

14. ชินะปัญชะระมัชฌัมหิ
วิหะรันตัง มะหีตะเล
สะทา ปาเลนตุ มัง สัพเพ
เต มะหาปุริสาสะภา

คำแปล : ขอให้พระมหาบุรุษผู้องอาจทั้งปวงนั้น จงคุ้มครองข้าพเจ้า ผู้อยู่ ณ ภาคพื้นในท่ามกลางแห่งพระชินบัญชรตลอดไป

15. อิจเจวะมันโต สุคุตโต สุรักโข
ชินานุภาเวนะ ชิตูปัททะโว
ธัมมานุภาเวนะ ชิตาริสังโค
สังฆานุภาเวนะ ชิตันตะราโย
สัทธัมมานุภาวะปาลิโต จะรามิ ชินะปัญชะเรติ

คำแปล : ข้าพเจ้าได้รับการคุ้มครองรักษาไว้ในภายใน (ชินบัญชร) ดังพรรณนามาฉะนี้แล้ว ด้วยอานุภาพแห่งพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย ขอให้ข้าพเจ้าชนะอุปสรรคอันตรายได้ ด้วยอานุภาพแห่งพระธรรม ขอให้ข้าพเจ้าชนะข้าศึกศัตรูได้ ด้วยอานุภาพแห่งพระสงฆ์ ขอให้ข้าพเจ้าชนะอันตรายทั้งปวงได้ ข้าพเจ้าผู้ได้รับการอภิบาลรักษาแล้วจากพระสัทธรรม จะดำเนินชีวิตไปในพระบัญชรของพระพุทธเจ้าผู้ทรงชัย ดังนี้แล

ขอบคุณข้อมูล : สำนักพิมพ์เลี่ยงเชียง เพียรเพื่อพุทธศาสน์

ประวัติ “สมเด็จโต” ผู้แต่ง “คาถาชินบัญชร”

“สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)” หรือ “สมเด็จโต” พระเกจิอาจารย์รูปสำคัญแห่งยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ สมภพเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2331 ท่านบวชเป็นสามเณรที่วัดเกศไชโย จังหวัดพิจิตร เมื่ออายุได้ 13 ปี จากนั้นได้ไปศึกษาธรรมะกับ “พระอรัญญิก เถระ (ด้วง)” ที่วัดบางขุนพรหมนอก (วัดอินทรวิหาร) กรุงเทพมหานคร และไปศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร

ท่านเป็นเณรนักเทศน์ที่หาตัวจับยาก แสดงธรรมได้ลึกซึ้งเข้าถึงจิตใจชาวบ้าน ในปี พ.ศ. 2352 ท่านกลับไปอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ที่วัดตะไกร อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร โดยมีท่านเจ้าคุณพระธรรมาจารย์ วัดท่าหลวง เป็นประธานที่พระอุปัชฌาย์ หลังจากนั้นพระโหราธิบดี เสมียนตราด้วง ได้นิมนต์ท่านกลับมาศึกษาพระปริยัติธรรมที่วัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร

ท่านเป็นผู้มีความรู้แตกฉานลึกซึ้งในพระไตรปิฎก เป็นที่เคารพเลื่อมใสของประชาชนทั่วไป รวมถึงเจ้านายชั้นผู้ใหญ่และพระเจ้าแผ่นดิน ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ท่านได้ธุดงค์จาริกไปตามป่าเขา เพื่อฝึกจิตนานถึง 15 ปี

ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงนิมนต์ท่านมาเป็นเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตารามวรมหาวิหาร ต่อมาเมื่อ “สมเด็จพระพุฒาจารย์ (สน)” วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ถึงแก่มรณภาพ รัชกาลที่ 4 จึงโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาท่านขึ้นเป็น “สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)” สมเด็จพระพุฒาจารย์ องค์ที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ในวัย 76 พรรษา

ท่านเป็นพระภิกษุที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการเทศนาธรรม โดยจะเลือกเทศน์ให้เหมาะกับบุคคล และกาลเทศะเสมอ ซึ่งบางครั้งท่านก็เทศน์เป็นปริศนาธรรมด้วย นอกจากนี้ ท่านเป็นผู้ค้นพบคัมภีร์โบราณที่วัดเก่าแห่งหนึ่ง ต่อมาเรียกว่า “คาถาชินบัญชร”

ท่านยังเป็นผู้สร้าง “พระสมเด็จวัดระฆัง” พระเครื่องที่ได้รับฉายา “จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง” หนึ่งใน “เบญจภาคี” (สุดยอดพระเครื่อง 5 องค์ของไทย) ที่มีมูลค่าการสะสมสูงที่สุด เป็นที่ต้องการของนักสะสมพระเครื่องทั้งในและต่างประเทศ สันนิษฐานกันว่า เริ่มสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2407 หลังจากท่านได้รับสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะ

โดย “พระสมเด็จวัดระฆัง” มี 5 พิมพ์หลัก คือ พิมพ์ใหญ่ พิมพ์ทรงเจดีย์ พิมพ์เกศบัวตูม พิมพ์ฐานแซม และพิมพ์ปรกโพธิ์ มีมวลสารศักดิ์สิทธิ์ประกอบด้วยผงวิเศษ 5 ประการ คือ ผงปถมัง ผงอิทธิเจ ผงมหาราช ผงพุทธคุณ และผงตรีนิสิงเห รวมกับมวลสารอื่น ๆ เช่น ปูนเปลือกหอย เกสรดอกไม้ และน้ำมันตั้งอิ๊

“สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)” มรณภาพ เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2415 รวมพรรษาได้ 84 พรรษา

เรื่องราวที่เกี่ยวข้อง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Thai PBS On This DayThai PBS Digital MediaThai PBSไทยพีบีเอสวันสำคัญวันนี้ในอดีตสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)สมเด็จโตคาถาชินบัญชร
วิรินทร์ พรหมสาขา ณ สกลนคร | จูล~Joule

ผู้เขียน: วิรินทร์ พรหมสาขา ณ สกลนคร | จูล~Joule

ทาสแมวผู้เลี้ยงกระต่ายอย่างมืออาชีพ รักในศิลปะ การถ่ายภาพและดนตรีนอกกระแส ชื่นชอบการชมภาพยนตร์ในโรง รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ

บทความ NOW แนะนำ