ส่งท้าย Pride Month แบบตัวแม่ ! รวม 4 แดร็กควีนระดับตำนานผู้ขับเคลื่อนโลก


Lifestyle

THANATCHA SUVIBUY

Thai PBS
แชร์

ส่งท้าย Pride Month แบบตัวแม่ ! รวม 4 แดร็กควีนระดับตำนานผู้ขับเคลื่อนโลก

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4141

ส่งท้าย Pride Month แบบตัวแม่ ! รวม 4 แดร็กควีนระดับตำนานผู้ขับเคลื่อนโลก

เหนือกว่าความบันเทิงและสีสันอันจัดจ้าน สำหรับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศแล้ว ศิลปะแห่ง ‘แดร็ก’ (Drag) คือเครื่องมืออันทรงพลังในการแสดงออกถึงอัตลักษณ์และการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจของชาว LGBTQIA+ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การแต่งกายเลียนแบบเพศตรงข้าม ผ่านเสื้อผ้าและเมคอัพที่จัดจ้านทลายทุกขีดจำกัด

เมื่อไม่นานมานี้ วงการแดร็กไทยเพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่เมื่อ Gawdland (ก็อดแลนด์) หรือ ธราเทพ ทวีพล แดร็กควีนสัญชาติไทย สามารถคว้าชัยชนะในรายการ RuPaul’s Drag Race เรียลลิตี้โชว์ระดับโลกที่เฟ้นหา "แดร็กควีนซูเปอร์สตาร์" จากทั่วทุกมุมโลกมาครอบครองได้สำเร็จ

เพื่อส่งท้ายเดือนแห่งความภาคภูมิใจในความหลากหลายนี้ เราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ 4 เจ้าแม่แดร็กควีนระดับตำนาน ผู้เปี่ยมด้วยสไตล์อันจัดจ้าน ทว่าเบื้องหลังเสื้อผ้าหน้าผมอันทรงพลังนั้น พวกเธอคือ 'ไอคอน' ผู้พลิกโฉมหน้าประวัติศาสตร์โลก

แดร็กควีนคนแรกของโลก

แดร็กควีนคนแรกของโลก

“วิลเลียม ดอร์ซีย์ สวอนน์” แดร็กควีนคนแรกของโลก

ย้อนกลับไปในทศวรรษที่ 1880 ยุคที่วัฒนธรรมแดร็กยังไม่ถูกสปอตไลท์ส่องถึงเหมือนในปัจจุบัน การเกิดมาเป็นคนผิวดำที่มีความหลากหลายทางเพศ (Queer) ต้องเผชิญกับความเกลียดชังและการกดขี่อย่างรุนแรง การเผยตัวตนในฐานะแดร็กควีนอาจทำให้คุณถูกจับกุมได้ง่าย ๆ ในข้อหาทำลายศีลธรรมอันดี

ทว่า กำแพงอคติเหล่านั้นไม่อาจกักขังตัวตนของ วิลเลียม ดอร์ซีย์ สวอนน์ (William Dorsey Swann) ได้เลย สวอนน์คือบุคคลแรกในหน้าประวัติศาสตร์ที่มีการบันทึกไว้ว่าเป็นผู้นำในการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อสิทธิของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ และกล้าหาญพอที่จะนิยามตัวเองว่าเป็น "แดร็กควีนคนแรกของโลก"

นอกจากนี้ สวอนน์ยังเป็นผู้ลงหลักปักฐานให้กับ วัฒนธรรมบอลรูม (Ballroom culture) ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัยของกลุ่มคนชายขอบ โดยเฉพาะคนผิวดำและคนละติน เริ่มจากการจัดงานเต้นรำลับ ๆ ในคลับใต้ดินที่เรียกกันว่า “งานเลี้ยงของสวอนน์” ภายในงานมีการประชันแฟชั่น และการเต้นโว้ก (Vogue) อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งส่งต่ออิทธิพลมาถึงวงการแดร็กในปัจจุบัน

โจน เจ็ตต์ แบล็กก์

โจน เจ็ตต์ แบล็กก์

“โจน เจตต์ แบล็กก์” แดร็กควีนผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี

ในช่วงทศวรรษที่ 1980 วิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโรคเอดส์ในสหรัฐฯ คร่าชีวิตผู้คนไปนับแสน ควบคู่ไปกับกระแสความเกลียดชังคนรักเพศเดียวกันที่ทวีความรุนแรง มีการกวาดล้างและทำร้ายชุมชน LGBTQIA+ ในเมืองใหญ่ชวนให้หดหู่

เมื่อเห็นท่าทีเพิกเฉยของรัฐบาล เทอเรนซ์ อลัน สมิธ (Terence Alan Smith) หรือในนาม โจน เจตต์ แบล็กก์ (Joan Jett Blakk) แดร็กควีนและนักเคลื่อนไหวชาวแอฟริกัน-อเมริกัน จึงตัดสินใจลุกขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงด้วยวิธีสุดแสบสัน ด้วยการแต่งแดร็กเต็มยศลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในปี 1992 !

โจนลงสมัครในนามพรรค Queer Nation Party พร้อมสโลแกนหาเสียงสุดฮือฮาอย่าง "Lick Bush in 92" เพื่อเล่นคำเสียดสี จอร์จ เอช. ดับเบิลยู. บุช ประธานาธิบดีในขณะนั้น แถมยังลั่นวาจาไว้ว่าถ้าชนะ จะเปลี่ยนทำเนียบขาวให้กลายเป็น "ทำเนียบสีลาเวนเดอร์" (Lavender House)

โจนรู้ดีว่าการลงสมัครครั้งนี้มีเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะ นั่นคือการใช้พื้นที่สื่อสร้างความตระหนักรู้เรื่องสิทธิความหลากหลายทางเพศและวิกฤตโรคเอดส์ เรื่องราวอันกล้าหาญของเธอถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ และส่งให้เธอขึ้นแท่นแดร็กควีนคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ลงแข่งในสนามเลือกตั้งผู้นำประเทศ

Divine

Divine

“ดิไวน์” แดร็กควีนผู้ท้าทายกรอบความดีงาม

ดิไวน์ (Divine) หรือ แฮร์ริส เกล็นน์ มิลสเตด (Harris Glenn Milstead) คือแดร็กควีนและนักแสดงชาวอเมริกันผู้ได้รับฉายา “แดร็กควีนแห่งศตวรรษ” เธอเลือกใช้ความขบถและคาแรกเตอร์ที่จงใจท้าทายศีลธรรมอันดีงามของสังคมมาสร้างตัวตนจนโด่งดัง

ภาพจำของดิไวน์คือลุคสุดหลุดโลก ทั้งการโกนผมครึ่งหัว เขียนคิ้วโก่งบางเฉียบ และเดรสรัดรูปสีเจ็บพ่นไฟ เธอขับเคลื่อนให้กรอบของการแต่งแดร็กทะลุเพดานการเลียนแบบเพศหญิง ไปสู่พื้นที่แห่งการแสดงออกที่ไร้ข้อจำกัดในฐานะศิลปะ

ดิไวน์ขึ้นแท่นตัวแม่แห่งวงการ หนังคัลท์ (Cult Film) จากบทบาทสุดโต่งในเรื่อง Pink Flamingos (1972) ของผู้กำกับ จอห์น วอเทอร์ส (John Waters) หนังที่ท้าทายศีลธรรมด้วยการชิงบัลลังก์ "คนโสโครกที่สุดในประวัติศาสตร์" ซึ่งสื่อต่าง ๆ ก็มอบตำแหน่งนี้ให้เธอจริง ๆ และเธอก็ภาคภูมิใจกับมันมาก ความมั่นใจแบบไม่แคร์สายตาใครของดิไวน์กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้แดร็กควีนรุ่นหลังกล้าที่จะยอมรับตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง

RuPaul_drag_queen

RuPaul_drag_queen

“รูพอล” ยกระดับวัฒนธรรมแดร็ก จากใต้ดินสู่กระแสหลัก

หากพูดถึงคนที่พาแดร็กควีนก้าวข้ามจากคลับใต้ดินมาผงาดบนสื่อกระแสหลัก ชื่อของ รูพอล (RuPaul) หรือ รูพอล อังเดร ชาร์ลส์ (RuPaul Andre Charles) คือคำตอบอันดับหนึ่ง เธอเป็นทั้งแดร็กควีน พิธีกร และศิลปินชาวอเมริกัน ผู้ทรงอิทธิพลจากรายการเรียลลิตี้ระดับโลกอย่าง RuPaul's Drag Race คือข้อพิสูจน์ถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของเธอ

เส้นทางอุตสาหกรรมบันเทิงของรูพอลเริ่มต้นตั้งแต่อายุ 21 ปี จากการเป็นนักเต้นตามผับบาร์ สั่งสมชื่อเสียงจนได้ออกซิงเกิลแจ้งเกิดอย่าง Supermodel (You Better Work) ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญคือการผันตัวมาทำรายการแข่งขันแต่งแดร็กในปี 2009

RuPaul's Drag Race เป็นมากกว่ารายการประกวดนางโชว์ เพราะมันคือเวทีแจ้งเกิดที่สร้างอาชีพ สร้างชื่อเสียง และเปิดพื้นที่ทางสังคมให้เหล่าแดร็กควีนทั่วโลกได้มีจุดยืนอย่างสมเกียรติ ส่งให้รูพอลกลายเป็นไอคอนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้

เรื่องราวของเหล่าแดร็กควีนระดับโลกแสดงให้เห็นว่า ศิลปะและการกล้าเป็นตัวเองสามารถเปลี่ยนแรงกดดันให้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมได้การลุกขึ้นมาแต่งกายจัดจ้านสะท้อนตัวตน จึงเป็นเสมือนกระบอกเสียงที่เรียกร้องสิทธิและความเท่าเทียมให้กับเพื่อนมนุษย์อย่างงดงาม ในวันที่สังคมเปิดกว้างมากขึ้น การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ความอดทนของพวกเขาจะช่วยสร้างความเข้าใจและโอบรับความหลากหลายได้อย่างแท้จริง

ติดตามเนื้อหาและร่วมเฉลิมฉลองความหลากหลายเพื่อสร้างความเข้าใจในเพื่อนมนุษย์เพิ่มเติม

ที่มา : HISTORY, Smithsonianmag, Samuel James Blog


คอลัมน์ต่อยอด l เสริมความคิด ต่อยอดความรู้ สื่อสารความเข้าใจ โดย ศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส (CCM)
 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

LGBTQIAN+วอลเลย์บอลสาวเหล็กแดร็กควีนแดร็ก
THANATCHA SUVIBUY

ผู้เขียน: THANATCHA SUVIBUY

นักเขียนผู้นับถือแมวเป็นศาสนา และมีไอดอลเกาหลีเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

บทความ NOW แนะนำ