กินชาบูสะเทือนถึงน้ำท่วมเมืองน่าน


คอลัมน์พิเศษ

วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

Thai PBS
แชร์

กินชาบูสะเทือนถึงน้ำท่วมเมืองน่าน

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4340

กินชาบูสะเทือนถึงน้ำท่วมเมืองน่าน
บริการเสริมจาก Thai PBS AI
ช่วยสรุปให้

สมัยเด็ก ผู้เขียนเคยได้ยินคำพูดว่า "เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว" ต่อมาถึงเข้าใจว่า ทุกสิ่งในโลกที่เกิดขึ้น ล้วนส่งผลและมีความสัมพันธ์กับสิ่งอื่น ๆ

ขณะที่กำลังอ่านข่าวน้ำท่วมเมืองน่าน ก็กำลังหม่ำชาบูรสชาตินุ่มอร่อยในเย็นวันหนึ่ง ทุกครั้งที่เรากินเนื้อ เรามีส่วนในการทำลายธรรมชาติอย่างนึกไม่ถึง

เป็นเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา ป่าอะเมซอนถูกทำลายปีละหลายล้านไร่ เพื่อเปลี่ยนเป็นพื้นที่เกษตรปลูกข้าวโพดและถั่วเหลือง โดยบริษัทอุตสาหกรรมอาหารสัตว์ของสหรัฐอเมริกามาลงทุน เพื่อหาวัตถุดิบมาผลิตอาหารสัตว์ เพื่อเลี้ยงวัว หมู ไก่ จำนวนหลายร้อยล้านตัว ก่อนที่สัตว์เหล่านี้จะถูกเข้าโรงฆ่าสัตว์ แยกชิ้นส่วนมาทำเป็นเนื้อสัตว์นานาชนิด

ที่สำคัญคือเนื้อแฮมเบอร์เกอร์หรืออาหารฟาสต์ฟู้ด ป้อนให้กับร้านอาหารทั่วสหรัฐอเมริกาและส่งไปจำหน่ายทั่วโลกด้วย

ชาวอเมริกันเป็นผู้บริโภคเนื้อสัตว์ (หมายถึงเนื้อวัว หมู ไก่ ไม่รวมสัตว์น้ำ) รายใหญ่ที่สุดของโลก คือปีละ 120 กิโลกรัมต่อหัวต่อคน

 

แต่ปัจจุบัน สถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อประเทศจีนกลายเป็นผู้บริโภคเนื้อสัตว์อันดับต้น ๆ ของโลก

หลายสิบปีก่อน เศรษฐกิจของประเทศจีนยังไม่ได้ดี คนยากจนเยอะ เนื้อสัตว์มีราคาแพง คนจีนกินเนื้อน้อยเพียงปีละไม่กี่มื้อ ตอนนั้นเนื้อถือเป็นอาหารของคนมีอันจะกิน เรียกกันว่า เนื้อเงินล้าน แต่ตอนนี้เศรษฐกิจดี คนจีนกินเนื้อเกือบทุกวันจนเป็นเรื่องปกติ

เมื่อ 30 ปีก่อน ประชากรจีนมีประมาณ 1,000 ล้านคน กินเนื้อสัตว์เฉลี่ยคนละ 13.5 กิโลกรัมต่อปี ตอนนี้ประชากรเพิ่มเป็น 1,400 ล้านคน เฉลี่ยกินเนื้อสัตว์คนละ 45-70 กิโลกรัมต่อปี คิดเป็นปริมาณเนื้อรวมกัน 100 ล้านตันต่อปี เปรียบเทียบกับชาวอเมริกันที่บริโภคเนื้อรวมกันปีละ 40 ล้านตัน

ปัจจุบันการบริโภคเนื้อของคนทั่วโลกเป็นขาขึ้น ในรอบ 50 ที่ผ่านมา ทั่วโลกกินเนื้อสัตว์เพิ่มขึ้นจาก 70 ล้านตันเป็น 300 ล้านตันต่อปี จากจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นจาก 3 เป็น 7 พันล้านคน

เมื่อคนจีนบริโภคเนื้อมากขึ้น ความต้องการอาหารสัตว์ก็เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล การเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าวโพดทั่วโลกจึงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงหลายประเทศในเอเชีย อาทิ พม่า ลาว และประเทศไทย

ในขณะเดียวกัน คนไทยก็กินเนื้อมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ไม่ว่าจะเป็นปิ้ง ย่าง ชาบู สเต๊ก ฯลฯ คนไทยบริโภครวมกันเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70-80 กิโลกรัมต่อคนต่อปี

ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา อัตราการบริโภคเนื้อสัตว์ของคนไทยเพิ่มขึ้นรวมกันประมาณ 15-20 กิโลกรัมต่อคนต่อปี

 

พื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศไทยอยู่ในระดับ 6-7 ล้านไร่ต่อปี

3 อันดับจังหวัดที่มีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากที่สุดในประเทศไทย (อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร) ได้แก่ เพชรบูรณ์ น่าน ตาก

  • เพชรบูรณ์ : อันดับ 1 พื้นที่ปลูกกว่า 834,584 ไร่
  • น่าน : อันดับ 2 พื้นที่ปลูกกว่า 732,914 ไร่
  • ตาก : อันดับ 3 พื้นที่ปลูกกว่า 610,425 ไร่

เมื่อเรามีพฤติกรรมกินเนื้อมากขึ้น ปริมาณสัตว์เลี้ยงก็เพิ่มขึ้น ความต้องการอาหารสัตว์ก็เพิ่มขึ้น การขยายพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดก็เพิ่มขึ้น

จังหวัดน่านมีภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูงชันและทิวเขาสลับซับซ้อนมากถึงร้อยละ 85 ของพื้นที่ทั้งหมด พื้นที่ป่าและพื้นที่เพาะปลูกส่วนใหญ่จึงอยู่บนพื้นที่สูงชัน

19-21 สิงหาคม 2569 เกิดฝนตกหนักในจังหวัดน่าน ปริมาณฝนสะสม 24 ชั่วโมงสูงสุดในจังหวัดน่านวัดได้ถึง 339.6 มิลลิเมตร ที่อำเภอปัว ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมและน้ำป่าไหลหลากครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายปี ครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจและชุมชนกว่า 7 อำเภอ

เนื่องจากน่านเป็นภูเขาถึงร้อยละ 85 มวลน้ำฝนบนยอดเขาจึงรวมตัวและหลากลงสู่ลำห้วยสาขาอย่างรวดเร็วโดยไม่มีแอ่งพักน้ำชะลอน้ำตามธรรมชาติ และแม้จะมีป่าสมบูรณ์ราว 60% แต่พื้นที่เขาหัวโล้นและพื้นที่เกษตรพืชเชิงเดี่ยวในอดีต (เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์) ได้ทำลายรากไม้ใหญ่ที่คอยช่วยยึดเกาะดินและชะลอความแรงของมวลน้ำป่า

การมองปัญหาน้ำท่วมใหญ่ทางจังหวัดน่านครั้งนี้ จึงมีปัจจัยสำคัญหลายประการ แต่ที่แน่ ๆ คือ "กินชาบู หม่าล่า แฮมเบอร์เกอร์ครั้งใด สะเทือนถึงป่าเมืองน่าน"

แท็กที่เกี่ยวข้อง

น้ำท่วมจ.น่าน
วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

ผู้เขียน: วันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์

นักเขียนสารคดี เจ้าของรางวัลศรีบูรพา พ.ศ. 2554 อดีตผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหารนิตยสารสารคดี สนใจประเด็นด้านการเมืองภาคประชาชน สิ่งแวดล้อม ชุมชน และการพัฒนา ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.)

บทความ NOW แนะนำ