เพราะโลกโคจรรอบดวงอาทิตย์เป็น “วงรี” ไม่ใช่วงกลม จึงทำให้แต่ละปีมีช่วงที่โลกอยู่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด (Perihelion) และช่วงที่อยู่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุด (Aphelion)
สำหรับเรื่องนี้ NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ให้ความรู้ว่า ในปี 2569 โลกจะอยู่ไกลดวงอาทิตย์มากที่สุดในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เวลา 00:30 น. (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร) โดยมีระยะห่างประมาณ 152,087,775 กิโลเมตร โดยในวันดังกล่าว ดวงอาทิตย์ขึ้นจากขอบฟ้าเวลา 05:55 น. และตกลับขอบฟ้าเวลา 18:49 น. (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร)
หลายคนอาจคิดว่า ในวันที่โลกอยู่ไกลดวงอาทิตย์ = ฤดูหนาว แต่ความจริงแล้ว ฤดูกาลบนโลกไม่ได้เกิดจากระยะห่างระหว่างโลกกับดวงอาทิตย์ แต่เกิดจากแกนหมุนรอบตัวเองของโลกเอียงประมาณ 23.5 องศา เมื่อเทียบกับแกนตั้งฉากของระนาบวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ทำให้แต่ละพื้นที่บนโลกได้รับแสงอาทิตย์ในมุมตกกระทบและระยะเวลาที่แตกต่างกัน ส่งผลให้อุณหภูมิ ความยาวของกลางวัน-กลางคืน และฤดูกาลแตกต่างกัน
ช่วงนี้ซีกโลกเหนือได้รับแสงอาทิตย์มากกว่า (ช่วงเวลากลางวันยาวนานกว่ากลางคืน) และแสงอาทิตย์ส่องลงมาตรง ๆ มากกว่าช่วงอื่นในรอบปี จึงเป็น ฤดูร้อนในซีกโลกเหนือ ขณะที่ซีกโลกใต้ได้รับแสงอาทิตย์น้อยกว่า จึงเป็น ฤดูหนาว
สำหรับประเทศไทย แม้อยู่ในซีกโลกเหนือ แต่ตั้งอยู่ใกล้เส้นศูนย์สูตรและมีภูมิอากาศที่ได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม การแบ่งฤดูกาลในไทยจึงอ้างอิงจากลักษณะลมฟ้าอากาศเป็นหลัก ทำให้ช่วงที่โลกอยู่ไกลดวงอาทิตย์ที่สุดของปี ยังคงเป็นช่วงฤดูฝน ของประเทศไทย
อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS
ที่มาข้อมูล : NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (สดร.)
“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech









