ปฏิเสธไม่ได้ว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เคยเป็นส่วนหนึ่งในวิถีชีวิตของใครหลายคน ทั้งในฐานะตัวช่วยสร้างความสนุกสนาน ผ่อนคลาย ผูกมิตร หรือแม้กระทั่งเป็นหลุมหลบภัยจากปัญหาหนักสมองชั่วคราว จนบางครั้งการดื่มกลายเป็นมารยาทในวงสังสรรค์ที่ยากจะปฏิเสธ ทว่าภาพจำเหล่านั้นกำลังเริ่มเลือนลางไป เมื่อโลกได้รู้จักกับกระแส “Sober Curious” ไลฟ์สไตล์รูปแบบใหม่ที่ทำให้การปฏิเสธน้ำเปลี่ยนนิสัย กลายเป็นทางเลือกที่น่าดึงดูดใจกว่าที่เคย
แนวคิด “Sober Curious” มีจุดเริ่มต้นมุ่งเน้นไปที่ “การดื่มอย่างมีสติ” แทนการดื่มหนักตามกระแสสังคม เทรนด์นี้ชวนให้เรากลับมาตั้งคำถามกับพฤติกรรมของตัวเองก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่มว่า “เราอยากดื่มจริงหรือเปล่า ?” หรือ “เราจะสนุกได้ไหมถ้าไม่ดื่ม ?” โดยมีแรงจูงใจสำคัญคือการหันกลับมาดูแลสุขภาพกายและสุขภาวะทางใจของตัวเอง
คำว่า “Sober Curious” ปรากฏขึ้นครั้งแรกในหนังสือของ รูบี วอร์ริงตัน (Ruby Warrington) นักเขียนชาวอังกฤษ ก่อนจะขยายวงกว้างกลายเป็นกระแสการใช้ชีวิตในกลุ่ม Gen Z และ Millennials ทั่วโลก
ผลสำรวจจาก Gallup ที่รวบรวมข้อมูลยาวนานตั้งแต่ปี 1997-2023 ยืนยันว่า กลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีอายุ 18-34 ปี มีสัดส่วนการดื่มแอลกอฮอล์ลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อเทียบกับคนรุ่นก่อน ในบางรายหันมาเลือกดื่มเฉพาะโอกาสสำคัญหรือไม่ดื่มเลย เช่นเดียวกับกลุ่ม Boomers และ Gen X ที่มีเพียง 54% เท่านั้นที่ระบุว่า ตนเองยังดื่มแอลกอฮอล์อยู่ ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
ถอดบทเรียนจากเกาหลีใต้ ปิดตำนานวัฒนธรรมการชนแก้วหลังเลิกงาน
หากข้ามมาดูอีกฝั่งซีกโลกอย่างประเทศเกาหลีใต้ วัฒนธรรมการดื่มสังสรรค์หลังเลิกงาน ที่เรียกว่า ‘ฮเวชิก’ (회식) เคยเป็นธรรมเนียมปฏิบัติอันเคร่งครัด ก็เริ่มเลือนหายไปจากสังคมนับตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19
ลี อึนฮี (Lee Eun-hee) ผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมผู้บริโภคจากเกาหลีใต้ วิเคราะห์ปรากฏการณ์นี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้คนคุ้นชินกับการตรงกลับบ้านทันทีหลังเลิกงานแทนการออกไปดื่มสังสรรค์ โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยหรือเริ่มชีวิตวัยทำงานในช่วงเวลานั้น พวกเขาพวกเขาแทบไม่มีความผูกพันกับวัฒนธรรมการดื่มหนักแบบคนรุ่นก่อน
เธอกล่าวต่อว่า อีกหนึ่งตัวแปรสำคัญมาจากเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังเป็นกระแสในกลุ่มคนรุ่นใหม่ อย่างเทรนด์ “Healthy Pleasure” หรือ “การแสวงหาความสุขที่มาพร้อมสุขภาพดี” โดยเชื่อว่าการหาความสุขไม่จำเป็นต้องลดทอนสุขภาพตัวเอง ซึ่งส่งผลกับนิสัยการดื่มด้วย แทนที่จะหักดิบห้ามดื่มอย่างเด็ดขาด พวกเขาเลือกที่จะ “ควบคุมการดื่ม” โดยพิจารณาจากสภาพร่างกายและตารางชีวิตของตัวเองเป็นหลัก
3 เหตุผลสำคัญ ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเลือกทางสาย "Sober Curious"
Sober Curious ไม่ใช่เรื่องของความเท่ เหล่านักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญได้รวบรวมสาเหตุุสำคัญที่ทำให้เทรนด์นี้แผ่ขยายไปทั่วกลุ่มคนรุ่นใหม่ไว้ดังนี้
- ตระหนักถึงผลเสียจากการดื่มมากขึ้น
ด้วยเทคโนโลยีที่เอื้อให้เข้าถึงข้อมูลได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว คนรุ่นใหม่จึงรับรู้ถึงผลกระทบของแอลกอฮอล์ที่มีต่อร่างกายและสมองได้ง่ายกว่าคนรุ่นก่อน ประกอบกับอิทธิพลของเหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายรักสุขภาพที่มาร่วมแชร์ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่สดใสโดยพึ่งพาแอลกอฮอล์น้อยลง ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากในกลุ่มคนรุ่นใหม่ - ปักหมุดให้สุขภาพจิตต้องมาก่อน
การพูดคุยเรื่องสุขภาพจิตกลายเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่ พวกเขาหันมาให้คุณค่ากับ การรู้เท่าทันตนเอง (Self-awareness) และ สุขภาวะทางอารมณ์ (Emotional health) มากขึ้น ซึ่งการดื่มน้อยลง ถือเป็นบันไดขั้นสำคัญที่ช่วยให้สมองและอารมณ์คงที่ ไม่แปรปรวนจากอาการเมาค้าง - เลือกดื่มด่ำกับ “ประสบการณ์ที่มีคุณภาพ”
บางคนไม่ได้หันหลังให้สังคมและการดื่มอย่างสิ้นเชิง แต่เปลี่ยนมาให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” มากกว่า “ปริมาณ” คนยุคใหม่มักให้ความสำคัญประสบการณ์ที่ตอบสนองคุณค่าที่ยึดถือ การเลือกเครื่องดื่มที่สะท้อนรสนิยมเฉพาะตัว ได้ดื่มด่ำกับบทสนทนาที่มีสติครบถ้วน มากกว่าการเลือกดื่มอะไรก็ได้เพียงเพื่อให้เมา
การมาถึงของเครื่องดื่มทางเลือก และบาร์ปลอดแอลกอฮอล์
การเติบโตของเทรนด์ ปลอดแอลกอฮอล์ ส่งผลให้อุตสาหกรรมเครื่องดื่มต้องปรับตัว สู่การแจ้งเกิดของ “บาร์ ์No แอล” หรือ "บาร์ปลอดแอลกอฮอล์" (Non-alcoholic Bar) ที่มาพร้อมเมนูเครื่องดื่มทางเลือกอย่าง Mocktail หรือชาหมักสปาร์กลิง พื้นที่เหล่านี้ช่วยทลายแรงกดดันในวงสังคมออกไป เปิดโอกาสให้ทุกคนยังคงสนุกสนานกับการพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนไอเดีย แต่งตัวดี ๆ ได้ตามรสนิยม โดยไม่มีอาการเมาค้างและปัญหาสุขภาพตามมา
กระแส Sober Curious สะท้อนให้เห็นว่าความสุขและการมีส่วนร่วมในสังคมยุคใหม่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปริมาณแอลกอฮอล์ในแก้วอีกต่อไป ลองหันกลับมาดูแลสุขภาพกายควบคู่การดูแลจิตใจ เราจะพบว่าการสร้างพื้นที่ความสุขที่แท้จริงเป็นเรื่องที่เราเลือกและกำหนดได้ด้วยตัวเอง
หากคุณสนใจสำรวจเรื่องราวเกี่ยวกับ “การดื่ม” และผลกระทบของ “แอลกอฮอล์” ติดตามเนื้อหาเพิ่มเติมจาก Thai PBS เหล่านี้
- เปลี่ยนความเชื่อ “ดื่มบนเครื่องบินเพื่อให้หลับ” เสี่ยงต่อระบบการทำงานของหัวใจ
- รู้จัก Asian Flush Syndrome เมื่อยีน ALDH2 ทำให้ “หน้าแดง” ดื่มแล้วเมาง่ายกว่าคนอื่น | Thai PBS Sci Tech
- แอลกอฮอล์ในเลือดลดลง 15 เปอร์เซ็นต์ ในเวลา 1 ชั่วโมง เท่ากันทุกคนจริงหรือ | Thai PBS Podcast
ที่มา: Forbes, The Conversation, American Psychological Association, Gallup
คอลัมน์ต่อยอด l เสริมความคิด ต่อยอดความรู้ สื่อสารความเข้าใจ โดย ศูนย์สื่อสารและส่งเสริมการตลาดเพื่อสาธารณะ ไทยพีบีเอส (CCM)









