ฟุตบอลโลก 2026 จบลงไปเป็นที่เรียบร้อย โดยเป็น สเปน ที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดไปครอง ฟุตบอลโลก 2026 มีเรื่องราวที่ได้รับการบันทึกไว้มากมาย Thai PBS เก็บตกโมเมนต์ ทั้งความสำเร็จ ความผิดหวัง และเรื่องราวที่น่าสนใจ บันทึกเป็นความทรงจำร่วมกัน
ฟุตบอลโลก 2026 กับ New Normal ใหม่ ๆ
ความแปลกใหม่ของฟุตบอลโลก 2026 ที่แตกต่างไปจากหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา เริ่มต้นที่ จำนวนทีมที่เข้าร่วมแข่งขัน ที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 48 ทีม ถือเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลกที่มีจำนวนทีมเข้าแข่งขัน “มากที่สุด” เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
นอกจากจำนวนทีมที่เพิ่มขึ้น ฟุตบอลโลก 2026 ยังมี “กติกาใหม่ๆ” เพิ่มเติมขึ้นอีกหลายข้อ โดยเน้นหนักไปที่เรื่องของ การป้องกันการถ่วงเวลาของนักเตะ เช่น การให้ทุ่มลูกบอลไม่เกิน 5 วินาที หรือแม้แต่การบาดเจ็บทั่วไปของนักเตะ ต้องออกมาปฐมพยาบาลที่ข้างสนามเท่านั้น
เหล่านี้อาจเรียกว่าเป็น ความปกติใหม่ หรือ New Normal ที่กฎกติกาเหล่านี้จะขยายต่อไปยังการแข่งขันฟุตบอลรายการอื่น ๆ ต่อไป
อีกหนึ่งกรณีที่ต้องเรียกว่า เป็นภาพจำใหม่ ๆ ให้กับฟุตบอลโลก 2026 นั่นคือ การมี Hydration Break หรือช่วงเวลาหยุดพักการแข่งขันชั่วคราว เพื่อให้นักฟุตบอลได้ดื่มน้ำและคลายความร้อน โดยกรรมการจะสั่งเบรกเกมในทุก ๆ นาทีที่ 22 ของแต่ละครึ่งเกม
แรกทีเดียว อาจดูไม่คุ้นชินตา แต่ต่อมา Hydration Break กลายเป็นภาพจำ แถมยังมีการตั้งข้อสังเกตอีกว่า การให้นักฟุตบอลได้หยุดพักดื่มน้ำในช่วงสั้น ๆ ทำให้โค้ชได้มีโอกาสสื่อสารกับนักกีฬา ส่งผลให้ในหลาย ๆ เกมในฟุตบอลโลก 2026 หลังจาก Hydration Break แล้ว ทีมบางทีมกลับมาทำผลงานได้ดีขึ้น
ฟุตบอลโลก 2026 กับสีสันใหม่ ๆ
ฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นการจัดการแข่งขันที่ใช้เจ้าภาพถึง 3 ประเทศ คือ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกเป็นหนที่สอง ห่างจากครั้งแรกเมื่อปี 1994 ถึง 32 ปี มาคราวนี้ เจ้าภาพ-สหรัฐ จัดเต็มทั้งเรื่องสีสันรอบสนาม ถือเป็นฟุตบอลโลกที่ใช้โทนสีสดใสและสวยงามมากครั้งหนึ่งเลยทีเดียว
นอกจากนี้ โชว์วันเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 ยังมากกว่าครั้งไหน ๆ มีโชว์เปิดถึง 3 สนาม 3 ประเทศ (สหรัฐ แคนาดา และเม็กซิโก) และรวมไปถึงโชว์ในวันปิดการแข่งขัน หรือรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ที่ถือว่าอลังการมากกว่าฟุตบอลโลกครั้งไหน ๆ มีทั้งนักแสดงฮอลลีวูด และศิลปินระดับโลกมาร่วมโชว์ตัวมากมาย อาทิ ทอม ครูซ , มาดอนน่า, ร็อบบี้ วิลเลียม, จัสติน บีเบอร์, วง BTS ฯลฯ ด้วยความ “จัดเต็ม” นี้เอง จึงกลายเป็นประเด็นเรื่อง “เวลา” ในการโชว์ ที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่า ใช้เวลาโชว์ในช่วงพักครึ่งแรกที่ยาวนานกว่าปกติ (ไปไหม ?)
ฟุตบอลโลก 2026 มิติใหม่ของการเปิดเพลง
ยังไม่มีการการันตีว่า ฟุตบอลโลก 2026 เป็นครั้งที่มีการใช้ “เพลง” มากที่สุดในประัวิตศาสตร์หรือไม่ ทว่าอย่างที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกได้สัมผัสตลอดทัวร์นาเมนต์ นั่นคือ ฟุตบอลโลก 2026 มีการใช้ “เพลง” จำนวนมาก
งานนี้ฟีฟ่าได้ร่วมมือกับค่ายเพลงและศิลปินระดับโลกปล่อยอัลบั้ม Official FIFA World Cup 2026 บรรจุเพลงทั้งหมด 18 เพลง อาทิ Dai Dai, Goals, DNA, Game Time ฯลฯ นอกจากนี้ ฟีฟ่าและชาติเจ้าภาพ ยังเพิ่มบทเพลงเพื่อเปิดในแต่ละช่วงเวลาของการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 เข้าไปอีก เช่น ช่วงพักเบรกดื่มน้ำ ช่วงพักครึ่ง รวมถึงเพลงของทีมที่ยิงประตูได้ และเพลงสันทนาการแฟนบอล
ทีมอังกฤษ และการร่วมร้องเพลง Wonder wall
ที่น่าสนใจอีกประการคือ หลาย ๆ บทเพลงที่ถูกนำมาเปิดในฟุตบอลโลก 2026 คือเพลงเก่าคลาสสิกที่คนทั่วโลกต่างรู้จักเป็นอย่างดี เช่น Sweet Caroline, Take Me Home Country Roads, Livin' on a Prayer, Hey Jude และเพลงที่กลายเป็นกระแสอีกครั้งอย่าง Wonderwall ที่แฟน ๆ ทีมชาติอังกฤษนำมาใช้ร้องร่วมกับทีมของพวกเขา บทเพลงนี้กลับมาโด่งดัง และขึ้นอันดับ 1 Global Spotify Chart ครั้งแรกในรอบ 30 ปีเลยทีเดียว
ฟุตบอลโลก 2026 รวมพลทีมพลาดหวังและสมหวัง
ฟุตบอลโลก 2026 มีทีมที่ทำผลงานได้น่าประทับใจ ในมุมกลับกัน มีทีมที่พลาดหวัง ทำผลงานได้ไม่ถึงดังที่ต้องการ
ทีมผิดหวังต่ำกว่ามาตรฐาน
เกาหลีใต้ตกม้าตาย – เปิดเกมแรกมาด้วยการคว้าชัยเหนือเช็กเกีย จนทำให้ได้รับการคาดหมายว่า เกาหลีใต้จะเป็นอีกหนึ่งทีมจากเอเชียที่ไปได้ไกลในฟุตบอลโลก 2026 ทว่า 2 เกมต่อมา เกาหลีใต้กลับพ่ายทั้งสองนัดติด ตกรอบแรกไปอย่างพลิกความคาดหมาย
ตุรกีไม่ดีอย่างที่คิด - ด้วยชื่อชั้นของทีมที่เคยคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลก 2002 แถมยังมีนักเตะระดับโลกอยู่ในทีมหลายคน อาทิ อาดาร์ กูแลร์ หรือ ฮาคาน ชัลฮาโนกลู แต่ตุรกีกลับไปไม่ถึงดังหวัง ตกรอบแรกไปด้วยผลงาน ชนะ 1 แพ้ 2
เยอรมนียังไม่ดีขึ้น - เยอรมนีว่างเว้นจากแชมป์โลกมาตั้งแต่ปี 2014 ผ่านมา 12 ปี ฟุตบอลโลก 2026 เยอรมนีหมายมั่นจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่ ทีมอินทรีเหล็กผ่านรอบแรกมาด้วยผลงานชนะ 2 แพ้ 1 ก่อนจะมาแพ้การดวลจุดโทษแก่ปารากวัยในรอบ 32 ทีม ปิดฉากฟุตบอลโลกไปอย่างเจ็บ ๆ
บราซิลสิ้นมนต์ขลัง - บราซิลเป็นอีกทีมที่ได้รับการจับตา และยกให้เป็นเต็ง 5 ของฟุตบอลโลก 2026 หลังผ่านญี่ปุ่นและต้องมาชนกับนอร์เวย์ในรอบ 16 ทีม บราซิลทำแฟน ๆ ช็อกด้วยการพ่ายแก่ทีมไวกิ้งไป 1 – 2 ยุติเส้นทางทีมอดีตแชมป์โลก 5 สมัยไปอย่างพลิกความคาดหมาย
กาเซมิโร ห้องเครื่องบราซิล ช่วยอะไรทีมไม่ได้มากนัก
โปรตุเกสเกรดเอไม่ช่วยอะไร – อีกหนึ่งทีมที่มีซุปตาร์อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่นับนักเตะระดับบิ๊กเนมในทีมมากมาย แต่ผลงานโดยรวมกลับไม่เปรี้ยงปร้าง แม้จะไปถึงรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก่อนจะพ่ายสเปนไป 0 – 1 แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวม กลับไปแข็งแกร่งเท่าขุมกำลังที่มี
ทีมสมหวังผลงานแจ่ม
เคปเวิร์ดสุดเซอร์ไพรส์ - ทีมที่เข้ามาเล่นฟุตบอลโลกหนแรก แต่กลับทำผลงานได้เข้าตา ไม่แพ้ใครในรอบแรก โดยเฉพาะการเสมอสเปนทีมแกร่งร่วมสาย เคปเวิร์ดผ่านเข้ารอบ 32 ทีมมาเจออาร์เจนตินา และพ่ายไปแบบสูสี 2 – 3 สร้างชื่อในฟุตบอลโลกครั้งแรกน่าประทับใจ
นอร์เวย์ทีมแห่งสปิริต – นอร์เวย์ถือเป็นทีมแห่งสปิริตในฟุตบอลโลก 2026 เล่นกันเป็นทีมจนพาทีมมาได้ไกลถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย แถมเรื่องนอกสนาม ยังเป็นทีมที่มีสายสัมพันธ์กับแฟนบอลที่ดี จนกลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกออนไลน์
นอร์เวย์ ทีมม้ามืดของฟุตบอลโลก 2026
อังกฤษดีเกินคาด – แม้จะตกรอบรอง แต่อังกฤษชุดนี้มีการเล่นที่น่าจับตามอง และมีดีพอที่จะชนะได้ทุกทีม พิสูจน์ได้จากนัดชิงที่สาม ที่ขุนพลสิงโตคำรามปราบฝรั่งเศสอย่างสุดมันส์ หากนำบทเรียนที่ได้จากบอลโลกครั้งนี้ไปแก้ไข อังกฤษจะแข็งแกร่งขึ้นมากกว่านี้
อาร์เจนตินาสมราคา - แชมป์เก่าฟุตบอลโลกหนก่อน และเป็นเต็ง 3 ในฟุตบอลโลกหนนี้ อาร์เจนตินาในการนำพาของ ลิโอเนล เมสซี่ ทำผลงานได้สมราคา แม้สุดท้ายจะทำได้แค่ “รองแชมป์” แต่ทีมฟ้าขาวชุดนี้ เล่นเกมสนุก และมีทีเด็ดในเกมให้แฟนบอลต้องติดตามจนนาทีสุดท้าย
ทีมฟ้าขาว อาร์เจนตินา
สเปน แชมป์โลก 2026
สเปนดุสมฉายา - ทีมกระทิงดุได้รับการคาดหมายเป็นเต็ง 1 ของฟุตบอลโลก 2026 แม้นัดแรกจะเสมอกับเคปเวิร์ด แต่สเปนค่อย ๆ ดีขึ้น และเชื่อมั่นในระบบทีมของตัวเอง ผลจากการทำงานกันเป็นทีม และมีระบบทีมที่แข็งแกร่ง สุดท้ายสเปนสามารถปราบทีมเต็งได้หมด และคว้าแชมป์อย่างสมศักดิ์ศรี
ฟุตบอลโลก 2026 รวมพลคนอกหักและสมหวัง
ในส่วนของนักฟุตบอล มีบรรดานักเตะที่เป็นดาวเด่นและนักเตะที่ต้องอกหักเพราะฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานเช่นกัน
รวมพลคนอกหักฟุตบอลโลก 2026
ซน เฮืองมิน – แบกความคาดหวังในการพาทีมเกาหลีใต้ให้เชิดฉายในฟุตบอลโลก 2026 แต่อดีตกองหน้าเบอร์ 1 ของเอเชีย ไม่สามารถพาทีมผ่านรอบแรกได้ เจ้าตัวลงเล่น 3 นัด 134 นาที แต่ไม่สามารถทำประตูหรือแอสซิสต์ในฟุตบอลโลก 2026 ได้เลย
ซน เฮืองมิน
บรูโน่ แฟร์นันด์ส
บรูโน่ แฟร์นันด์ส – อีกหนึ่งสตาร์ที่ได้ฉายาว่า “จอมแอสซิสต์แห่งพรีเมียร์ลีก” ทว่าฟอร์มการเล่นผิดความคาดหมาย บรูโน่ แฟร์นันด์ส ลงเล่นในฟุตบอลโลก 2026 ไปทั้งสิ้น 5 นัด ช่วยโปรตุเกสไปถึงรอบ 16 ทีม แต่ผลงานส่วนตัว ยิงประตูไม่ได้ และทำแอสซิสต์ไปได้เพียง 1 ประตูเท่านั้น
คริสเตียโน โรนัลโด้ - ผลงานโดยรวมของโรนัลโด้ ทำไปได้ 3 ประตู จากการลงเล่น 5 นัด ในวัย 41 ปี นี่เป็นฟุตบอลโลกหนสุดท้ายของเจ้าตัว และทีมโปรตุเกส ที่รับการคาดหมายว่าจะเป็นทีมม้ามืด ทว่ากลับสามารถไปได้แค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น
ดาร์วิน นูเญซ – อีกหนึ่งซูเปอร์สตาร์ที่เคยฉายแสงในพรีเมียร์ลีก แต่สำหรับฟุตบอลโลก 2026 ดาร์วิน นูเญซ ไม่สามารถช่วยให้อุรุกวัย ทีมแกร่งจากอเมริกาใต้ ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมได้ แถมผลงานส่วนตัว ลงช่วยทีมไป 3 นัด 156 นาที มีโอกาสยิงประตูไปทั้งสิ้น 2 ครั้ง
เนย์มาร์และวินิซิอุส จูเนียร์ ไม่ได้ฉายแสงในทัวร์นาเมนต์นี้
เนย์มาร์ – มีชื่อติดทีมชาติท่ามกลางการจับตามองเนื่องจากเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ สุดท้ายเจ้าตัวลงเล่นสำรองไป 2 นัด รวมเวลาทั้งสิ้น 23 นาที ยิงไปได้ 1 ประตู ก่อนที่บราซิลจะอกหักตกรอบ 16 ทีม พร้อมการประกาศอำลาทีมชาติของเนย์มาร์
นักแตะฉายแสงแจ้งเกิด
โวซิงญา - ได้ชื่อว่าเป็นผู้เล่นสูงวัยประจำฟุตบอลโลก 2026 อีกหนึ่งคน ทว่าผูรักษาประตูแห่งเคปเวิร์ดกลับทำผลงานอย่างน่าประทับใจ โดยเฉพาะในเกมที่ช่วยเซฟประตูจนยันเสมอกับสเปนไว้ได้ โวซิงญาเซฟลูกยิงในบอลโลกหนนี้ไปทั้งสิ้น 18 ครั้ง แถมยังเก็บไปได้ 2 คลีนชีต (เสมอกับสเปน 0 – 0 และซาอุดีอาระเบีย 0 – 0 ) ฟุตบอลโลก 2026 จึงถือเป็นการแจ้งเกิดนักเตะรายนี้เต็มตัว
โวซิงญา ผู้รักษาประตูแห่งเคปเวิร์ด
เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์
เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์ - กองหน้าจอมสังหารพานอร์เวย์เข้าร่วมฟุตบอลโลกในรอบ 28 ปี แถมยังทำผลงานได้ร้อนแรง เจ้าตัวยิงประตูไปได้ 7 ประตู พร้อมกับพาทีมไวกิ้งทะลุถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย สร้างความประทับใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก
จู๊ด เบลลิงแฮม – ไม่ผิดนักหากจะบอกว่า จู๊ด เบลลิแฮม คือเดอะแบกของอังกฤษ และทำให้ทีมสิงโตคำรามคว้าที่ 3 ในฟุตบอลโลก 2026 เจ้าตัวก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจของทีม และสามารถทำประตูในนัดสำคัญ ๆ ช่วยให้อังกฤษผ่านมาถึงรอบรองฯ จู๊ดขึ้นทำเนียบนักเตะที่โดดเด่นประจำฟุตบอลโลก 2026 พร้อมทำผลงานยิงไป 7 ประตู ทำสถิตินักเตะอังกฤษที่ยิงได้สูงสุดในทัวร์นาเมนต์เดียว
จู๊ด เบลลิงแฮม
โรดรี – นักเตะที่แจ้งเกิดกับฟุตบอลโลก 2026 อย่างแท้จริง นี่คือหัวใจสำคัญที่ทำให้สเปนคว้าแชมป์โลก โรดรีทำผลงานในฟุตบอลโลก 2026 อย่างยอดยี่ยม เจ้าตัวทำสถิติเป็นนักเตะที่จ่ายบอลสำเร็จ 790 ครั้ง มากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก แถมยังจ่ายบอลเข้าสู่พื้นที่คู่แข่งได้สูงสุด 204 ครั้ง ด้วยผลงานอันร้อนแรงนี้ ทำให้โรดรีคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมฟุตบอลโลก 2026 ไปครอง
โรดรี
ลิโอเนล เมสซี่
ลิโอเนล เมสซี่ - อาจใช้คำว่า “แจ้งเกิด” ในทัวร์นาเมนต์นี้กับเมสซี่ได้ไม่ชัดเจนนัก เพราะนักเตะรายนี้พร้อม “แจ้งเกิด” ในทุก ๆ รายการฟุตบอลของโลกอยู่แล้ว กับทัวร์นาเมนต์ล่าสุดนี้ เมสซี่พาอาร์เจนตินามาป้องกันแชมป์ ซึ่งเป็นโจทย์หินที่มีทีมเคยทำได้แค่ 2 ครั้งคือ อิตาลี และบราซิล สุดท้ายอาร์เจนฯ จบที่ตำแหน่งรองแชมป์ แต่ผลงานที่เมสซี่ฝากไว้นั้น ล้ำค่าเกินวัย 39 ปีของเจ้าตัว เมสซี่ยิงไป 8 ประตู กับ 4 แอสซิสต์ ลงสนามครบทั้ง 8 เกม สร้างโอกาสให้เพื่อนร่วมทีม 25 ครั้ง ตลอดการลงเล่น 853 นาที
ฟุตบอลโลก 2026 จบลงแล้ว ทว่าได้ฝากความประทับใจ และเรื่องราวมากมาย โลกแห่งฟุตบอลยังคงเต็มไปด้วยสีสันและความตื่นเต้นเร้าใจ สมกับความเป็นกีฬามหาชนที่ทั่วโลกให้ความสนใจอย่างแท้จริง
อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่น่าสนใจ









