หากเปรียบเมืองตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เป็นหนังสือสักเล่ม เรื่องราวความทรงจำในหนังสือนี้คงมีทั้งเรื่องของความรุ่งเรืองและร้างรา และ "เฮียหอย" หรือ ไพโรจน์ เพ็ญบัณฑิตกุลอดีตเจ้าของร้าน "หอยทอง" ร้านอาหารระดับตำนานของเมืองตาคลีที่ตอนนี้ปิดตัวไปแล้ว คงเป็นหนึ่งในพยานคนสำคัญที่เห็นเหตุการณ์เหล่านั้นมาตลอด 70 ปี
“เฮียหอย” พาเราไปเริ่มต้นกันที่ "ตลาดใน" ย่านการค้าเก่าแก่ที่สุดของตาคลีซึ่งมีอายุกว่า 80 ปี ที่นี่เคยเป็นย่านเศรษฐกิจที่คึกคักในยุคที่ตาคลีเป็นที่ตั้งของฐานทัพของทหารอเมริกัน หรือที่เรามักเรียกว่า ”จีไอ” แต่หลังจากผ่านพ้นยุครุ่งเรือง ตึกแถวไม้หลายหลังก็ร้างราผู้คน มีเพียงร้านค้าและคนเก่าคนแก่ที่ยังคงทำมาค้าขายในย่านนี้
“เฮียหอย” พาเราแวะเยี่ยมเยียนเพื่อนเก่าที่ร้านสายพินพาณิชย์ อดีตร้านตัดเสื้อผ้าทหารชื่อดังของเมืองตาคลี ที่ปัจจุบันผันตัวมาขายวัตถุดิบอาหารจีน ที่มีทั้งกระเพาะปลา เป่าฮื้อ และหน่อไม้กระป๋องชั้นดีและเฮียหอยก็เป็นหนึ่งในลูกค้าประจำ
“คนสมัยก่อนทำการค้าเขาจะอดทน ขยัน ต้องตามตลาดให้ทัน พอถึงวันปีใหม่ก็ขายของไหว้เจ้าปีใหม่ ผ่านไป 2 วัน ก็เปลี่ยนเป็นของไหว้เชงเม้ง พอเชงเม้งผ่านไป สารทจีนก็จ่อคิวต่อ ค้าขายหมุนเวียนไปตามจังหวะชีวิตและเทศกาล ความขยันขันแข็งอดทน เลยทำให้ธุรกิจของคนจีนในตาคลียืนหยัดมาได้หลายทศวรรษและส่งลูกหลานให้เรียนสูงๆ”
เฮียหอยพาเราแวะมาที่ร้านหอยทองที่ปัจจุบันปิดตัวไปแล้วหลังจากเปิดขายมานานกว่า 60 ปี เนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพของเจ้าตัว
“ห้องครัวนี้เป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำของชีวิต ผมแบ่งชีวิตการทำงานเป็น 3 ระยะ เริ่มต้นเพื่อสร้างฐานะ ต่อมาเพื่อส่งลูกเรียนให้สูงที่สุด และ 9 ปีสุดท้าย คือช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้ทำเพื่อลูกค้าที่รัก แต่ทว่า ในวันที่หัวใจบอกว่าอยากสู้ต่อจนถึงอายุ 80 แต่ร่างกายกลับเริ่มส่งสัญญาณประท้วง ก็เลยต้องหยุด เครื่องยนต์มันสึกหรอไปหมดแล้ว ถึงขั้นที่หมอต้องสั่งให้หยุดพัก ถ้าไม่หยุด น่าจะตายคาที่ห้องครัวก็ได้“
แม้ใจจะโหยหากลิ่นควันไฟและบรรยากาศในครัว แต่บทเรียนสุดท้ายจากห้องครัวก็สอนว่า “ให้ยอมรับความจริง” เพราะการวางมือในวันที่เหมาะสมจึงไม่ใช่ความพ่ายแพ้ แต่คือการให้เกียรติร่างกายที่ร่วมสู้กันมาทั้งชีวิต
สถานีรถไฟ ความรัก และศรัทธาในพระเจ้า
สถานีรถไฟบ้านตาคลีมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี และเป็นสถานที่ที่ชาวตาคลีภาคภูมิใจ เพราะเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2500 ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยเสด็จพระราชดำเนินโดยขบวนรถไฟพระที่นั่งจากสถานีจิตรลดามาลงที่สถานีบ้านตาคลี เพื่อไปทรงเปิดเขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท
นอกจากจะเป็นสถานที่สำคัญทางประว้ติศาสตร์ของชาวตาคลี ที่นี่ยังเป็นความทรงจำส่วนสำคัญของชีวิตเฮียหอยเช่นกัน
“ตอนผมเริ่มต้นจีบกับภรรยาใหม่ ๆ ภรรยาเป็นคนพิษณุโลก เราเป็นคนตาคลี ก็ต้องนั่งรถไฟไปจีบสาวที่พิษณุโลก หรือบางทีมีเทศกาลที่นครสวรรค์ ภรรยาจะนั่งรถไฟมาเที่ยว ผมก็จะมารับมาส่งที่นี่ เหตุผลที่คนสมัยก่อน ครองคู่รักกันมาได้ยาวนาน เพราะเราให้เกียรติกัน หนักนิดเบาหน่อยก็ต้องให้อภัยกันและกัน”
นอกจากความรักที่มีต่อครอบครัว ความรักที่เป็นเครื่องค้ำจุนชีวิตให้สุขสงบ คือ ควมรักและศรัทธาในพระเจ้า
“ถ้าไม่ติดธุระอะไร ทุกอาทิตย์ผมต้องมาโบสถ์ โบสถ์แห่งนี้ผมมีส่วนร่วมก่อร่างสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคแรก ผมจำได้ว่าตอนอายุสัก 10 ขวบ พ่อให้ผมเฝ้าคนงานหุงข้าว พอพ่อกลับมาแล้วมาเห็นว่าข้าวที่หุงไว้แฉะเกินไป พ่อเลยตบหัวผมอย่างแรงด้วยความโมโหที่ไม่ดูแลงานให้ดี"
"ความรู้สึกเสียใจในวันนั้นทำให้ผมเขียนบันทึกถึงพระเจ้า บอกว่าพระเจ้าช่วยด้วย พอเช้าผมก็คลายความเสียใจ ส่วนพ่อก็มาสอนผมว่า ที่เขาทำโทษผมเพราะต้องการสอนว่า ให้ตั้งใจทำงาน ถ้าวัยหนุ่มไม่พยายามแล้ว พออายุมากจะเสียใจ ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมเลยบอกกับพระเจ้าว่า ผมจะเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาในชีวิต”
เมื่อถามว่า ในวัย 77 ปีเขาพูดอะไรกับพระเจ้า
“ผมบอกกับพระเจ้าว่า ถ้าจะไป ขอให้ไปอย่างสงบ ไม่เจาะคอ ไม่ปั๊มหัวใจ ขอเพียงแค่ได้หลับไปพร้อมรอยยิ้มแค่นี้ก็พอแล้ว แต่ถ้ายังไม่เป็นอะไร ผมยังมีความฝัน ตั้งใจว่าอยากจะกลับมาฟิตร่างกายเพื่อกลับมาเปิดร้านอีกครั้ง อยากจะทำร้านอาหารให้กลับมาโด่งดังอีกครั้ง ขอทำอีก 3 ปี ก่อนที่จะถึง 80”
ติดตามชมชีวิต “เฮียหอย” และเมืองตาคลีไดในตอน เฮียหอย อดีตเชฟแห่งเมืองตาคลี และติดตามรายการต่างวัย อายวิว ได้ทุกวันเสาร์ 16.00 น. ทาง Thai PBS ช่องหมายเลข 3 หรือชมสดทาง https://www.thaipbs.or.th/live









