Alcoholism แก้ปัญหาติดเหล้า เมาอาละวาด ต้องทำอย่างไร ?


Thai PBS Care

อธิเจต มงคลโสฬศ

Thai PBS
แชร์

Alcoholism แก้ปัญหาติดเหล้า เมาอาละวาด ต้องทำอย่างไร ?

https://www.thaipbs.or.th/now/content/4413

Alcoholism แก้ปัญหาติดเหล้า เมาอาละวาด ต้องทำอย่างไร ?
บริการเสริมจาก Thai PBS AI
ช่วยสรุปให้

ข่าวอดีตนักกีฬามวยชื่อดังที่ประสบปัญหาการดื่มสุรา เป็นประเด็นที่ผู้คนให้ความสนใจ ปัญหาติดเหล้าคือเรื่องใหญ่ที่มีความซับซ้อนกว่าแค่เลิกดื่มที่เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนการใช้ชีวิต และอาจถึงขั้นต้องเปลี่ยนทัศนคติต่อชีวิต

Thai PBS ชวนรู้จัก เข้าใจ ภาวะ Alcoholism โรคพิษสุราเรื้อรัง และการบำบัดรักษาตั้งแต่การประเมินการติดเหล้า ภาวะถอนพิษสุราที่อาจอันตรายถึงชีวิต จนถึงระดับจิตวิทยาสังคม

รู้จักภาวะ Alcoholism โรคพิษสุราเรื้อรัง ปัญหาติดเหล้าที่มากกว่าแค่การดื่ม

แอลกอฮอล์ลิซึ่ม (Alcoholism) หรือโรคพิษสุราเรื้อรัง หมายถึงอาการที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมาก และไม่สามารถควบคุมการดื่มในแต่ละวันได้ หรือก็คือภาวะการติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั่นเอง ทั้งนี้ ในวงการแพทย์มีการใช้คำว่า Alcohol Use Disorder (AUD) หรือโรคติดสุรา ซึ่งสะท้อนลักษณะของโรคที่ถูกต้องและครอบคลุม ถือเป็นโรคเรื้อรังที่ส่งผลต่อสมองและพฤติกรรม ทำให้ผู้ป่วยที่ประสบกับภาวะดังกล่าวไม่สามารถควบคุมการดื่มได้

ปัญหาติดเหล้าหรือแอลกอฮอล์ในลักษณะนี้ยังมีผลเสียต่อสุขภาพ ต่อเนื่องไปถึงการใช้ชีวิต การเรียน การทำงาน รวมถึงความสัมพันธ์ภายในครอบครัวและสถานะทางการเงินอีกด้วย

ผลจากการติดสุราทำให้ผู้ป่วยเกิดการเปลี่ยนแปลงในสมอง ทำให้สมองมีการปรับตัวของระบบตัวรับสารสื่อประสาทต่าง ๆ เช่น การลดลงของระบบประสาทยับยั้ง และมีการเพิ่มขึ้นของระบบกระตุ้นประสาท ทั้งนี้ การปรับตัวของร่างกายยังมีส่วนทำให้คนติดเหล้าต้องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อให้ได้ฤทธิ์เท่าเดิม จึงยิ่งทำให้คนติดเหล้าต้องดื่มมากขึ้น และไม่สามารถเลิกดื่มได้

หากคนติดเหล้ามีการหยุดดื่มทันทีจะส่งผลให้สมองเกิดการทำงานผิดปกติที่เรียกกันว่า adrenergic hyperactivity หรือก็คือสารสื่อประสาทส่วนตอบสนองต่อความเครียดทำงานหนักกว่าปกติ ทำให้เกิดอาการหงุดหงิด กระวนกระวาย และเกิดพฤติกรรมก้าวร้าว มือสั่นและชักได้

ทั้งนี้ การติดเหล้ายังส่งผลเสียต่อสุขภาพแบบเรื้อรัง เช่น ตับแข็ง มะเร็ง รวมถึงส่งผลเสียต่อชีวิตในลักษณะของอุบัติเหตุ และยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและสังคมด้วย การแก้ปัญหาติดเหล้าจึงไม่ใช่แค่เลิกดื่ม เพราะความรุนแรงในการติดเหล้ามีหลายระดับ จึงจำเป็นต้องทำพร้อมกันทั้งระบบ ทั้งนักดื่ม ชุมชน คนรอบข้าง รวมถึงบุคลากรด้านสุขภาพ

เสี่ยงติดเหล้าระดับไหน ? การคัดกรองเพื่อเข้าใจและยอมรับภาวะ Alcoholism

การติดเหล้า มีหลายระดับด้วยกัน การคัดกรองผู้ติดแอลกอฮอล์จะช่วยแบ่งระดับความเสี่ยงได้ โดยในแวดวงสาธารณสุขจะใช้แบบสอบถามที่ชื่อว่า ASSIST (The Alcohol,Smoking and SubstanceInvolvement Screening Test) ที่ถือเป็นมาตรฐานสากล ออกแบบมาเพื่อประเมินการใช้สารเสพติดและสารกระตุ้นทุกประเภทผ่านชุดคำถาม 7 ข้อด้วยกัน โดยจะจำแนกผู้รับการคัดกรองเป็นกลุ่มเสี่ยงระดับต่ำ ปานกลาง และสูง ตามคำตอบที่จะให้คะแนนต่างกันไป ยิ่งคะแนนมากยิ่งมีความเสี่ยงสูง มีดังนี้

ข้อ 1 ตลอดชีวีตที่ผ่านมา คุณเคยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ ?
คำตอบ 1.ไม่เคย ให้ยุติการประเมินได้ 2. เคย ให้ดำเนินการประเมินต่อไป

ข้อ 2 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คุณดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บ่อยเพียงใด ?
คำตอบ 1. ไม่เคย แปลผล 0 คะแนน ข้ามไปตอบคำถามข้อ 6 และ 7 ได้เลย 2. ครั้งสองครั้ง แปลผล 2 คะแนน 3. ทุกเดือน แปลผล 3 คะแนน 3. ดื่มทุกสัปดาห์ แปลผล 4 คะแนน 4. ดื่มทุกวัน แปลผล 6 คะแนน

ข้อ 3 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คุณเคยรู้สึกอยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นอย่างมาก บ่อยแค่ไหน ?
คำตอบ 1. ไม่เคย แปลผล 0 คะแนน 2. ครั้งสองครั้งในช่วง 3 เดือน แปลผล 3 คะแนน 3. ทุกเดือน เดือนละ 1-3 ครั้ง แปลผล 4 คะแนน 4. ทุกสัปดาห์ หรืออยากดื่มสัปดาห์ละ 1 - 4 ครั้ง แปลผล 5 คะแนน 5. ทุกวันหรือเกือบทุกวัน 5 - 7 ครั้งต่อสัปดาห์ แปลผล 6 คะแนน

ข้อ 4 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ ครอบครัว สังคม กฎหมาย หรือการเงินบ่อยแค่ไหน ?
คำตอบ 1. ไม่เคย แปลผล 0 คะแนน  2. ครั้งสองครั้งในช่วง 3 เดือน แปลผล 4 คะแนน 3. ทุกเดือน เฉลี่ยเดือนละ 1-3 ครั้ง แปลผล 5 คะแนน 4. ทุกสัปดาห์ หรือมีปัญหาจากการดื่มสัปดาห์ละ 1 - 4 ครั้ง แปลผล 6 คะแนน 5. ทุกวันหรือเกือบทุกวัน 5 - 7 ครั้งต่อสัปดาห์ แปลผล 7 คะแนน

ข้อ 5 ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คุณไม่สามารถทำกิจกรรมที่ควรทำได้ตามปกติ หรือรบกวนกิจกรรมปกติของชีวิต บ่อยแค่ไหน ?
คำตอบ 1. ไม่เคย แปลผล 0 คะแนน  2. ครั้งสองครั้งในช่วง 3 เดือน แปลผล 5 คะแนน 3. ทุกเดือน เฉลี่ยเดือนละ 1-3 ครั้ง แปลผล 6 คะแนน 4. ทุกสัปดาห์ หรือรบกวนกิจกรรมปกติสัปดาห์ละ 1 - 4 ครั้ง แปลผล 7 คะแนน 5. ทุกวันหรือเกือบทุกวัน 5 - 7 ครั้งต่อสัปดาห์ แปลผล 8 คะแนน

ข้อ 6 ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เพื่อนฝูง ญาติ หรือคนอื่น เคยแสดงความกังวลหรือตักเตือนเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือไม่ ?
คำตอบ 1. ไม่เคย แปลผล 0 คะแนน 2. เคย ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา เแปลผล 6 คะแนน 3. เคย นานกว่า 3 เดือนแล้ว แปลผล 3 คะแนน

ข้อ 7 ตลอดชีวิตที่ผ่านมา เคยพยายามหยุดหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลง แต่ทำไม่สำเร็จไหม ?
คำตอบ 1. ไม่เคย แปลผล 0 คะแนน 2. เคย ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา แปลผล 6 คะแนน 3. เคย นานกว่า 3 เดือนที่แล้ว แปลผล 3 คะแนน

สรุปผลคะแบบรวมตั้งแต่ข้อ 2 - 7 แล้ว จะสามารถแบ่งกลุ่มความเสี่ยงได้ โดยคะแนน 0 - 10 จัดอยู่ในกลุ่มระดับความเสี่ยงต่ำ คะแนน 11 - 26 จัดอยู่ในกลุ่มระดับความเสี่ยงปานกลาง คะแนนตั้งแต่ 27 ขึ้นไป จัดอยู่ในกลุ่มระดับความเสี่ยงสูง จากนั้นจะเข้าสู่การให้คำแนะนำที่แตกต่างกันไป

ให้คำปรึกษาทางการแพทย์ เฝ้าระวังและลดการติดเหล้า

การรักษาการดื่มแอลกอฮอล์มีหลายรูปแบบด้วยกัน ในขั้นตอนแรก ๆ จะมีการรักษาด้วยการคำแนะนำในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งมีรายละเอียดที่ต่างกันได้แก่

การให้คำแนะนำแบบสั้น (Brief Advice) คือ การให้ข้อมูล เน้นสร้างแรงจูงใจ สร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาที่เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ จะใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที เหมาะสำหรับผู้ที่ยังขาดแรงจูงใจในการ เข้ารับการบำบัด ถือเป็นการรักษาที่ใช้เริ่มต้มกับผู้ป่วยทุกกลุ่มอีกด้วย 

การให้คำปรึกษา (Counseling) คือ การสนทนาทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อให้เกิดความตระหนักและมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์จะใช้เวลาประมาณ 45 นาที และนัดติดตามเป็นจำนวน 4-8 ครั้ง มีการประเมินแรงจูงใจในการเปลี่ยนพฤติกรรม ให้กำลังใจ แก้ไขอุปสรรคที่พบเจอ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการดื่มชัดเจน (Alcoholic abuse) ไม่ให้กลายเป็นผู้ดื่มแบบติด (Alcoholic dependence) กลุ่มเสี่ยงปานกลางที่ระดับคะแนน 11 - 26

ในส่วนของกลุ่มเสี่ยงสูงคะแนนมากกว่า 27 ขึ้นไป จะเข้ารับการให้คำปรึกษาทั้งหมดและส่งต่อสู่การรักษา (Refer) ซึ่งประกอบไปด้วยรักษาทั้งทางกายและทางจิตเวช ที่ช่วยฟื้นฟูบำบัดภาวะถอนพิษ รวมถึงฟื้นฟูทางจิตใจ เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตในสังคมและป้องกันการกลับมาดื่มซ้ำ

แก้ปัญหาติดเหล้าต้องใช้หลายมาตรการร่วมกัน

แก้ปัญหาติดเหล้าต้องใช้หลายมาตรการร่วมกัน

รักษาทั้งกายและใจ กุญแจสู่การออกจากวงวนการติดเหล้า

ปัญหาจากการติดเหล้าในกลุ่มเสี่ยงสูงมีหลายด้าน ทั้งด้านร่างกายที่เจ็บป่วยเรื้อรัง ด้านจิตใจที่เกิดอาการซึมเศร้าหลังดื่ม รวมถึงทางสังคมที่มีการกระทำผิดทางกฎหมาย และปัญหาความสัมพันธ์ แนวทางดูแลบำบัดรักษาฟื้นฟูมีหลายขั้นตอนที่สามารถปรับใช้เพื่อเป็นประโยชน์ได้ ขึ้นอยู่ระดับการติดเหล้า

หากยังคงสามารถควบคุมตัวเองได้ สามารถรับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก รับยาเพื่อช่วยบำบัด แต่กรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ อาจต้องเข้ารับการบำบัดแบบผู้ป่วยในที่่ต้องมีการรักษาอาการถอนพิษสุรา และมีการดูแลอย่างใกล้ชิดขึ้น

การรักษาแบ่งออกเป็นบริการ 6 กิจกรรม ครอบคลุมตั้งแต่การประเมินปัญหาการติดเหล้า ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะถอนพิษสุรา รวมถึงการรักษาด้วยยา การบำบัดทางจิต และการช่วยเหลือฟื้นฟูทางสังคม ดังนี้

1. การประเมินปัญหาการดื่มสุราอย่างครอบคลุม เป็นการสำรวจปัญหาการดื่ม พฤติกรรม ความรุนแรงของการดื่มโดยละเอียด ดื่มแอลกอฮอล์ประเภทไหน ? ผลกระทบจากการดื่ม ความเสี่ยงที่เกิดขึ้น ประเมินแรงจูงใจ สัมภาษณ์ประวัติและสภาพจิต ตรวจร่างกายทั้งจากการสำรวจทั่วไป ดูความผิดปกติด้านการเคลื่อนไหว และการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

2. ประเมินความเสี่ยงการเกิดภาวะถอนพิษสุรา เนื่องจากอาการถอนพิษสุราถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่มีความรุนแรงถึงชีวิต จึงต้องให้ความสำคัญสูงสุด
การประเมินการเฝ้าระวังความเสี่ยงการเกิดภาวะถอนพิษสุราจะทำผ่านการแบบสอบถามประสบการณ์การดื่ม เช่น รู้สึกว่าตัวเองควรลดการดื่ม คนรอบข้างตักเตือน รู้ผิดเมื่อดื่มสุรา ต้องดื่มเป็นสิ่งแรกเพื่อเริ่มต้นวัน และเกณฑ์พิจารณาหากคะแนนความเสี่ยงเกิน 27 จะพิจารณาด้วยการประเมินปัจจัยเสี่ยงภาวะถอนพิษสุรารุนแรง ซึ่งจะพิจารณาปริมาณและความถี่การดื่ม ประวัติการชักจากการถอนพิษสุรา

3. การเฝ้าระวังความเสี่ยงและรักษาภาวะถอนพิษสุรา โดยใช้ทั้งการประเมินจากอาการแสดง ให้การรักษา รับประทานยา กรณีผู้ป่วยนอกให้มีญาติสนิทดูแลใกล้ชิด แต่หากมีอาการถอนพิษสุรารุนแรง และโรคทางจิตเวชหรือโรคทางกายอื่น ๆ ร่วมอาจพิจารณาเป็นผู้ป่วยในเพื่อรับการดูแลอย่างใกล้ชิด ขั้นตอนนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญเนื่องจากมีความเสี่ยงสูง การใช้ยาช่วยลดภาวะถอนพิษสุราจะมากน้อยขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการติดสุรา

4. การบำบัดทางจิตสังคมเพื่อให้สามารถหยุดดื่มได้ (psychosocial treatment) มีด้วยกันหลายวิธี ตัวอย่างเช่น การสัมภาษณ์และบำบัดเพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจ (Motivational Interviewing and Motivational Enhancement Therapy - MET) มีกุญแจสำคัญคือการสร้างแรงบันดาลใจ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ผ่านการวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรคและตั้งเป้าหมายร่วมกัน การบำบัดเพื่อปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavior Therapy; CBT) เน้นการจัดการทางความคิดเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นต้น

5. การรักษาด้วยยา ในไทยมีการใช้ยารักษาโรคติดเหล้าหรือสุราได้แก่ ยา disulfiram (DSF) ซึ่งมีผลข้างเคียงค่อนข้างรุนแรง และยา topiramate (TPR) ยากันชักที่มีหลักฐานว่าลดการดื่มหนักได้ แต่ผลการศึกษายังคงไม่เป็นที่น่าพอใจในประเทศไทย ขณะที่ยา acamprosate และ naltrexone ซึ่งมีผลการรักษาที่ดีและผลข้างเคียงน้อย ยังอยู่ในกระบวนการผลักดันให้ใช้ในประเทศไทย ผ่านมติเห็นชอบคณะอนุกรรมการด้านบำบัดผู้ติดแอลกอฮอล์  โดยได้ดำเนินการนำร่องในจังหวัดที่มีปัญหาการดื่มสูงในปี 2569 - 2570 นอกจากนี้ยังมียารักษาโรคจิตเวชซึ่งใช้เพื่อรักษาผู้ติดสุราที่มีโรคร่วมจิตเวช แต่ไม่มีผลในการลดการดื่มได้

6. การช่วยเหลือครอบครัวและฟื้นฟูทางสังคม การอยู่ร่วมกันและความสัมพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว รวมถึงสังคมมีผลทั้งทางบวกและลบ ปัญหาการติดเหล้าติดแอลกอฮอล์เป็นปัญหาพฤติกรรมที่เกิดจากความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ ครอบครัวจึงต้องเรียนรู้และเตรียมตัวให้การสนับสนุน มีส่วนร่วมบำบัดเปลี่ยนแนวทางการอยู่ร่วมกันผ่าน “การให้คำปรึกษาครอบครัว (Family counseling)” เพื่อให้ครอบครัวเข้าใจบทบาทสนับสนุนให้ผู้ป่วยเลิกเหล้า เช่น พูดให้กำลังใจ ช่วยสร้างแรงจูงใจ ปรับการสื่อสารภายในครอบครัว เรียนรู้และยอมรับข้อจำกัดในการใช้ชีวิตร่วมกัน หาสิ่งยึดเหนี่ยวเพื่อประคบประคองให้เลิกดื่มได้สำเร็จ

นอกจากการแก้ปัญหาทั้งการรักษากาย ใจ และครอบครัวแล้ว ยังมีการรักษาเชิงรุกในชุมชน เช่น โปรแกรมบ้านใกล้ใจ ที่ใช้บุคลากรด้านสุขภาพลงไปทำการประเมินสำรวจและสร้างแรงจูงใจเพื่อลด เลิกเหล้า รวมถึงอาสาสมัครสาธารณสุขในแต่ละชุมชน เหล้ากับคนไทยในหลายพื้นที่ยังเป็นปัญหาที่่ต้องได้รับการเฝ้าระวังอยู่
ปัญหาติดเหล้า เมาอาละวาด จึงปลายเหตุของปัญหาที่การแก้ไขต้องใช้ทั้งเวลา การทำงาน และการร่วมมือจากหลายฝ่ายเพื่อเริ่มต้นที่ดูง่ายกว่าการเลิกดื่ม สู่เป้าหมายที่ยากแต่ยั่งยืนอย่างการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิต

อ้างอิง

  • World Health Organization (WHO)
  • ศูนย์วิจัยปัญหาสุรา (Center for Alcohol Studies Thailand)
     

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ติดเหล้าแอลกอฮอลล์แอลกอฮอล์เครื่องดื่มแอลกอฮอล์งดเหล้าเข้าพรรษา
อธิเจต มงคลโสฬศ

ผู้เขียน: อธิเจต มงคลโสฬศ

ตำแหน่ง : เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัล ไทยพีบีเอส สนใจเนื้อหาด้านสุขภาพจิต สาธารณสุข และความยั่งยืน รวมถึงประเด็นทันกระแสที่มีแง่มุมน่าสนใจซ่อนอยู่ การศึกษา : ปริญญาตรี คณะวิทยาการจัดการ สาขานิเทศศาสตร์ เอกวารสารศาสตร์ โทภาพยนตร์ ผลงาน : รางวัลบทวิจารณ์ภาพยนตร์สร้างสรรค์ บทประกวดวิจารณ์ภาพยนตร์ ครั้งที่ ๔ สถาบันปรีดี พนมยงค์

บทความ NOW แนะนำ