ประกาศแนะนำตุนเสบียงและของจำเป็นในหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลให้เกิดความกังวลกับหลายคน เหตุใดจึงต้องตุนเสบียงให้อยู่รอด 72 ชม. ตัวเลขนี้มาจากไหน ?
Thai PBS รวบรวมเรื่องควรรู้เกี่ยวกับการตุนเสบียงที่กลายเป็นข้อแนะนำในหลายประเทศทั่วโลก ข้อแนะนำนี้ควรกังวลแค่ไหน ? ตัวเลขมาตรฐานอย่างน้อย 72 ชม. มีที่มาอย่างไร ?
ตุนเสบียง 72 ชม. มาจากไหน ? ควรมีอะไรบ้าง ?
กระแสข่าวตุนเสบียงให้อยู่ได้อย่างน้อย 72 ชม. นั้นเป็นข้อแนะนำที่มีการประกาศในหลายประเทศ โดยมีระยะเวลาการกักตุนเสบียงที่แตกต่างกันไป โดยมีกว่า 33 ประเทศทั่วโลก เข่น ประเทศในสหภาพยุโรปมี 17 ประเทศแนะนำให้กักตุนเสบียง 72 ชั่วโมงหรือ 3 วัน บางประเทศ บางประเทศอย่างเยอรมันแนะนำ 3 – 10 วัน ขณะที่นอร์เวย์ เอสโตเนีย และสวิตเซอร์แลนด์แนะนำที่ 1 สัปดาห์ ขณะที่ออสเตรียแนะนำให้ตุนเสบียงนาน 10 – 14 วัน ส่วนไอร์แลนด์และโครเอเชียไม่มีกำหนดระยะเวลาตายตัว
นอกจากนี้ยังมีประเทศในทวีปอื่น ๆ อย่าง สหรัฐอเมริกา แคนาดา เม็กซิโก ชิลี โคอลเบีย อาร์เจนตินา รวมถึงทวีปเอเชีย ยังมีกระแสข่าวที่รัฐบาลในหลายประเทศเริ่มออกข้อแนะนำในลักษณะเดียวกันนี้ รวมถึงประเทศไทยเองก็มีหน่วยงานอย่าง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้ออกข้อแนะนำในการจัดเตรียม “กระเป๋าฉุกเฉิน” เป็นการตุนเสบียง 72 ชม. และจัดเก็บสิ่งของจำเป็นเพื่อเตรียมตัวรับมือภาวะวิกฤติเช่นกัน
สำหรับ "กระเป๋าฉุกเฉิน"” (Emergency Bag) แนะนำให้ประชาชนจัดเตรียมของจำเป็น 6 หมวด ได้แก่
1. ยาและสุขภาพ ได้แก่ ชุดปฐมพยาบาล ยาสามัญประจำบ้าน ยาประจำตัว เอกสารประวัติการรักษา
2. อาหารและน้ำ โดยน้ำดื่มสะอาดควรเตรียมพร้อมไว้ 3 ลิตร ต่อ คน ต่อ วัน รวมถึงอาหารพร้อมทาน ขนมให้พลังงาน และถ้ามีกลุ่มเปราะบาง ควรเตรียมอาหารเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยในบ้าน ติดไว้ด้วย
3. อุปกรณ์สื่อสารและเครื่องมือ ได้แก่ โทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์ ไฟฉาย ถ่านสำรอง วิทยุทรานซิสเตอร์ สำหรับฟังข่าวหากสัญญาณอินเทอร์เน็ตถูกตัดขาด นกหวีดขอความช่วยเหลือ เทียนไข ไฟแช็ก สมุด ปากกา มีดพก กรรไกร เชือก เทป เป็นต้น
4. เอกสารและเงิน โดยเตรียมเอกสารสำคัญพร้อมสำเนาไว้ในซองกันน้ำ ได้แก่ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ทะเบียนบ้าน บัตรประกันสุขภาพ ใบขับขี่ สมุดบัญชี โฉนดที่ดิน กุญแจสำรองบ้าน/รถ และเงินสดถ้าต้องใช้ฉุกเฉิน กรณีธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบออนไลน์ไม่สามารถใช้งานได้ โดยใส่ในถุงซิปล็อกกันน้ำ
5. สุขอนามัยส่วนบุคคล อาทิ ทิชชู แปรงสีฟัน ยาสีฟัน อุปกรณ์อาบน้ำ ถุงขยะ
6. เสื้อผ้าและเครื่องนุ่งห่ม โดยเตรียมเสื้อผ้าสำรอง เสื้อกันฝน หมวก ผ้าห่ม/ถุงนอน ให้เพียงพอในช่วงเผชิญเหตุช่วงแรก
ข้อแนะนำในหลายประเทศรวมถึงไทยเป็นการประกาศเพื่อเตรียมตัวรับมือ โดยมีหลายประเด็นแยกย่อยตามความเสี่ยงของแต่ละประเทศ เช่น วิกฤติตะวันออกกลาง การโจมตีทางไซเบอร์ สถานการณ์อ่อนไหวในประเทศใกล้เคียง ภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยมีพื้นฐานเพื่อให้ช่วยลดความเดือดร้อนกรณีเกิดวิกฤติกับระบบสาธารณูปโภคที่สามารถคลี่คลายได้ในเวลาไม่นานเท่านั้น
ปภ. ชวนเตรียมกระเป๋าฉุกเฉินเอาตัวรอดใน 72 ชม. เพื่อรับมือทุกสถานการณ์
ตุนเสบียงอย่างน้อย 72 ชม. ยุทธศาสตร์รับมือโลกยุคใหม่
ข้อแนะนำตุนเสบียง 72 ชม. ของหลายประเทศ หากพิจารณาลงไปในรายละเอียดจะเห็นได้ว่าเป็นการแนะนำในเชิงเตรียมตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์วิกฤติ ซึ่งต่างจากการประกาศภาวะวิกฤติที่กำลังเกิดขึ้น
โดยการเตรียมตัวลักษณะนี้เป็นการกระตุ้นเตือนประชาชนให้พร้อม ซึ่งรัฐบาลของชาติที่อยู่ร่วมในสหภาพยุโรปนั้นได้เข้าร่วมยุทธศาสตร์ที่ชื่อว่า “Preparedness Union Strategy” หรือยุทธศาสตร์เตรียมพร้อมของสหภาพยุโรปที่ประกาศตั้งแต่เดือนมีนาคม 2025 หลายประเทศจึงมีการแนะนำให้ประชาชนตุนเสบียงสร้างความตระหนักรู้ ทั้งนี้ บางประเทศมีแนวคิดลักษณะนี้มาก่อนแล้ว ตัวอย่างเช่น ประเทศเยอรมัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีการประกาศแนะนำให้ตุนเสบียงในช่วงเวลาที่สถานการณ์มีความอ่อนไหว โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2016 ซึ่งเป็นการประกาศแนะนำให้ประชาชนตุนเสบียงครั้งแรกนับตั้งแต่ยุคสงครามเย็น และยังมีประกาศข้อแนะนำลักษณะนี้อยู่ในบางช่วงเวลา โดยในปี 2025 ก็ได้มีการออกคู่มือประชาชนเพื่อรับมือภาวะวิกฤตและการสำรวจที่พบว่า ประชาชนมีเพียงส่วนน้อยเท่าที่มีการตุนเสบียงเพียงพอสำหรับ 72 ชม.
ขณะที่ประเทศอื่น ๆ อย่าง เนเธอร์แลนด์ มีแคมเปญชื่อ Think Ahead (Denk vooruit) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนเตรียมตุนเสบียง 72 ชม. แรกของภาวะวิกฤติโดยเริ่มครั้งแรกในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2025 โดยจัดเป็นสัปดาห์รณรงค์ ซึ่งปีนี้จะตรงกับวันที่ 2 - 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมานั่นเอง
ส่วนสหราชอาณาจักร (UK) มีการออกแคมเปญ Be Ready แนะนำให้ประชาชนตุนเสบียงพร้อมสิ่งของจำเป็นเช่นกัน โดยเริ่มรณรงค์ในวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา และมีโครงการจะรณรงค์ต่อเนื่องนาน 3 ปี
ขณะที่ประเทศในทวีปเอเชียอย่างญี่ปุ่น ก็มีประกาศแนะนำให้ตุนเสบียงและอุปกรณ์สำหรับห้องน้ำไว้ใช้ที่บ้านอย่างน้อย 3 – 7 วันในวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เพื่อรับมือความเสี่ยงแผ่นดินไหวใหญ่นันไค , แผ่นดินไหวใต้กรุงโตเกียว และภูเขาไฟฟูจิปะทุ
การประกาศแนะนำให้ตุนเสบียงในหลายประเทศทั่วโลกต่างมีสาเหตุที่แตกต่างกัน โดยมีจุดร่วมกันคือการเตรียมความพร้อมให้ประชาชนรับมือกับภาวะวิกฤติที่อาจเกิดได้จากหลายปัจจัยในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ นั่นเอง
ตัวเลขตุนเสบียง 72 ชม. มาจากไหน ?
การเตรียมเสบียง 72 ชม. นั้นเป็นระยะเวลาตามมาตรฐานสากลตามหลักการจัดการภัยพิบัติสากล ปรากฏเป็นข้อแนะนำของหน่วยงานด้านการจัดการภัยพิบัติอย่างสภากาชาด (Red cress) และ สำนักงานจัดการเหตุฉุกเฉินกลางสหรัฐอเมริกา (FEMA) โดยมองว่าตัวเลขดังกล่าวเป็นช่วงเวลาสำคัญ หากเกิดภาวะวิกฤติขึ้น การพึ่งพาตัวเองได้ 72 ชม. จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะสามารถคลี่คลายสถานการณ์ และสามารถให้ช่วยเหลือต่อได้
องค์กรระหว่างประเทศด้านภับพิบัติอย่าง สำนักงานสหประชาชาติเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (UNDRR) มีเผยแพร่เอกสาร “DISASTER RESILIENCE SCORECARD FOR CITIES” ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เมืองหรือองค์กรส่วนท้องถิ่นรับมือกับภัยพิบัติได้ โดยมีการกำหนดเกณฑ์ต่าง ๆ แนวทางการรับมือ การฝึกปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มีการระบุการได้รับกำลังเสริมที่จำเป็นควรสามารถครอบคลุมพื้นที่ทั่วเมืองได้ใน 48 - 72 ชม.
เส้นเวลา 72 ชม. ถูกใช้ในมุมของหน่วยงานที่จะจัดการด้านภัยพิบัติให้เป็นเส้นเวลาที่จะต้องประเมินสถานการณ์ วางแผน และคลี่คลายสถานการณ์ให้ได้ภายในเวลา 72 ชม. ซึ่งถูกมองว่าเพียงพอสำหรับการวางแผน ประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน
บทความวิชาการ The First 72 Hours: Emergent Norms, Collective Efficacy and Coordination Dynamics ตีพิมพ์ใน intechopen เผยว่า เวลา 72 แรกถือเป็น golden hour หรือช่วงเวลานาทีทองของการช่วยเหลือ โดยมีรากฐานจากแวดวงการแพทย์ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1970 ที่ใช้สำหรับช่วยเหลือคนไข้ที่ประสบเหตุร้าย ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นบรรทัดฐานในโลกยุคใหม่เพื่อรับมือภัยพิบัติ
บทความวิชาการดังกล่างยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า ในช่วง 72 ชม.ของภัยพิบัตินั้น กลุ่มที่ตอบสนองต่อภัยพิบัติเพื่อให้การช่วยเหลือกันเป็นกลุ่มแรกคือเจ้าหน้าที่ในท้องถิ่น และสมาชิกของแต่ละชุมชน ทั้งยังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่หากมีการช่วยเหลือเกิดขึ้นจะมีอัตราการรอดชีวิตที่สูงอีกด้วย
หลักการตุนเสบียง 72 ชม. ไม่ต้องซื้อใหม่หมด
การตุนเสบียง 72 ชม. ถือเป็นปริมาณที่ไม่มากเกินไป หลักการหนึ่งที่น่าสนใจมีชื่อว่า Rolling Stock Method หรือการตุนเสบียงแบบหมุนเวียน มีต้นกำเนิดจากประเทศญี่ปุ่น หลังเหตุแผ่นดินไหวในปี 2011 มีข้อแนะนำสำหรับการตุนเสบียงไว้ใช้ยามฉุกเฉิน 72 ชม. ด้วยแนวคิดตุนเสบียงแบบหมุนเวียน
หลักการคือการซื้อสิ่งของเกินจากที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาเก็บไว้ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับ 72 ชม. จากนั้นเมื่อของเหล่านั้นใกล้หมดอายุให้ทยอยใช้ในชีวิตประจำวัน และซื้อกลับมาเก็บเพื่อให้เกิดการตุนเสบียงอยู่ตลอดเวลาเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันโดยไม่ต้องซื้อของใหม่เพิ่มเติมทุกครั้งที่มีการประกาศข้อแนะนำจากทางรัฐบาล
ถึงปัจจุบันนี้สินค้าอุปโภคบริโภคหลายอย่างมีอายุยาวนานหลายปี เพียงแค่หมั่นตรวจดูวันหมดอายุ นำมาใช้ก่อนหมดอายุและซื้อมาเก็บหมุนเวียนก็สามารถมีการตุนเสบียง 72 ชม. เตรียมไว้ได้ตลอดเวลาแล้ว
ข้อแนะนำการตุนเสบียง 72 ชม. เป็นข้อแนะนำเบื้องต้น เหตุวิกฤติอาจกินเวลายาวนานกว่านั้น การติดตามข่าวสารให้พร้อมรับมือ เตรียมความพร้อมอยู่เสมอจะช่วยลดการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในภาวะวิกฤติได้
อ้างอิง
- nldigitalgovernment.nl
- สวพ91
- สำนักงานเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติแห่งสหประชาชาติ (UNDRR)
- กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
- สภากาชาด (Red cress)
- สำนักงานสหประชาชาติเพื่อการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (UNDRR)
- NHK World




