D-DAY !! 8 เม.ย. 69 ยื่นภาษีออนไลน์ ประจำปี 2568 วันสุดท้าย มือใหม่ยังไม่เคยยื่น หรือลืมไปแล้วว่าต้องยื่นอย่างไร ต้องกรอกอะไรบ้าง แอดมินรวบรวมคำตอบไว้ทั้งหมดแล้วที่นี่
ใครบ้างที่ต้องยื่นภาษี ?
- คนโสด มีรายได้จากเงินเดือนปีละ 120,000 บาทขึ้นไป หรือรายได้อื่น ๆ ปีละ 60,000 บาทขึ้นไป
- คนมีคู่ มีรายได้จากเงินเดือนปีละ 220,000 บาทขึ้นไป หรือรายได้อื่น ๆ ปีละ 120,000 บาทขึ้นไป
ใครบ้างที่ต้องเสียภาษี ?
รายได้สุทธิไม่เกิน 150,000 บาท จะได้รับการยกเว้นภาษี แต่ถ้ามากกว่านั้นต้องเสียภาษีเริ่มต้น 5% และสูงขึ้นตามอัตราภาษีแบบขั้นบันได (วิธีคำนวณรายได้สุทธิ : รายได้ตลอดทั้งปี-ค่าใช้จ่าย-ค่าลดหย่อน = รายได้สุทธิ)
กำหนดการยื่นภาษี
- ยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา ตั้งแต่วันนี้ - 31 มี.ค. 69
- ยื่นทางออนไลน์ ตั้งแต่วันนี้ – 8 เม.ย. 69
ขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์
1. เข้าเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th

2. เข้าสู่ระบบด้วยหมายเลขบัตรประชาชน และรหัสที่ได้ตั้งไว้
หากใครเพิ่งใช้งานครั้งแรกให้สมัครสมาชิกก่อน แล้วจึงเข้าสู่ระบบตามขั้นตอน ใครที่ลืมรหัสผ่านไม่ต้องกังวลไป สามารถกดเลือกลืมรหัสผ่าน และยืนยันตัวตนตามขั้นตอน เพื่อตั้งรหัสผ่านใหม่ได้

กรมสรรพกรเปิดให้ผู้ยื่นภาษีสามารถดึงข้อมูลรายได้และค่าลดหย่อนได้
โดยสามารถตรวจสอบและดึงข้อมูลมายื่นแบบได้ที่ D-MyTax
หรือหากต้องการกรอกข้อมูลเองให้เลือก “กรอกข้อมูลด้วยตนเอง”

3. เลือกประเภทของแบบภาษีที่ยื่น
พนักงานประจำให้เลือก ยื่นแบบ ภ.ง.ด90/91

4. ระบุสถานะปัจจุบันของตนเอง
โสด/หม้าย/สมรส

5. เลือกระบุเงินได้ตามแหล่งที่มาของตนเอง
พนักงานประจำมีรายได้ทางเดียวให้เลือกระบุ “รายได้จากเงินเดือน” โดยใส่ข้อมูลจากหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ทั้งนี้หากใครมีรายได้จากทางอื่น เช่น ดอกเบี้ย, เงินปันผล, เงินได้จากการให้เช่าทรัพย์สิน หรืออื่น ๆ ตามหัวข้อ โปรดกรอกให้ครบ

6. กรอกข้อมูลรายการลดหย่อนของตนเองที่มีทั้งหมด
โดยค่าลดหย่อนแบ่งออกเป็นกลุ่มดังนี้
- ค่าลดหย่อนภาษีในกลุ่มส่วนตัวและครอบครัว
- ค่าลดหย่อนภาษีในกลุ่มประกันและการลงทุน
- ค่าลดหย่อนภาษีในกลุ่มเงินบริจาค
- ค่าลดหย่อนภาษีในกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ
ซึ่งในปี 2568 ทางภาครัฐได้มีมาตรการลดหย่อนภาษีในกลุ่มกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนี้
- Easy E-Receipt (2.0) ลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง สูงสุด 50,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าและบริการระหว่าง 16 ม.ค. - 28 ก.พ. 68 ที่มีใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) โดยแบ่งออกเป็น
- 30,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าหรือรับบริการทั่วไป ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง
- 10,000 บาท สำหรับสินค้า OTOP หรือค่าซื้อสินค้าหรือค่าบริการที่จ่ายให้แก่วิสาหกิจชุมชน หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม
- ค่าติดตั้งโซลาร์เซลล์สำหรับที่อยู่อาศัย ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 200,000 บาท โดยต้องติดตั้งและจ่ายเงินให้เรียบร้อย ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 68 - 31 ธ.ค. 68
- ค่าซื้อและค่าติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ลดหย่อนได้ตามที่จ่ายจริง เฉพาะผู้ที่มีเงินได้ตามมาตรา 40 (5) (6) (7) และ (8) ในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 67 - 31 ธ.ค. 69
- ดอกเบี้ยกู้ยืมเพื่อซื้อหรือสร้างที่อยู่อาศัย ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 100,000 บาท
- ค่าสร้างบ้านใหม่ 2567 - 2568 ลดหย่อนภาษีได้ 10,000 บาท ต่อจำนวนค่าก่อสร้างที่จ่ายจริงทุก 1 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) แต่ไม่เกิน 100,000 บาท โดยต้องมีสัญญาจ้างเริ่มก่อสร้างตั้งแต่วันที่ 9 เม.ย. 67 - 31 ธ.ค. 68
- เที่ยวดี มีคืน (2568) ลดหย่อนได้ตามจริงไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับค่าที่พักและบริการของร้านอาหาร ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. - 15 ธ.ค. 68 แบ่งออกเป็น
- 10,000 บาทแรก สำหรับใบกำกับภาษีแบบกระดาษหรือแบบอิเล็กทรอนิกส์ (กระดาษ/ e-Tax Invoice)
- 10,000 บาทถัดไป สำหรับใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น (e-Tax Invoice)
ทั้งนี้ เมืองหลัก สามารถหักลดหย่อนได้ในอัตรา 1 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท แต่ในขณะเดียวกันหากท่านเที่ยวเมืองรอง สามารถหักลดหย่อนได้ในอัตรา 1.5 เท่าของจำนวนที่จ่ายจริง ลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 30,000 บาท
รวมเรื่องต้องรู้ยื่นภาษี เพื่อ “ลดหย่อนภาษี” ปี 2568

7. ตรวจสอบข้อมูลตามที่ระบบคำนวณภาษีให้อัตโนมัติ
โดยหากมีภาษีที่ชำระไว้เกินแล้วต้องการขอคืน ให้เลือก “ต้องการขอคืน”

กรณีมีภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม และต้องการชำระผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ยื่นสามารถดูช่องทางการชำระได้ที่ https://efiling.rd.go.th/rd-cms/bank แต่หากมีภาษีที่ชำระไว้เกินและต้องการขอคืน ให้ผู้ยื่นทำการสมัครพร้อมเพย์ด้วยเลขบัตรประชาชน ระบบจะทำการคืนภาษให้อัตโนมัติ และจะแจ้งผลการคืนภาษี ผ่าน SMS เบอร์โทรศัพท์ที่ผู้ยื่นได้ลงทะเบียนไว้ หากมีข้อสงสัยต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.1161 (RD Intelligence Center)

ที่มาข้อมูล : กรมสรรพากร



















