รู้จัก “ระบบไฟฟ้าสำรอง” บนเครื่องบิน ทำงานอย่างไร มีระบบไหนบ้าง


วิทยาศาสตร์ & เทคโนโลยี

Thai PBS Sci & Tech

Thai PBS
แชร์

รู้จัก “ระบบไฟฟ้าสำรอง” บนเครื่องบิน ทำงานอย่างไร มีระบบไหนบ้าง

https://www.thaipbs.or.th/now/content/863

รู้จัก “ระบบไฟฟ้าสำรอง” บนเครื่องบิน ทำงานอย่างไร มีระบบไหนบ้าง

“ระบบไฟฟ้าสำรอง” บนเครื่องบิน ทำงานอย่างไร เป็นคำถามง่าย ๆ ที่มาพร้อมกับคำตอบที่ซับซ้อน

หลายท่านเคยอาจจะสงสัยว่าจริง ๆ แล้ว เครื่องบินผลิตพลังงานไฟฟ้าใช้เองได้อย่างไร คำตอบของหลายคนก็อาจจะเป็นไฟฟ้าจากระบบเครื่องยนต์ คล้ายกับการที่เครื่องยนต์ของรถผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อชาร์จแบตเตอรีและให้พลังงานกับระบบต่าง ๆ ในรถ สำหรับเครื่องบินก็เช่นกัน

แต่ระหว่างที่เครื่องยนต์ของเครื่องบินไม่ทำงาน เช่น ระหว่างการจอดที่ท่าอากาศยาน แล้วเครื่องบินเอาไฟฟ้ามาจากที่ใดในการให้พลังงานกับระบบต่าง ๆ ภายใน เช่น ระบบปรับอากาศ และระบบในห้องนักบิน

เครื่องปั่นไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ได้ หรือ Ground Power Unit (GPU) ขณะกำลังจ่ายไฟฟ้าให้เครื่องบินที่จอดอยู่

เครื่องปั่นไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ได้ หรือ Ground Power Unit (GPU) ขณะกำลังจ่ายไฟฟ้าให้เครื่องบินที่จอดอยู่

Ground Power Unit หรือ GPU นั้นเป็นเครื่องปั่นไฟสำหรับการจ่ายไฟฟ้าให้กับเครื่องบินขณะจอดอยู่ที่ Gate หรือท่าอากาศยาน GPU นั้นอาจจะมีลักษณะเป็นเครื่องปั่นไฟเคลื่อนที่ได้ขนาดเท่ารถหนึ่งคันที่มีสายไฟฟ้าสำหรับเชื่อมต่อกับช่องจ่ายไฟฟ้าบนเครื่องบิน หรืออาจจะเป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้ใน “Jetway” หรือทางเชื่อมสำหรับเดินขึ้นเครื่องบินก็ได้

หาก GPU มีลักษณะเป็นแบบเคลื่อนที่ได้ ก็จะต้องมีรถสำหรับการลากและเคลื่อนย้าย GPU ไปยังที่ต่าง ๆ

ท่อไอเสียของระบบ APU ซึ่งอยู่บริเวณท้ายของเครื่องบิน Airbus A380

ท่อไอเสียของระบบ APU ซึ่งอยู่บริเวณท้ายของเครื่องบิน Airbus A380

Auxiliary Power Unit หรือ APU เป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าสำรองแบบกังหันก๊าซ (Gas Turbine) ซึ่งถูกติดตั้งอยู่บนเครื่องบินพาณิชย์ขนาดใหญ่เกือบทุกลำบริเวณท้ายของเครื่องบิน

นอกจากจะมีไว้เป็นระบบไฟฟ้าสำรองสำหรับการจ่ายพลังงานให้กับระบบต่าง ๆ ที่สำคัญต่อการบิน เช่น ระบบนำทาง ระบบควบคุม และปั๊มไฮดรอลิก (Hydraulic Pump) สำหรับการควบคุมแพนบังคับในกรณีที่เครื่องยนต์ไม่สามารถทำงานได้อย่างปกติ (Engine Failure) แล้ว ระบบ APU ยังถูกใช้เป็นเครื่องปั่นไฟฟ้าหลักในการสตาร์ตเครื่องยนต์อีกด้วย ระบบ APU จะใช้ผลิตสิ่งที่เรียกว่า “Bleed Air” หรืออากาศที่ถูกอัดและร้อนจัดซึ่งจำเป็นต่อการจุดระเบิดสันดาปในเครื่องยนต์ของเครื่องบิน

ระบบ APU ภายใน Fuselage ของเครื่องบินพาณิชย์ โดยระบบ APU นั้นมักจะอยู่บริเวณท้ายของเครื่องบิน

ระบบ APU ภายใน Fuselage ของเครื่องบินพาณิชย์ โดยระบบ APU นั้นมักจะอยู่บริเวณท้ายของเครื่องบิน

ไฟฟ้าจากระบบ APU นั้นจำเป็นต่อการสตาร์ตของเครื่องยนต์เป็นอย่างมาก เนื่องจากการสตาร์ตเครื่องยนต์ของเครื่องบินนั้นต้องอาศัยเชื้อเพลิง และ Bleed Air โดยที่ไฟฟ้าจากระบบ APU นั้นจะถูกนำไปจ่ายให้กับปั๊มเชื้อเพลิง (Fuel Pump) เพื่อจ่ายเชื้อเพลิงให้กับเครื่องยนต์ ขณะเดียวกัน อากาศที่ได้จากการสันดาปใน APU นั้น ถูกนำไปใช้เป็น Bleed Air สำหรับการสตาร์ตเครื่องยนต์

เมื่อเครื่องยนต์สามารถจุดระเบิดและสันดาปได้ด้วยตัวมันเองแล้ว ระบบเครื่องยนต์ก็จะสามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องปั่นไฟให้ตัวมันเองได้ นักบินจึงจะปิด APU หลังจากที่เครื่องยนต์สตาร์ตเสร็จสิ้นแล้ว

อย่างไรก็ตาม ระบบ APU นั้นจะใช้ได้ก็ต่อเมื่อมีเชื้อเพลิง ในกรณีที่เชื้อเพลิงของเครื่องบินหมด ระบบ APU ก็ไม่สามารถผลิตพลังงานได้เช่นกัน  

กังหันปั่นไฟฟ้าหรือ Ram Air Turbine (RAT) ระหว่างการทดสอบบนเครื่องบิน Airbus A320

กังหันปั่นไฟฟ้าหรือ Ram Air Turbine (RAT) ระหว่างการทดสอบบนเครื่องบิน Airbus A320

Ram Air Turbine หรือ RAT เป็นเสมือนกังหันลมสำหรับผลิตไฟฟ้าโดยอาศัยความเร็วของเครื่องบินระหว่างบินอยู่ในการแปลงพลังงานลมเป็นไฟฟ้าเพื่อจ่ายพลังงานให้กับระบบที่สำคัญต่อการบิน เช่น ระบบนำทางในห้องนักบิน และระบบไฮดรอลิกซึ่งจำเป็นต่อการควบคุมเครื่องบิน ระบบ RAT มักถูกใช้งานเมื่อทั้งระบบไฟฟ้าหลักและระบบไฟฟ้าสำรองอย่าง APU ไม่สามารถใช้งานได้

แม้แต่เครื่องบินขนาดใหญ่อย่าง Airbus A380 ก็มี RAT ซึ่งปกติแล้วจะถูกเก็บไว้ในลำตัวของเครื่องบิน และจะถูกปล่อยออกมาเพื่อรับลมอัตโนมัติเมื่อเครื่องบินสูญเสียพลังงาน ทั้งนี้ พลังงานที่ได้จาก RAT นั้นขึ้นอยู่กับความเร็วของเครื่องบิน ยิ่งเครื่องบินบินช้ามากเท่าใด พลังงานก็ยิ่งได้น้อยเท่านั้น

มีหลายครั้งที่ RAT ได้ถูกใช้งานจริงแม้จะมีระบบสำรองไฟฟ้าที่ทันสมัย เช่น APU และมี RAT เป็นที่พึ่งสุดท้าย อุบัติเหตุก็ยังเกิดได้ ยกตัวอย่างกรณี Air Canada เที่ยวบินที่ 143 ซึ่งเชื้อเพลิงหมดกลางอากาศจากความผิดพลาดในการคำนวณเชื้อเพลิง ทำให้ทั้งระบบเครื่องยนต์ที่ผลิตไฟฟ้าเป็นหลักและระบบ APU ซึ่งผลิตไฟฟ้าสำรองล้มเหลว จึงต้องใช้ RAT ในการจ่ายพลังงานให้กับระบบต่าง ๆ ของเครื่องบินแทน ผลลัพธ์คือเที่ยวบินที่ 143 สามารถลงจอดได้อย่างปลอดภัย

เรียบเรียงโดย : โชติทิวัตถ์ จิตต์ประสงค์


🎧 อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS 

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ระบบไฟฟ้าสำรองระบบไฟฟ้าสำรองเครื่องบินเครื่องบินเทคโนโลยีTechnologyThai PBS Sci And Tech Thai PBS Sci & Tech InnovationInnovation Tech World
Thai PBS Sci & Tech

ผู้เขียน: Thai PBS Sci & Tech

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความ NOW แนะนำ