ไทยพีบีเอส ร่วมตีแผ่ขยายผลสารคดีรางวัลระดับนานาชาติ “Blood Berries” ไทยพีบีเอส ร่วมตีแผ่ขยายผลสารคดีรางวัลระดับนานาชาติ “Blood Berries”
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไทยพีบีเอส ร่วมตีแผ่ขยายผลสารคดีรางวัลระดับนานาชาติ “Blood Berries”

0 ครั้ง

ไทยพีบีเอส เปิดพื้นที่ร่วมตีแผ่ขยายผลสารคดีรางวัลระดับนานาชาติ “Blood Berries” หยิบยกสารคดีสืบสวนสอบสวนเปิดโปงขบวนการค้ามนุษย์ แรงงานไทยที่ถูกหลอกถูกเอารัดเอาเปรียบ มาถ่ายทอด ชมพร้อมกันได้แล้ว ทางไทยพีบีเอส 16 มิ.ย. 69

นายโกวิท โพธิสาร บรรณาธิการ The Isaan Record และผู้ผลิตสารคดีเรื่อง “Blood Berries” (บัดเบอร์รี่ หรือ หมากไม้) ที่คว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภทสารคดีเพื่อสิทธิมนุษยชนยอดเยี่ยม จากเทศกาล Montreal Women Film Festival ปี 2026 ประเทศแคนาดา ได้ร่วมพูดคุยในรายการ “เสียงเปลี่ยนเมือง” ทางไทยพีบีเอส เปิดเผยถึงเบื้องลึกเบื้องหลังการทำงานสารคดีชิ้นนี้ ซึ่งมากกว่ารางวัลคือการที่ผู้ได้รับความเสียหายได้รับการชดเชยเยียวยา

นายโกวิท โพธิสาร บรรณาธิการ The Isaan Record

นายโกวิท กล่าวว่า จากการรวบรวมข้อเท็จจริงตลอดระยะเวลา 3 ปี พบว่าปัญหาดังกล่าวมีรากเหง้ามาจาก “ความไม่มีทางเลือก” ของแรงงานชาวอีสานที่เผชิญวิกฤตรายได้ลดลงและมีหนี้สินสะสมในช่วงโควิด-19 จนหลงเชื่อคำโฆษณาในโซเชียลมีเดียว่าการไปเก็บเบอร์รี่ป่าในฟินแลนด์และสวีเดนเพียง 3 เดือน จะปลดหนี้และสร้างเงินแสนเงินล้านได้ ชาวบ้านจึงต้องยอมกู้หนี้ยืมสินทั้งในและนอกระบบเพื่อจ่ายค่านายหน้าตั้งแต่วันที่ยังไม่ได้ออกเดินทาง สุดท้ายพวกเขาถูกหลอกให้ไปทำงานฟรีและตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ หลังทำงานได้ 3 เดือนบางคนกลับบ้านมือเปล่า พร้อมหนี้สิน

“การไปเก็บเบอร์รี่ในแรงงานที่มีปัญหาหลายปีก่อนหน้า มันคือการใช้วีซ่าเรียกว่า วีซ่าเชงเกน ก็คือท่องเที่ยว พอไปใช้วีซ่าท่องเที่ยวก็ไม่มีสถานะการเป็นแรงงาน เมื่อไม่มีสถานะการเป็นแรงงานหมายความว่าไม่มีสถานะการเป็นลูกจ้าง ต้องเป็นหนี้บริษัทนายหน้าเพื่อที่จะเช่ารถ ค่าที่พัก ค่าอาหาร เพื่อที่จะไปหาเบอร์รี่ซึ่งไม่รู้ว่าอยู่ตรงไหน ไม่รู้จะเก็บได้เท่าไหร่ด้วย” นายโกวิท กล่าว

นายโกวิท ได้ตั้งคำถามเชิงนโยบายไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงว่าผ่านไทยพีบีเอสว่า สุดท้ายเรื่องนี้ศาลที่ประเทศฟินแลนด์ได้พิพากษาจำคุกและสั่งให้ชดใช้ค่าเสียหายหลายล้านบาทแก่ผู้เสียหาย โดยผู้มีความผิดมีทั้งเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลฟินแลนด์, CEO ของบริษัทเบอร์รี่ และนายหน้าชาวไทย แต่น่าแปลกใจที่ทางฝั่งไทยกลับไม่มีกลไกใด ๆ ขยับเขยื้อน

นอกจากนี้ ไทยพีบีเอสยังขยายผลประเด็นจากสารคดีผ่านรายการ สถานีประชาชน โดยเชิญหนึ่งในผู้เสียหาย พร้อมด้วยตัวแทนสหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทย มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงสะท้อนปัญหาและเสนอข้อเรียกร้องต่อภาครัฐ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

โดยสหภาพคนทำงานต่างประเทศแห่งประเทศไทยได้เสนอข้อเรียกร้องสำคัญ 4 ประการ ได้แก่

  1. ขอให้นายกรัฐมนตรีและกระทรวงแรงงานเข้ามาดูแลและเร่งแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนและจริงจัง
  2. เรียกร้องให้นำเงินจากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศมาเยียวยาผู้เสียหายเบื้องต้นรายละ 30,000 บาท
  3. ขอให้ปรับปรุงข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาการใช้สิทธิ์เยียวยาที่กำหนดอายุความไว้ 2 ปี เนื่องจากความล่าช้าเกิดจากกระบวนการของหน่วยงานรัฐ ไม่ใช่จากตัวแรงงาน
  4. ขอให้เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลบริษัทจัดหางาน หลังพบว่าบางบริษัทที่เคยถูกดำเนินคดียังสามารถใช้เครือข่ายเดิมเปิดบริษัทใหม่เพื่อส่งแรงงานไปทำงานต่างประเทศได้อีก

สำหรับไทยพีบีเอส ใด้นำลิขสิทธิ์สารคดี “Blood Berries หมากไม้” มานำเสนอเป็นการทำหน้าที่สื่อสาธารณะที่ไม่ใช่เพียงการรายงานความเดือดร้อนทั่วไป แต่เป็นการเปิดโปงโครงสร้างความล้มเหลวของภาครัฐเพื่อผลักดันให้เกิดการอุดช่องโหว่กฎหมายแรงงานข้ามชาติอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ สามารถติดตามชมสารคดี “Blood Berries หมากไม้” ได้แล้วทาง VIPA และวันที่ 16 มิ.ย. 69 นี้ ดูสดพร้อมกันทาง ไทยพีบีเอส หมายเลข 3

สารคดี “Blood Berries หมากไม้”

The Isaan Record ใช้เวลากว่า 3 ปี ติดตามชะตากรรมของคนอีสานที่หอบความหวังไปเสี่ยงโชคด้วยการเป็นแรงงานเก็บ “เบอร์รี่” ในป่าฟินแลนด์และสวีเดน พวกเขาคิดว่าเบอร์รี่ป่าในประเทศศิวิไลซ์จะชุบชีวิตและช่วยปลดหนี้ได้ จึงกู้หนี้ยืมสินเพื่อไปเป็นแรงงานตามคำชักชวนของกระทรวงแรงงานและนายหน้า แต่โชคชะตากลับไม่เข้าข้าง พวกเขาถูกหลอกให้ไปทำงานฟรีและตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ หลังทำงานได้ 3 เดือนบางคนกลับบ้านมือเปล่า พร้อมหนี้สินพะรุงพะรัง หลายปีผ่านมามีรายงานผู้เสียหายกว่า 4,000 คน ทำให้พวกเขารวมกลุ่มกันเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม ระหว่างที่รอให้หน่วยงานรัฐแก้ไขวิกฤตหนี้สินจากการถูกหลอกไปทำงานต่างประเทศ แต่นักการเมืองที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์และการคอร์รัปชันกลับได้ดิบได้ดี