ผอ.ไทยพีบีเอส ชี้วิกฤตสิ่งแวดล้อมไม่ใช่เรื่องของอนาคต แต่เป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของทุกคน พร้อมย้ำ บทบาทสำคัญของสื่อมวลชนในการส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือ เพื่อสร้างความเข้าใจและกระตุ้นให้เกิดการลงมือทำเพื่อความยั่งยืน ในงาน EARTH JUMP 2026
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมเสวนาในงาน EARTH JUMP 2026: A Bridge to Empowered Actions หัวข้อ “Powering Sustainability: The Role of Media as a Change Catalyst : สื่อมวลชน ศูนย์กลางพลังขับเคลื่อนความยั่งยืน” เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของสื่อในการสร้างความตระหนักรู้และขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน
การเสวนาครั้งนี้มีผู้แทนจากองค์กรสื่อชั้นนำร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง ได้แก่ คุณกิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการข่าว 3 มิติ, คุณจิตสุภา วัชรพล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม ไทยรัฐทีวี และไทยรัฐออนไลน์ และคุณทรงกลด บางยี่ขัน ผู้ร่วมก่อตั้งและบรรณาธิการบริหาร The Cloud ร่วมสะท้อนบทบาทของสื่อมวลชนในฐานะกลไกสำคัญในการผลักดันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาอย่างยั่งยืนให้เข้าถึงประชาชน

นายวันชัย กล่าวว่า บทบาทสำคัญของสื่อในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่การเข้าไปชี้เล็งหรือชี้นำความคิดของสังคมแบบเบ็ดเสร็จ แต่คือการทำหน้าที่เป็น “ผู้ส่งสารที่น่าเชื่อถือ” นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง รอบด้าน และผ่านการตรวจสอบ เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจและคิดวิเคราะห์ด้วยตนเอง โดยเฉพาะการชี้ให้เห็นถึงจุดที่ข้อมูลในสังคมอาจยังไม่ครบถ้วน เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนเกิดการฉุกคิด คิดวิเคราะห์ และใช้ข้อมูลประกอบการตัดสินใจด้วยตนเอง

นอกจากนี้ นายวันชัย ยังได้ยกตัวอย่างประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมที่สะท้อนว่าผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นเรื่องใกล้ตัวกว่าที่หลายคนคิด โดยระบุว่า หลายงานศึกษาคาดการณ์ว่า กรุงเทพมหานครอาจเผชิญความเสี่ยงจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นภายในปี ค.ศ. 2050 เช่นเดียวกับเมืองชายฝั่งอีกหลายแห่งทั่วโลก ขณะที่บางประเทศอย่างอินโดนีเซียได้เริ่มวางแผนย้ายเมืองหลวงเพื่อรับมือแล้ว

พร้อมกันนี้ ยังได้ชวนสังคมมองคุณค่าของทรัพยากรธรรมชาติในมิติทางเศรษฐกิจ โดยอ้างถึงการประเมินของนักเศรษฐศาสตร์ที่พบว่า ระบบนิเวศและทรัพยากรธรรมชาติสร้างคุณประโยชน์ให้มนุษย์ในแต่ละปีคิดเป็นมูลค่าประมาณปีละ 125-145 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นมูลค่าที่มหาศาล และอาจสูงกว่ามูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมของโลก หรือ GDP ที่อยู่ที่ประมาณปีละ 115 ล้านล้านดอลลาร์ จึงเป็นประเด็นที่สังคมควรร่วมกันพิจารณาว่า การพัฒนาโครงการ Land Bridge ควรคำนึงถึงมูลค่าของทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศที่อาจสูญเสียไปควบคู่กับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้วย
สำหรับการสื่อสารประเด็นสิ่งแวดล้อม นายวันชัยมองว่า ความท้าทายสำคัญคือการทำให้เรื่องที่หลายคนมองว่าเป็น “เรื่องไกลตัว” กลายเป็น “เรื่องใกล้ตัว” ผ่านการนำเสนอผลกระทบที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิต ชุมชน หรือแหล่งท่องเที่ยวที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งช่วยให้ประชาชนเห็นภาพและตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาได้มากขึ้น
“สื่อมวลชนจะต้องทำหน้าที่อย่างเข้มข้นในการสื่อสารข้อมูลข่าวสาร เพื่อร่วมเป็นพลังขับเคลื่อนให้สังคมสามารถตัดสินใจและปรับตัวต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างเท่าทัน” นายวันชัยกล่าว

ทั้งนี้ ไทยพีบีเอสให้ความสำคัญกับการดำเนินงานภายในองค์กรตามแนวทาง Green Office โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการดำเนินงานในทุกมิติ ทั้งการใช้พลังงานและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการของเสียและการคัดแยกขยะ การเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในชีวิตประจำวัน

ในปี 2569 ไทยพีบีเอสได้กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัดด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมขับเคลื่อนกิจกรรมภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง อาทิ การรณรงค์ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว การส่งเสริมการนำภาชนะส่วนตัวมาใช้ การคัดแยกและหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์ การแปรรูปเศษอาหารเป็นปุ๋ยอินทรีย์ การบริจาควัสดุรีไซเคิล รวมถึงกิจกรรมรณรงค์ลดการใช้พลังงานภายในองค์กร เพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการดูแลสิ่งแวดล้อมร่วมกัน