องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดย สำนักสื่อดิจิทัล เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการเสริมสร้างความเข้มแข็งในการป้องกันและควบคุมโรคไข้เลือดออกในประเทศไทย (Dengue-zero) ประจำปี 2569 (ครั้งที่ 10) จัดโดย แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางการสื่อสารสาธารณะและขับเคลื่อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคสื่อมวลชน ในการลดอัตราการป่วยและเสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกของประเทศไทย ณ โรงแรมโอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569

การประชุมดังกล่าวมี ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร ลีลารัศมี ประธานความร่วมมือ Dengue-zero แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรทางการแพทย์ และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง โดย ศ.เกียรติคุณ นพ.อมร กล่าวว่า “โครงการ Dengue-zero ได้กำหนดเป้าหมายระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 – 2569) ในการลดจำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกลงร้อยละ 25 ลดอัตราการเสียชีวิตให้ต่ำกว่า 1 ต่อ 10,000 ราย และควบคุมแหล่งเพาะพันธุ์ลูกน้ำยุงลายในชุมชนให้อยู่ในระดับปลอดภัย แม้ภาพรวมการดำเนินงานจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตลงได้ แต่ยังไม่บรรลุเป้าหมายทั้งหมด จึงจำเป็นต้องเดินหน้าความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง”


ด้านกรุงเทพมหานครรายงานสถานการณ์โรคไข้เลือดออก ณ วันที่ 15 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยสะสม 1,215 ราย เสียชีวิต 4 ราย ขณะที่ภาพรวมประเทศมีผู้ป่วยสะสม 13,143 ราย และเสียชีวิต 19 ราย โดยพื้นที่เสี่ยงสูงในกรุงเทพมหานคร ได้แก่ เขตบางคอแหลม จตุจักร ยานนาวา ราชเทวี และบางรัก
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังเดินหน้าฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้เลือดออกให้แก่นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในพื้นที่เสี่ยง 5 เขต ได้แก่ คลองสาน ธนบุรี บางกอกใหญ่ บางคอแหลม และดินแดง โดยมีกำหนดฉีดเข็มแรกในเดือนสิงหาคม 2569 และเข็มที่สองในเดือนพฤศจิกายน 2569


กรมควบคุมโรคเปิดเผยว่า แม้จำนวนผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกในปี 2569 จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีที่มีการระบาดใหญ่ แต่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วงฤดูฝน พร้อมเดินหน้ามาตรการ War Room รายสัปดาห์ เพื่อติดตามสถานการณ์ในพื้นที่เสี่ยงและเร่งควบคุมการระบาดอย่างทันท่วงที และจากข้อมูลยังพบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว ขณะเดียวกันผู้ป่วยอายุน้อยก็มีแนวโน้มเสียชีวิตเพิ่มขึ้น โดยสาเหตุสำคัญคือการเข้ารับการรักษาล่าช้า ซึ่งผู้ป่วยจำนวนมากมาพบแพทย์ในวันที่ 4 ของการป่วย ซึ่งเป็นช่วงที่โรคมีความรุนแรงสูง


ไทยพีบีเอสร่วมเสนอ 8 กลยุทธ์การสื่อสาร สร้างการรับรู้ให้เข้าถึงประชาชน
นางสาวกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส ได้ร่วมประชุมแลกเปลี่ยนถึงการสื่อสารสร้างความตระหนักรู้เรื่องโรคไข้เลือดออก ท่ามกลางยุค Information Overload ที่ข้อมูลข่าวสารบนหน้าฟีดออนไลน์มีอย่างแพร่หลาย ดังนั้นการสื่อสารด้านสุขภาพจึงจำเป็นต้องวางแผน เล่าเรื่องให้โดดเด่น เข้าใจง่าย โดยเสนอการทำคอนเทนต์เล่าเรื่อง (Storytelling) บนสื่อออนไลน์ผ่าน 8 รูปแบบ เพื่อให้เข้าถึงและโดนใจประชาชน

- Subject Story: เล่าจากตัวบุคคล ถ่ายทอดโรคภัยผ่านผู้ได้รับผลกระทบจากโรค
- Journey Story: เล่าจากเหตุการณ์ หรือเบื้องหลังการทำงานด้านสาธารณสุข
- Myths / Q&A: ไขความเชื่อ/ข่าวปลอม ตอบข้อสงสัยและแก้ความเชื่อผิดเกี่ยวกับโรค
- Economic Story: ความสูญเสียเชิงเศรษฐกิจ สื่อสารผลกระทบทางเศรษฐกิจจากการเจ็บป่วย
- Community Story: เล่าเรื่องชุมชน ถ่ายทอดต้นแบบชุมชนที่จัดการโรคได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Hero Story: เล่าเรื่องฮีโร่ นำเสนอบุคคลต้นแบบที่ช่วยป้องกันและควบคุมโรค
- Data Story: อธิบายตัวเลขเป็นกราฟ ใช้ข้อมูลและกราฟอธิบายสถานการณ์ให้เข้าใจง่าย
- Future Story: ชวนคิดชวนถาม กระตุ้นให้ประชาชนมองผลกระทบในอนาคต หากไม่ร่วมกันป้องกันโรคตั้งแต่วันนี้

Social Listening ชี้คนไทยยังไม่ตระหนักไข้เลือดออกมากพอ
ด้าน นางสาวพิมพ์ตะวัน แน่ประโคน เจ้าหน้าที่เนื้อหาดิจิทัลอาวุโส สำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส นำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล Social Listening ระหว่างวันที่ 20 มกราคม – 20 กรกฎาคม 2569 พบว่า โรคไข้เลือดออกยังไม่ใช่ประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีกระแสพูดถึงในบางช่วงจากเหตุการณ์เฉพาะหรือข่าวโรคระบาดอื่นที่มีอาการคล้ายกัน แต่การรับรู้ส่วนใหญ่เป็นเพียงการติดตามตามกระแส และลดลงอย่างรวดเร็วหลังเหตุการณ์ผ่านไป

ส่วนการพูดถึงวัคซีนไข้เลือดออก พบว่า 81.7% พูดถึงเรื่องความคุ้มค่าและการเข้าถึงวัคซีน รองลงมาคือ ความต้องการให้ภาครัฐสนับสนุนวัคซีนฟรี ขณะที่ความกังวลเรื่องผลข้างเคียงมีเพียงประมาณ 1% สะท้อนว่าประชาชนเชื่อมั่นในประสิทธิภาพของวัคซีน แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึง
ผู้เชี่ยวชาญยืนยัน วัคซีน 2 เข็ม ปลอดภัยและป้องกันการนอนโรงพยาบาลได้สูง

ปิดท้ายการประชุม ศ. พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี อัปเดตผลการศึกษาวัคซีนไข้เลือดออกชนิดเชื้อเป็นอ่อนฤทธิ์ ซึ่งติดตามผลต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 พบว่าวัคซีนยังสามารถป้องกันการนอนโรงพยาบาลได้ถึง 90% หลังฉีดครบ 2 เข็ม โดยไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้น ปัจจุบันมีการใช้วัคซีนแล้วกว่า 25 ล้านโดสใน 42 ประเทศทั่วโลก ข้อมูลด้านความปลอดภัยอยู่ในระดับที่ดี ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการไม่รุนแรง และสามารถป้องกันโรคไข้เลือดออกได้ทั้ง 4 สายพันธุ์


ทั้งนี้ ไทยพีบีเอสยังคงเดินหน้าสื่อสารความรู้เกี่ยวกับโรคไข้เลือดออกอย่างต่อเนื่อง ผ่านรายการ “คนสู้โรค” ทางไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และการนำเสนอข้อมูลเชิงลึกผ่าน The Visual by Thai PBS เรื่อง “ยุง” ยุคโลกเดือด แพร่พันธุ์เร็วขึ้น กัดดุขึ้น ! นำเสนอข้อมูลสถานการณ์แพร่ระบาดของยุงลายในรูปแบบ DATA Visualization ชมผลงานได้ที่ www.thaipbs.or.th/TheVisualMosquito รวมถึงการลงพื้นที่ร่วมกับกรุงเทพมหานคร เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการป้องกันโรคไข้เลือดออกสู่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งหวังให้การสื่อสารที่ถูกต้อง เข้าใจง่าย และเข้าถึงทุกกลุ่มคน เป็นอีกหนึ่งพลังสำคัญในการลดจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตจากโรคไข้เลือดออกของประเทศไทยอย่างยั่งยืน

