ไทยพีบีเอสร่วมเวทีเสวนา ชี้ทิศทางอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในยุคแพลตฟอร์มดิจิทัล ไทยพีบีเอสร่วมเวทีเสวนา ชี้ทิศทางอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในยุคแพลตฟอร์มดิจิทัล
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไทยพีบีเอสร่วมเวทีเสวนา ชี้ทิศทางอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในยุคแพลตฟอร์มดิจิทัล

0 ครั้ง

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส ร่วมการประชุมเพื่อรายงานผลการดำเนินงานและเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณะ ตามโครงการการจ้างที่ปรึกษาเพื่อติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลในประเด็นที่สำคัญ ด้านกิจการโทรทัศน์ ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นเวทีนำเสนอผลการศึกษาและ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรทัศน์ไทยในอนาคต โดยมี ดร.พันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานด้านกิจการโทรทัศน์ (กตป.) เป็นประธานกล่าวเปิดงาน

ดร.พันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานด้านกิจการโทรทัศน์ (กตป.)

พร้อมรับฟังปาฐกถาพิเศษหัวข้อ พื้นที่อธิปไตยทางการสื่อสาร ความท้าทายใหม่ของการกำกับดูแลทีวีดิจิทัลในช่วงเปลี่ยนผ่าน และเวทีเสวนาเรื่อง ทิศทางอุตสาหกรรมการส่งเสริมเนื้อหาคุณภาพและความหลากหลายในโทรทัศน์ดิจิทัล โดย คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในฐานะผู้แทนสื่อสาธารณะ ถึงการพัฒนาเนื้อหาคุณภาพ การปรับตัวสู่แพลตฟอร์มดิจิทัล และบทบาทของสื่อสาธารณะในการสร้างความหลากหลายและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชน เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ชี้ “อธิปไตยทางการสื่อสาร” ความท้าทายใหม่ของการกำกับดูแลสื่อในยุคดิจิทัล

ในช่วงปาฐกถาพิเศษ “พื้นที่อธิปไตยทางการสื่อสาร ความท้าทายใหม่ของการกำกับดูแลทีวีดิจิทัลในช่วงเปลี่ยนผ่าน” ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ กล่าวว่า ปัจจุบัน “อำนาจในการสื่อสาร” ได้เปลี่ยนผ่านจากผู้ประกอบการโทรทัศน์และผู้ผลิตเนื้อหา ไปสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลที่ใช้อัลกอริทึมกำหนดการมองเห็นและการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน ส่งผลให้ “อธิปไตยทางการสื่อสาร” (Communication Sovereignty) กลายเป็นประเด็นสำคัญของการกำกับดูแลสื่อในยุคดิจิทัล

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง อธิบายว่า อธิปไตยทางการสื่อสารครอบคลุม 3 มิติ ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน เนื้อหาและการเป็นตัวแทนทางวัฒนธรรม และข้อมูลกับอัลกอริทึม ซึ่งล้วนมีผลต่อการกำหนดว่าประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลข่าวสารใด พร้อมชี้ว่า ประเทศไทยยังขาดกฎหมายและนโยบายที่รองรับการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในฐานะผู้ชม ผู้ผลิต และผู้บริโภคเนื้อหาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ทั้งยังแสดงความกังวลต่ออนาคตของอุตสาหกรรมสื่อไทย หากไม่เร่งสนับสนุนผู้ผลิตเนื้อหาในประเทศ อาจทำให้ประชาชนบริโภคคอนเทนต์จากต่างประเทศมากขึ้น จนส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมสื่อไทย

นอกจากนี้ ยังนำเสนอข้อมูลแนวโน้มการรับชมรายการโทรทัศน์ของงททีวีดิจิทัลที่คาดว่าในปี 2572 การรับชมผ่าน เว็บไซต์และแอปพลิเคชัน (OTT) จะเพิ่มขึ้นเป็น 48.8% แซงหน้าการรับชมผ่านโทรทัศน์ดิจิทัลที่ลดลงเหลือ 32.5% สะท้อนว่าการกำกับดูแลในอนาคตจำเป็นต้องปรับจากการกำกับช่องโทรทัศน์ไปสู่การกำกับดูแลระบบนิเวศของแพลตฟอร์มดิจิทัล ที่มีบทบาทกำหนดการเข้าถึงข้อมูลและการมองเห็นของเนื้อหา

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง ยังเสนอให้จัดทำ Roadmap ทีวีไทย เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรทัศน์ในระยะยาว โดยรักษาบทบาทของฟรีทีวีในฐานะแหล่งข้อมูลข่าวสารเพื่อสาธารณะ (Safety Net) ส่งเสริมผู้ผลิตเนื้อหาคุณภาพ คุ้มครองผู้บริโภค และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงสื่อของประชาชนทุกกลุ่ม

ในช่วงท้าย ได้เสนอแนวคิดการกำกับดูแลแบบยืดหยุ่น (Agile Regulation) โดยเปลี่ยนจากการกำกับตามข้อกำหนดตายตัว (Rule-Based Regulation) ไปสู่การกำกับตามระดับความเสี่ยงและผลลัพธ์ (Risk-Based & Outcomes-Based Regulation) พร้อมส่งเสริมการใช้เครื่องมือตรวจสอบอัตโนมัติ เพื่อให้ภาครัฐ ผู้ประกอบการ แพลตฟอร์ม ภาควิชาการ และภาคประชาชน ร่วมกันออกแบบกติกาและพัฒนาระบบกำกับดูแลที่เหมาะสมกับบริบทของสื่อยุคดิจิทัล โดยทิ้งท้ายว่า การเปลี่ยนผ่านจากยุคโทรทัศน์ดิจิทัลสู่ยุคแพลตฟอร์ม ไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอำนาจในการสื่อสาร จึงจำเป็นต้องปรับแนวทางกำกับดูแลให้ทันต่อบริบทใหม่ เพื่อรักษาอธิปไตยทางการสื่อสาร คุ้มครองสิทธิของประชาชน และสร้างระบบนิเวศสื่อไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืนในอนาคต

ภายในงานยังมีการจัดเวทีเสวนา “ทิศทางอุตสาหกรรมการส่งเสริมเนื้อหาคุณภาพและความหลากหลายในโทรทัศน์ดิจิทัล” โดย คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส และ คุณเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการปรับตัวของอุตสาหกรรมสื่อ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และการแข่งขันจากแพลตฟอร์มระดับโลก

ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า คุณภาพ และ ความหลากหลายของเนื้อหา ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมสื่อ ขณะที่การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลทำให้ผู้ผลิตสื่อต้องปรับตัวทั้งด้านรูปแบบการนำเสนอ เทคโนโลยี และทักษะการทำงาน เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมผู้ชมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อดิจิทัล ไทยพีบีเอส

คุณกนกพร ประสิทธิ์ผล กล่าวถึงข้อมูลการสำรวจของ ADTEB และ Nielsen พบว่าผู้ชมจำนวนมากย้ายจากการรับชมโทรทัศน์แบบดั้งเดิมไปสู่แพลตฟอร์มสตรีมมิงระดับโลก โดยมีสัดส่วนการรับชม OTT สูงถึง 63% เทียบกับทีวีดิจิทัล 37% ขณะที่ฟรีทีวียังคงเป็นสื่อหลักของคนไทยเมื่อเทียบกับแพลตฟอร์มสตรีมมิงของไทย สะท้อนว่าผู้บริโภคไม่ได้ละทิ้งโทรทัศน์ แต่เลือกเสพสื่อผ่านหลายแพลตฟอร์มควบคู่กัน

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้ผู้ผลิตสื่อต้องคิดแบบ Multi-platform ใช้ข้อมูลและสถิติผู้ชมมาวางแผนการผลิตคอนเทนต์ พร้อมนำเทคโนโลยี AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ภายใต้หลักการที่ให้มนุษย์เป็นผู้กำกับดูแลการใช้เทคโนโลยี และยึดมั่นในความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ และประโยชน์สาธารณะ พร้อมกันนี้ ยังเน้นย้ำว่า บุคลากรด้านสื่อในอนาคตจำเป็นต้องมีทักษะรอบด้าน ทั้งการผลิตคอนเทนต์ การสัมภาษณ์ การตลาด และการวิเคราะห์ข้อมูล ขณะเดียวกันทุกภาคส่วนควรร่วมกันส่งเสริม การรู้เท่าทันสื่อ (Media Literacy) เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนสามารถคัดกรองข้อมูลข่าวสารและเลือกบริโภคเนื้อหาคุณภาพได้อย่างมีวิจารณญาณ

คุณเดียว วรตั้งตระกูล เลขานุการสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล (ประเทศไทย)

ด้าน คุณเดียว วรตั้งตระกูล กล่าวถึงบทบาทของแพลตฟอร์มและอัลกอริทึมมีอิทธิพลต่อการคัดกรองและการมองเห็นของเนื้อหาอย่างมาก จึงควรให้ความสำคัญกับจริยธรรมของแพลตฟอร์ม การสร้างภูมิคุ้มกันต่อเนื้อหาที่เป็นพิษ (Toxic Content) และการกำหนดนโยบายกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อให้การพัฒนาอุตสาหกรรมสื่อไทยสามารถแข่งขันได้อย่างยั่งยืน

ปิดท้ายการเสวนาฯ คุณกนกพรเสนอว่า หน่วยงานกำกับดูแลควรมีกลไกที่ช่วยให้ “เนื้อหาที่มีคุณภาพ” สามารถเข้าถึงประชาชนได้มากขึ้นและอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่อัลกอริทึมอาจทำให้คอนเทนต์เชิงคุณภาพถูกมองเห็นน้อยลง พร้อมย้ำว่าทั้งผู้ผลิตสื่อ แพลตฟอร์ม และประชาชน ต่างมีบทบาทร่วมกันในการสร้างระบบนิเวศสื่อที่มีคุณภาพและยั่งยืน

การประชุมฯ ในครั้งนี้ยังมีการเปิดเผยผลการศึกษาและข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อคณะกรรมการ กสทช. เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรมโทรทัศน์สู่ยุคแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยครอบคลุมทั้งการปรับปรุงกฎหมายและโครงสร้างการกำกับดูแล การส่งเสริมผู้ผลิตเนื้อหาคุณภาพ การคุ้มครองผู้บริโภค การยกระดับการวัดผลผู้ชมข้ามแพลตฟอร์ม ตลอดจนการพัฒนากลไกกำกับดูแลที่ยืดหยุ่นและทันต่อเทคโนโลยี เพื่อสร้างระบบนิเวศสื่อที่มีคุณภาพ แข่งขันได้ และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกสื่อในอนาคต