ไทยพีบีเอส เดินหน้าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ในอาคารส่วนภูมิภาค 36 แห่งทั่วประเทศ ภายใต้รูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) โดยองค์กรไม่ต้องลงทุนติดตั้งเอง คาดช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้ากว่า 2 ล้านบาทต่อปี พร้อมลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 1,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี
เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส จัดพิธีลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (Power Purchase Agreement: PPA) โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ณ อาคารของ ส.ส.ท. ส่วนภูมิภาคจำนวน 36 แห่ง ในรูปแบบสัญญาซื้อขายไฟฟ้า PPA ระหว่าง ไทยพีบีเอส กับบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ กรีนพลัส จำกัด โดยมีนายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. และนายสารชัย เตโชตานนท์ กรรมการบริษัท ลงนามร่วมกัน และพยานจากทั้งสองหน่วยงาน ได้แก่ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผอ. ส.ส.ท. ด้านเทคโนโลยี และนางสาวบวรพร แก้วอินทร์ Senior Project Coordinator
นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการ ส.ส.ท. กล่าวว่า โครงการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายบริหารจัดการพลังงานของไทยพีบีเอส เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในระยะยาว โดยก่อนหน้านี้ได้มีการลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า PPA ในโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา รูปแบบเดียวกันนี้ ณ อาคารของ ส.ส.ท. สำนักงานใหญ่ และอยู่ระหว่างดำเนินการ ส่วนโครงการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ณ อาคารของ ส.ส.ท. ส่วนภูมิภาคจำนวน 36 แห่ง ได้คัดเลือกบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ กรีน พลัส จำกัด เป็นผู้ดำเนินโครงการ โดยจะติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รวมไม่น้อยกว่า 1,500 กิโลวัตต์พีก (kWp) ครอบคลุมอาคารส่วนภูมิภาค 36 แห่ง รวมถึงการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV Charger) จำนวน 3 จุด ที่ศูนย์ไทยพีบีเอส จังหวัดเชียงใหม่ ขอนแก่น และสงขลา


สำหรับประโยชน์ที่ไทยพีบีเอสจะได้รับ ได้แก่ ส่วนลดค่าไฟฟ้าในอัตรา 35% ของพลังงานที่ผลิตได้ตลอดอายุสัญญา 15 ปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าได้ประมาณ 2,000,000 บาทต่อปี นอกจากนี้ ยังสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ประมาณ 1,200 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี (tCO₂e/year) ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินงานด้านการอนุรักษ์พลังงาน การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และการสนับสนุนเป้าหมายด้านความยั่งยืนของ ส.ส.ท.

ทั้งนี้ เมื่อการลงนามในสัญญาแล้วเสร็จ จะเริ่มนับระยะเวลาดำเนินงานและส่งมอบงานตามสัญญา 180 วัน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้า และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดของสถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ส่วนภูมิภาคในระยะยาว สามารถขับเคลื่อนองค์กรตามยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรสู่การเป็น Green Office องค์กรที่มุ่งลดการใช้พลังงาน เพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานหมุนเวียน และบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
