ไทยพีบีเอส เปิดเทศกาล VIFF2026 เปิดพื้นที่คนทำหนังรุ่นใหม่ สร้างโอกาสและการเชื่อมต่อในวงการภาพยนตร์ ไทยพีบีเอส เปิดเทศกาล VIFF2026 เปิดพื้นที่คนทำหนังรุ่นใหม่ สร้างโอกาสและการเชื่อมต่อในวงการภาพยนตร์
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไทยพีบีเอส เปิดเทศกาล VIFF2026 เปิดพื้นที่คนทำหนังรุ่นใหม่ สร้างโอกาสและการเชื่อมต่อในวงการภาพยนตร์

0 ครั้ง

ไทยพีบีเอส เปิดเทศกาล VIFF2026 อย่างเป็นทางการ 15 วันแห่งภาพยนตร์ไทย – นานาชาติ ชวนค้นหา “FIRST” ผ่านหนัง เสวนา เวิร์กช็อป นิทรรศการ และประสบการณ์ภาพยนตร์ พร้อมเชื่อมโยงคนทำหนัง ผู้ชม และ Film Community สู่การแลกเปลี่ยนและโอกาสใหม่ในวงการภาพยนตร์

องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยความร่วมมือของ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, มูลนิธิไทยพีบีเอส, VIPA, กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ และสมาคมผู้สร้างภาพยนตร์อิสระไทย เปิดเทศกาล “VIPA International Film Festival 2026” หรือ VIFF2026 ภายใต้แนวคิด “FIRST” ที่ชวนผู้ชมออกเดินทางผ่านภาพยนตร์ไทยและต่างประเทศ กว่า 46 เรื่อง ตลอด 15 วัน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้กำกับรุ่นใหม่ ผู้สร้างสรรค์ และผู้ชมได้พบปะ แลกเปลี่ยน และเชื่อมต่อกันผ่านโปรแกรมภาพยนตร์ Film Talks, Workshops, Masterclasses, Networking รวมถึงนิทรรศการและกิจกรรมพิเศษ ทั้งในพื้นที่ไทยพีบีเอสและบนแพลตฟอร์ม VIPA ในรูปแบบ Hybrid Festival

บรรยากาศวันเปิดเทศกาล VIFF2026 วันที่ 11 กันยายน 2569 เริ่มต้นด้วยพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยมี นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายปราโมทย์ บุญนำสุข รองผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ นายศิริชัย สาครรัตนกุล ประธานมูลนิธิไทยพีบีเอส และ นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอส ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดเทศกาล ก่อนเข้าสู่ Opening Film Talk พูดคุยกับ อรุณศักดิ์ อ่องลออ ผู้กำกับภาพยนตร์ “One Cut Monk” หรือ “วันคัต ดีเนาะ” ถึงแนวคิด กระบวนการทำงาน เบื้องหลัง และความท้าทายของ การสร้างภาพยนตร์ด้วยภาษาภาพยนตร์ที่แตกต่าง จากนั้น พาผู้ชมเข้าสู่การฉายภาพยนตร์ “One Cut Monk” ภาพยนตร์เปิดเทศกาล ที่นำเสนอการถ่ายทำแบบเทคเดียวในรูปแบบที่โดดเด่นและท้าทายข้อจำกัดของการเล่าเรื่องด้วยภาพยนตร์ ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านจังหวะและพื้นที่จริงโดยไม่ตัดภาพ ตลอดความยาว 100 นาที

นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวถึงทิศทางและนโยบายการส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย และการสนับสนุน VIFF2026 ว่า ปัจจุบันภาพยนตร์และสารคดีไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพื่อความบันเทิง แต่ ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการบันทึกประวัติศาสตร์ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ วิถีชีวิต มุมมองทางสังคม และมรดกทางวัฒนธรรม ขณะที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรมให้ความสำคัญกับการส่งเสริม Content สร้างสรรค์ของไทย เพื่อสร้างโอกาสให้ผู้สร้าง และบุคลากรในวงการได้พัฒนาผลงาน และเพิ่มการยอมรับในระดับสากล

นางปรารถนา สินธุนาวา รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม

การสนับสนุน VIFF 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ บุคลากรในวงการภาพยนตร์ และประชาชนได้เข้าถึงผลงานภาพยนตร์และสารคดี เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดผ่านสื่อสาธารณะ สร้างความร่วมมือระหว่างผู้สร้างกับผู้ชม และส่งเสริมการพัฒนาผลงานภาพยนตร์และวีดิทัศน์ไทยให้มีความร่วมสมัยและเป็นที่รู้จักในเวทีนานาชาติ

ด้าน นายศิริชัย สาครรัตนกุล ประธานมูลนิธิไทยพีบีเอส เปิดเผยว่า มูลนิธิไทยพีบีเอสยินดีที่ได้ร่วมสนับสนุน เทศกาล VIPA International Film Festival 2026 ซึ่งสอดคล้องกับภารกิจในการสนับสนุนการผลิตและเผยแพร่สื่อสาธารณะ โดยมองว่าเทศกาลฯ เป็นพื้นที่สำคัญที่ทำให้ผลงานของผู้สร้างรุ่นใหม่ได้พบกับผู้ชม และเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนทั้งในมิติของผลงานและประเด็นทางสังคม ขณะเดียวกันยังเป็นพื้นที่ให้ผู้ชมได้เข้าถึงภาพยนตร์และสารคดีที่หลากหลาย รวมถึงเรียนรู้มุมมองใหม่ ๆ ผ่านงานภาพยนตร์ พร้อมขอบคุณกรมส่งเสริมวัฒนธรรมและภาคีเครือข่ายทุกฝ่าย ที่ร่วมสนับสนุนให้เกิดเทศกาลครั้งนี้

นายศิริชัย สาครรัตนกุล ประธานมูลนิธิไทยพีบีเอส

ในส่วนของนายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอส กล่าวว่า แนวคิด “FIRST” ของ VIFF 2026 ไม่ได้จำกัดความหมายไว้เพียงภาพยนตร์เรื่องแรกของผู้กำกับ แต่ยังหมายถึงเรื่องเล่าที่ยังไม่ถูกบอกเล่า มุมมองใหม่ วิธีการ เล่าเรื่องที่สร้างสรรค์ และความกล้าที่จะลอง ซึ่งล้วนเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการสร้างสรรค์ผลงานและการเติบโตของคนทำหนัง เทศกาล VIFF 2026 จึงต้องการเปิดพื้นที่ให้คนทำหนังรุ่นใหม่ได้พบกับผู้ชม และผู้เชี่ยวชาญในวงการ เป็นพื้นที่ ในการเรียนรู้ แลกเปลี่ยน ตลอดจนสร้างเครือข่ายและความร่วมมือใหม่ ๆ ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้สร้างรุ่นใหม่ได้พัฒนาผลงานและก้าวต่อไปในเส้นทางอาชีพ พร้อมทั้งช่วยสร้างความหลากหลายให้กับวงการภาพยนตร์ และเปิดการเชื่อมต่อระหว่างคนทำหนังไทยกับโลกภาพยนตร์ในระดับสากล

นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการไทยพีบีเอส

เวทีสำคัญของเทศกาลคือ VIPA Film Prize: Emerging Competition เวทีประกวดภาพยนตร์สั้นประเภท Fiction และ Documentary เพื่อค้นหาผู้กำกับและนักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ พร้อมเปิดโอกาสให้ผลงานได้พบกับผู้ชมและเครือข่ายในวงการภาพยนตร์ เปิดรับผลงานจากผู้สร้างทั้งไทยและต่างชาติ โดยปีนี้มีผลงานส่งเข้าร่วมกว่า 181 เรื่อง จาก 9 ประเทศ ก่อนคัดเลือกเหลือ 20 ผลงานเข้าสู่รอบสุดท้าย และจะเปิดให้ผู้ชมร่วมโหวต Audience Choice Award เพื่อเป็น อีกหนึ่งช่องทางที่ทำให้ผลงานของคนทำหนังรุ่นใหม่ได้พบกับผู้ชมในวงกว้าง

ตลอดเทศกาล ผู้ชมจะได้พบกับภาพยนตร์ไทยและนานาชาติหลากหลายรูปแบบ กว่า 46 เรื่อง ทั้งภาพยนตร์ ที่ผ่านการคัดเลือกจาก VIPA Film Prize: Emerging Competition รวมถึงโปรแกรมพิเศษ “ONE SHOT, MANY VOICES — หนึ่งช็อต หลายเสียงของหนังอิสระ” ที่คัดสรร 5 ภาพยนตร์คลาสสิคแนว Long Take / One Cut ระดับโลกมาร่วมฉาย ได้แก่ Rope (1948), 1917 (2019), Boiling Point (2021), Birdman or (The Unexpected Virtue of Ignorance) (2014) และ Mads (2024)

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมพิเศษในช่วงสุดสัปดาห์ อย่าง Festival Weekend ที่ชวนผู้ชมและคนทำหนังมาพบกับโปรแกรมพูดคุยและเวิร์กชอปที่เจาะลึกกระบวนการสร้างภาพยนตร์อิสระ ผ่านสองเวทีเสวนา ได้แก่ “Long Take: ความกล้า ความจริง และงานฝีมือของหนังอิสระ” ที่พูดคุยถึงเบื้องหลังการสร้างภาพยนตร์อิสระ ตั้งแต่การเลือกวิธีเล่าเรื่อง ความกล้า ที่จะทดลอง ไปจนถึงรายละเอียดและข้อจำกัดที่คนทำหนังต้องเผชิญ และ “อนาคตหนังอิสระไทย: จากพื้นที่เล็กสู่ผู้ชมวงกว้าง” ที่ชวนมองเส้นทางของหนังอิสระไทยในวันที่ช่องทางการรับชมเปลี่ยนไป พร้อมตั้งคำถามถึงโอกาสในการพาผลงานจากพื้นที่เล็ก ๆ ไปพบผู้ชมในวงกว้าง และชวนร่วมเวิร์กชอป “The Art of Long Take” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้ การออกแบบและสร้างฉากแบบ Long Take ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง

ส่วนสุดสัปดาห์ที่ 19 – 20 กันยายน 2569 พบกับ Documentary Day ที่พาผู้ชมเข้าสู่โลกของภาพยนตร์สารคดีไทยและต่างประเทศ ผ่านการฉายหนัง เวิร์กชอป และเวทีพิเศษที่ชวนพูดคุยถึงโอกาสและความท้าทายของหนังไทยในการเข้าถึงผู้ชมในโลกสตรีมมิงและตลาดสากล ผ่านวงเสวนา “STREAMING SPOTLIGHT Stories, Audiences & Opportunities เรื่องเล่า ผู้ชม และโอกาสใหม่ในโลกสตรีมมิง” และ “FIRST DEAL: อนาคตของการผลิตและจัดจำหน่ายหนัง และการผลักดันหนังไทยสู่ตลาดสากล” ที่ชวนสำรวจทิศทางใหม่ของการผลิตและจัดจำหน่ายภาพยนตร์ รวมถึงโอกาสของหนังไทยใน การก้าวไปสู่ผู้ชมในระดับสากล

ขณะเดียวกัน วันที่ 20 กันยายน 2569 พบกับ VIPA Pitching Project 2026 Awards พิธีประกาศรางวัล นักสร้างสรรค์สารคดีสั้นรุ่นใหม่ จากโครงการประกวดสารคดีสั้นความยาวไม่เกิน 20 นาที ภายใต้หัวข้อ “The Power of Human: Behind the Scenes เบื้องหลังคนธรรมดา…ที่ไม่ธรรมดา” โดยมีนักศึกษานักเล่าเรื่องรุ่นใหม่ อายุ 18–24 ปี จำนวน 20 ทีม ที่ผ่านการพัฒนาแนวคิด เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญ และสร้างสรรค์ผลงานสารคดีเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวของผู้คนที่สร้าง แรงบันดาลใจ ร่วมลุ้นผลการตัดสินและพิธีมอบรางวัลในวันดังกล่าว

อีกหนึ่งไฮไลต์ของ VIFF 2026 คือ “50 ปี 6 ตุลา : SCENE OF OCT.” จากรอยแผลสู่อนาคต” นิทรรศการที่ถ่ายทอดเรื่องราวจากอดีตผ่านมุมมองร่วมสมัย ภายใต้แนวคิด “6 Scenes 6 Perspectives” ที่เชื่อมโยงเรื่องราว 6 ตุลา ผ่านงานศิลปะ ภาพยนตร์ ดนตรี บทกวี การตั้งคำถาม และบอร์ดเกม เปิดพื้นที่ให้ผู้ชมได้เรียนรู้ ตั้งคำถาม และต่อยอดความคิดจากอดีตสู่อนาคต ซึ่งจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 21 ก.ย. – 16 ต.ค. 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 18.00 น. ณ พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการ ชั้น 1 อาคาร D ไทยพีบีเอส

ปิดท้ายเทศกาลในวันที่ 25 กันยายน 2569 กับ CLOSING NIGHT & AWARDS ค่ำคืนแห่งบทสรุปของ VIFF2026 เริ่มด้วยพิธีประกาศและมอบรางวัล VIPA Film Prize 2026 พร้อมเปิดมุมมองจากคณะกรรมการผ่านช่วง “Behind the Jury’s Choice” จากนั้นร่วมรำลึก 50 ปี 6 ตุลา ผ่านการแสดงพิเศษ “50 Years of 6 October – Special Stage Performance” พร้อมร่วมส่งท้าย 15 วันของการพบกันระหว่างภาพยนตร์ คนทำหนัง ผู้ชม และ Film Community ด้วย Director’s Talk: กับ โกวิท โพธิสาร และปิดฉากเทศกาลด้วย Closing Film เรื่อง “เช้านั้นวันพุธ The Unforgetting Wednesday”

VIPA International Film Festival 2026 หรือ VIFF 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 11–25 กันยายน 2569 ณ ไทยพีบีเอส และรับชมผ่านแพลตฟอร์ม VIPA โดยเปิดให้ผู้ชมเข้าร่วมกิจกรรมและรับชมภาพยนตร์ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ติดตามโปรแกรมรอบฉายภาพยนตร์และดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง www.VIPA.me/VIFF2026

ภาพบรรยากาศเปิดเทศกาล “VIPA International Film Festival 2026”