ไทยพีบีเอส จับมือสถาบันพระปกเกล้า ชวนผู้นำการเมืองมองปัญหา “คนจนเมือง” ไทยพีบีเอส จับมือสถาบันพระปกเกล้า ชวนผู้นำการเมืองมองปัญหา “คนจนเมือง”
ข่าวประชาสัมพันธ์

ไทยพีบีเอส จับมือสถาบันพระปกเกล้า ชวนผู้นำการเมืองมองปัญหา “คนจนเมือง”

ไทยพีบีเอส จับมือสถาบันพระปกเกล้า ชวนผู้นำทางการเมืองเจาะลึกปัญหา “คนจนเมือง” ผ่านข้อมูลและเรื่องราวจากสารคดี เชื่อมกลไกรัฐสภาและภาคีเครือข่าย สู่การผลักดันแนวทางแก้ไขจากระดับเฉพาะหน้า ไปสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างและนโยบายสาธารณะอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ส.ส.ท.) หรือ ไทยพีบีเอส โดยศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ (The Active) ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดอบรม “หลักสูตรผู้นำทางการเมืองเพื่อการเปลี่ยนผ่านสู่อนาคต” เพื่อถ่ายทอดปัญหาความยากจนในพื้นที่เขตเมืองผ่านสารคดีชุด “คนจนเมือง” พร้อมเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และมุมมองจากการทำงานจริงระหว่างผู้ผลิตสารคดี เครือข่าย และผู้เข้าร่วมอบรม เพื่อร่วมกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำอย่างยั่งยืน

นางสาวณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทยพีบีเอส กล่าวต้อนรับและสะท้อนบทบาทของสื่อสาธารณะในการขับเคลื่อนประเด็นความเหลื่อมล้ำ โดยระบุว่า ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ไทยพีบีเอส ร่วมกับ กมธ.การพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา และเครือข่ายภาคประชาชนกว่า 40 องค์กร จัดงาน “Policy Watch Connect 2026” ณ สัปปายะสภาสถาน อาคารรัฐสภา พร้อมส่งมอบหนังสือข้อเสนอ “วาระนโยบายจากประชาชน” ซึ่งรวบรวมข้อเสนอเชิงนโยบาย 12 ด้าน รวมถึงประเด็นความเหลื่อมล้ำ ให้แก่ตัวแทนรองนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปพิจารณาขับเคลื่อนเป็นนโยบายของรัฐบาล และผลักดันให้เกิดกลไกเชิงนโยบายที่เป็นรูปธรรม

นางสาวณาตยา แวววีรคุปต์ ผู้อำนวยการศูนย์สื่อสารวาระทางสังคมและนโยบายสาธารณะ ไทยพีบีเอส

นางสาวณาตยา กล่าวด้วยว่า ประเด็นความเหลื่อมล้ำไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเชิงนโยบาย แต่ยังสะท้อนผ่านชีวิตของผู้คนในหลายพื้นที่ โดยยกกรณีศึกษา “ตาไหม” บุคคลในสารคดีที่ไทยพีบีเอสติดตามชีวิตมาอย่างต่อเนื่องนานกว่า 5 ปี ซึ่งสะท้อนผลกระทบจากการพัฒนาเมืองที่ทำให้ประชาชนบางกลุ่มต้องเผชิญกับปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัย

“การพัฒนาเมืองไม่ใช่เรื่องผิด แต่โจทย์สำคัญคือจะทำอย่างไรให้การพัฒนาเมืองสามารถโอบอุ้มทุกคนได้โดยไม่มีใครถูกทอดทิ้ง ปัญหานี้ไม่ได้มีเพียงกรณีของตาไหม แต่ส่งผลกระทบในวงกว้าง การสื่อสารนโยบายสาธารณะจึงเป็นภารกิจสำคัญของศูนย์ฯ ในการผลักดันให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง” นางสาวณาตยา กล่าว

นางสาวธีรพรรณ ใจมั่น ผู้อำนวยการวิทยาลัยนิติบัญญัติ สถาบันพระปกเกล้า ระบุถึงสภาวะความเหลื่อมล้ำของกลุ่ม “คนจนเมือง” ว่าปัจจุบันปัญหาได้ก้าวข้ามเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานไปสู่ภาวะ “จมโอกาส” การจัดสรรสวัสดิการแบบเดิมจึงไม่เพียงพอ เนื่องจากประชาชนยังเข้าไม่ถึงทรัพยากรและที่อยู่อาศัย การช่วยเหลือเป็นรายกรณีเป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สิ่งสำคัญคือการมองปัญหาในเชิงโครงสร้าง กลไก และการส่งต่อข้อมูลเข้าสู่กลไกรัฐสภาเพื่อการแก้ปัญหาระดับนโยบาย

นางสาวธีรพรรณ ใจมั่น ผู้อำนวยการวิทยาลัยนิติบัญญัติ สถาบันพระปกเกล้า

“กรณีตาไหมเป็น 1 ตัวอย่าง ที่ทำให้เห็นว่าเขายังขาดอะไรบ้าง จมอะไรบ้าง ไม่ใช่แค่จมเงิน แต่จมโอกาส ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้อยู่ในหลายพื้นที่ ในหลายจังหวัด เพราะการแก้ปัญหาของตาไหมและกรณีอื่น ๆ เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะคน แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น คือการมองปัญหาในเชิงโครงสร้าง ในเชิงกลไก ในเชิงระบบ เพื่อให้จัดการปัญหาทุกอย่างได้อย่างเป็นระบบ” นางสาวธีรพรรณ กล่าว

ด้าน นายชานันท์ ยอดหงส์ Policy Communicator The Active กล่าวถึงเส้นทางความยากจนซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการขาดสิทธิขั้นพื้นฐานที่เท่าเทียม ทั้งด้านการศึกษา การดำรงชีพ และสาธารณสุข พร้อมยกตัวอย่างสถานการณ์อุทกภัยที่ผ่านมาว่า กลุ่มคนจนเมืองเป็นผู้ได้รับผลกระทบสูงสุดจากความเปราะบางด้านที่อยู่อาศัย อีกทั้งการกระจายความช่วยเหลือจากภาครัฐยังขาดเอกภาพ ทำให้ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลตกสำรวจ จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการความร่วมมือระหว่างเครือข่ายอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การช่วยเหลือและสวัสดิการคุ้มครองกระจายอย่างครอบคลุมและเท่าเทียม

นายชานันท์ ยอดหงส์ Policy Communicator The Active

ขณะที่ นางสาวณัตถยา สุขสงวน วิทยากรชำนาญการ กลุ่มงานติดตามและประมวลผลงานของวุฒิสภา สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา อธิบายถึงกระบวนการนำข้อเสนอเรื่องความเหลื่อมล้ำเข้าสู่รัฐสภาว่า ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน อาทิ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาสังคม สถาบันพระปกเกล้า สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (มหาชน) (พช.) เพื่อจัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายยื่นต่อกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยเน้นย้ำว่าการใช้กลไกรัฐสภาและชุดข้อมูลเชิงประจักษ์คือหัวใจสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยและสวัสดิการ

นางสาวณัตถยา สุขสงวน วิทยากรชำนาญการ กลุ่มงานติดตามและประมวลผลงานของวุฒิสภา สำนักวิชาการ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา

ทั้งนี้ ในช่วงท้ายของการอบรมได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมอบรม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับวิทยากรและผู้แทนกลุ่มคนจนเมือง โดยผู้เข้าร่วมอบรมสะท้อนความเห็นตรงกันว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำเป็นเรื่องซับซ้อนเชิงโครงสร้าง การได้รับฟังข้อมูลและชมสารคดีครั้งนี้ช่วยเปิดมุมมองต่อกลุ่มคนที่เคยถูกมองข้าม และจุดประกายความมุ่งมั่นในการร่วมผลักดันนโยบายเพื่อลดความเหลื่อมล้ำในสังคมอย่างเป็นรูปธรรมต่อไป

ติดตาม “วาระนโยบาย จากภาคประชาชน” จากงาน Policy Watch Connect 2026 ได้ที่ https://theactive.thaipbs.or.th/data/people-policy และรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaipbs.or.th/PolicyWatch