ในโลกของควอนตัม มีการทดลองทางความคิดหนึ่งถูกกล่าวขวัญถึงในวัฒนธรรมร่วมสมัยบ่อยครั้ง นั่นคือ "แมวของชเรอดิงเงอร์" (Schrödinger's Cat) ภาพของแมวตัวหนึ่งที่ติดอยู่ในกล่องปิดทึบและถูกอธิบายซ้ำ ๆ ในหน้าหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไปว่า ‘กำลังเป็นและตายในเวลาเดียวกัน’ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์อันน่าพิศวงที่แสดงถึงความย้อนแย้งของกลศาสตร์ควอนตัม
ทว่าในความเป็นจริง ประวัติศาสตร์และเบื้องหลังของปฏิพัทธ์ทางความคิดนี้กลับมีนัยที่ลึกซึ้งและแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนความลี้ลับของควอนตัม แต่ถูกคิดค้นขึ้นมาโดย แอร์วิน ชเรอดิงเงอร์ เพื่อ "ท้าทาย" และชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของการตีความทฤษฎีทางฟิสิกส์ในยุคนั้น
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความไม่พอใจของนักฟิสิกส์ชั้นนำกลุ่มหนึ่ง นำโดย อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, แอร์วิน ชเรอดิงเงอร์, เดวิด โบห์ม และฮิว เอเวอเรตต์ ที่มีต่อ "การตีความแบบโคเปนเฮเกน" (Copenhagen interpretation) ของนีลส์ โบร์ และแวร์เนอร์ ไฮเซนแบร์ก ซึ่งเสนอว่าอนุภาคสามารถอยู่ในสถานะซ้อนทับ (Superposition) หรือเป็นไปได้หลายสถานะพร้อมกันจนกว่าจะเกิดการวัด
ก่อนที่ชเรอดิงเงอร์จะเสนอเรื่องแมว ไอน์สไตน์เคยพยายามชี้ให้เห็นความไม่สมเหตุสมผลนี้ผ่านการทดลองทางความคิดเกี่ยวกับ ดินระเบิดที่อยู่ในสถานะระเบิดแล้วและยังไม่ระเบิดพร้อมกัน ซึ่งขัดต่อสามัญสำนึกของมนุษย์อย่างรุนแรง จากนั้นชเรอดิงเงอร์จึงได้ขยายความต่อมาเป็นกล่องปริศนาที่ผูกชะตากรรมของแมวไว้กับกลไกปล่อยกรดไฮโดรไซยานิก (hydrocyanic acid) ซึ่งจะทำงานก็ต่อเมื่ออะตอมของสารกัมมันตรังสีเกิดการสลายตัว
อย่างไรก็ตาม การสรุปว่าแมวตัวนี้ "เป็นและตายพร้อมกัน" อาจเป็นเพียงการอธิบายแบบตัดตอนเพื่อให้เข้าใจง่าย แต่หากจะพิจารณาให้แม่นยำตรงตามแนวคิดของนักฟิสิกส์อย่างแท้จริง จำเป็นต้องศึกษาผ่านแนวคิด "ลูกโซ่ฟอน นอยมันน์" (von Neumann chain) ซึ่งอธิบายถึงอนุกรมของเหตุการณ์ที่เกิดการพัวพันกัน (entanglement) ตั้งแต่ระบบควอนตัมขนาดเล็กในระดับอะตอม ตัวตรวจจับ กลไกปล่อยสารพิษ กับตัวแมวไปจนถึงจิตสำนึกของผู้สังเกตการณ์ภายนอก
ยิ่งไปกว่านั้น แง่มุมอันซับซ้อนของแมวควอนตัมยังถูกนำไปตีความต่อยอดในอีกหลายมิติ รวมถึงปฏิทรรศน์ขยายอย่าง "Wigner's friend" (เพื่อนของวิกเนอร์) ที่ตั้งถามว่าความจริงแท้ขึ้นอยู่กับผู้สังเกตคนไหน ตลอดจนเรื่องเล่าล้อเลียนในแวดวงฟิสิกส์ที่สะท้อนถึงการปะทะกันทางความคิดของการตีความแบบโคเปนเฮเกน
รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ในตอนนี้ จะพาทุกท่านร่วมเปิดกล่องปริศนาใบนี้อีกครั้ง เพื่อสำรวจร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ปรัชญาเบื้องหลัง และร่วมเดินทางไปในโลกควอนตัมเพื่อค้นหาว่า แท้จริงแล้วชะตากรรมของแมวตัวนี้และพรมแดนแห่งความจริงแท้ของเอกภพ ถูกกำหนดขึ้นด้วยสิ่งใดกันแน่
ติดตามได้ในรายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอน Schrödinger's Cat ปรัชญาแห่งแมวควอนตัม วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 22.30 - 23.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
ในโลกของควอนตัม มีการทดลองทางความคิดหนึ่งถูกกล่าวขวัญถึงในวัฒนธรรมร่วมสมัยบ่อยครั้ง นั่นคือ "แมวของชเรอดิงเงอร์" (Schrödinger's Cat) ภาพของแมวตัวหนึ่งที่ติดอยู่ในกล่องปิดทึบและถูกอธิบายซ้ำ ๆ ในหน้าหนังสือและสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วไปว่า ‘กำลังเป็นและตายในเวลาเดียวกัน’ ได้กลายเป็นสัญลักษณ์อันน่าพิศวงที่แสดงถึงความย้อนแย้งของกลศาสตร์ควอนตัม
ทว่าในความเป็นจริง ประวัติศาสตร์และเบื้องหลังของปฏิพัทธ์ทางความคิดนี้กลับมีนัยที่ลึกซึ้งและแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เพราะมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อสนับสนุนความลี้ลับของควอนตัม แต่ถูกคิดค้นขึ้นมาโดย แอร์วิน ชเรอดิงเงอร์ เพื่อ "ท้าทาย" และชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของการตีความทฤษฎีทางฟิสิกส์ในยุคนั้น
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดขึ้นจากความไม่พอใจของนักฟิสิกส์ชั้นนำกลุ่มหนึ่ง นำโดย อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์, แอร์วิน ชเรอดิงเงอร์, เดวิด โบห์ม และฮิว เอเวอเรตต์ ที่มีต่อ "การตีความแบบโคเปนเฮเกน" (Copenhagen interpretation) ของนีลส์ โบร์ และแวร์เนอร์ ไฮเซนแบร์ก ซึ่งเสนอว่าอนุภาคสามารถอยู่ในสถานะซ้อนทับ (Superposition) หรือเป็นไปได้หลายสถานะพร้อมกันจนกว่าจะเกิดการวัด
ก่อนที่ชเรอดิงเงอร์จะเสนอเรื่องแมว ไอน์สไตน์เคยพยายามชี้ให้เห็นความไม่สมเหตุสมผลนี้ผ่านการทดลองทางความคิดเกี่ยวกับ ดินระเบิดที่อยู่ในสถานะระเบิดแล้วและยังไม่ระเบิดพร้อมกัน ซึ่งขัดต่อสามัญสำนึกของมนุษย์อย่างรุนแรง จากนั้นชเรอดิงเงอร์จึงได้ขยายความต่อมาเป็นกล่องปริศนาที่ผูกชะตากรรมของแมวไว้กับกลไกปล่อยกรดไฮโดรไซยานิก (hydrocyanic acid) ซึ่งจะทำงานก็ต่อเมื่ออะตอมของสารกัมมันตรังสีเกิดการสลายตัว
อย่างไรก็ตาม การสรุปว่าแมวตัวนี้ "เป็นและตายพร้อมกัน" อาจเป็นเพียงการอธิบายแบบตัดตอนเพื่อให้เข้าใจง่าย แต่หากจะพิจารณาให้แม่นยำตรงตามแนวคิดของนักฟิสิกส์อย่างแท้จริง จำเป็นต้องศึกษาผ่านแนวคิด "ลูกโซ่ฟอน นอยมันน์" (von Neumann chain) ซึ่งอธิบายถึงอนุกรมของเหตุการณ์ที่เกิดการพัวพันกัน (entanglement) ตั้งแต่ระบบควอนตัมขนาดเล็กในระดับอะตอม ตัวตรวจจับ กลไกปล่อยสารพิษ กับตัวแมวไปจนถึงจิตสำนึกของผู้สังเกตการณ์ภายนอก
ยิ่งไปกว่านั้น แง่มุมอันซับซ้อนของแมวควอนตัมยังถูกนำไปตีความต่อยอดในอีกหลายมิติ รวมถึงปฏิทรรศน์ขยายอย่าง "Wigner's friend" (เพื่อนของวิกเนอร์) ที่ตั้งถามว่าความจริงแท้ขึ้นอยู่กับผู้สังเกตคนไหน ตลอดจนเรื่องเล่าล้อเลียนในแวดวงฟิสิกส์ที่สะท้อนถึงการปะทะกันทางความคิดของการตีความแบบโคเปนเฮเกน
รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ในตอนนี้ จะพาทุกท่านร่วมเปิดกล่องปริศนาใบนี้อีกครั้ง เพื่อสำรวจร่องรอยทางประวัติศาสตร์ ปรัชญาเบื้องหลัง และร่วมเดินทางไปในโลกควอนตัมเพื่อค้นหาว่า แท้จริงแล้วชะตากรรมของแมวตัวนี้และพรมแดนแห่งความจริงแท้ของเอกภพ ถูกกำหนดขึ้นด้วยสิ่งใดกันแน่
ติดตามได้ในรายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการ ตอน Schrödinger's Cat ปรัชญาแห่งแมวควอนตัม วันพุธที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 22.30 - 23.00 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:




























































