ความไม่แน่นอนของชีวิต ปรับตัวอย่างไร เมื่อถูกให้ออกจากงานประจำ
นอกจากวิกฤตเศรษฐกิจ AI เข้ามาแทนที่ในหลายตำแหน่งได้โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ ตั้งแต่งานพื้นฐาน เอกสาร จนถึงงานวิเคราะห์ที่มีความซับซ้อนมากขึ้น จึงส่งผลต่อการปรับโครงสร้าง ทั้งด้านกำลังคนและ รูปแบบการทำงาน ทั้งการปรับลดองค์กร และไม่รับคนเพิ่ม
ข้อมูลจากหลายหน่วยงานในไทยทั้งศูนย์กสิกรและประกันสังคม ระบุว่าปี 2569 แรงงานไทยถูกเลิกจ้าง เดือนละ 40,000 คน ขณะที่บริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเฟซบุ๊กก็กำลังจะปลดพนักงานราว 20% หรือประมาณ 10,000 คน
ที่ผ่านมา เห็นหลายบริษัทเลิกจ้างและปลดพนักงานกะทันหัน แม้ว่าลูกจ้างที่เลิกจ้างจะทำงานในตำแหน่งที่มีทักษะ หรือประสบการณ์ทำงานมานานก็ตาม อย่างเช่น อดีตลูกจ้างวงการสื่อ ที่ไม่เคยคิดว่าทักษะที่ตัวเองมี จะเป็นคนที่ตกงาน และเมื่อตกงานแล้ว ก็ไม่เคยคิดว่า จะกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ยากขนาดนี้
ณภัทร จาตุศรีพิทักษ์ นักเศรษฐศาสตร์ เสนอแนวคิดเรื่อง การจัดการเรียนรู้รูปแบบ บูรณาการกับการทำงาน โดยให้เป็นการดำเนินการแบบสมัครใจ ไปสู่การออกแบบเชิงระบบอย่างจริงจัง ทั้งกรณีคนที่เรียนอยู่ ให้ได้มีโอกาสสัมผัสโลกการทำงานก่อนสำเร็จการศึกษาในทุกสาขา ไม่ใช่จำกัดเฉพาะบางคณะเท่านั้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งมหาวิทยาลัย นักศึกษา และภาคธุรกิจ โดยภาครัฐสนับสนุน ผ่านมาตรการทางภาษี เพื่อจูงใจให้ภาคเอกชนเปิดรับนักศึกษาฝึกงานมากขึ้น
ส่วนกรณีการว่างงาน จำเป็นต้องมีระบบรองรับที่ช่วยให้แรงงานสามารถดำรงชีพได้ในช่วงเปลี่ยนผ่าน พร้อมทั้งสนับสนุนงบประมาณเพื่อพัฒนาทักษะเพิ่มเติม โดยเสนอแนวคิด “กระเป๋าทักษะ” หรือ skill wallet ที่เปิดโอกาสให้ลูกจ้าง นายจ้าง และภาครัฐร่วมสมทบเงิน เพื่อใช้เป็นทรัพยากรในการเรียนรู้หรือรองรับช่วงว่างงาน ให้สามารถหางานใหม่ได้
ส่วนการเรียนรู้ตลอดชีวิตเป็นอีกประเด็นสำคัญที่ต้องผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยไม่ควรจำกัดอยู่เพียงในที่ทำงาน แต่ต้องมีทั้งพื้นที่ เวลา และกลไกสนับสนุนที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะของแรงงาน
ระบบและกลไกที่สนับสนุน การเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้กับแรงงาน ยกตัวอย่างนโยบายในต่างประเทศ เขาเปิดโอกาสให้พนักงานลาหยุดเพื่อการเรียนรู้ โดยมีภาครัฐและนายจ้างร่วมรับภาระค่าใช้จ่าย ซึ่งมองว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และจะช่วยยกระดับศักยภาพของแรงงาน


























































