Full Frame   กระต่ายหมายจันทร์
Full Frame กระต่ายหมายจันทร์

บันทึกการถ่ายทำสารคดีกระต่ายหมายจันทร์ ตอน สูง ทรงกลด บางยี่ขัน

หน้ารายการ
30 มิ.ย. 69

เดือนกรกฎาคมของทุกปี ฝนตกหนักติดต่อกันหลายเดือน เส้นทางศึกษาธรรมชาติกิ่วแม่ปาน บนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ต้องปิดทำการ เนื่องจากเส้นทางเดินมีความลื่นและอันตราย และยังใช้ช่วงเวลานี้ ให้ธรรมชาติได้ฟื้นฟูตัวเอง หลังฤดูท่องเที่ยวอันยาวนานผ่านไป ทีม Full Frame ช่างภาพสุดขั้ว จึงได้โอกาสถ่ายทำสารคดีธรรมชาติ กระต่ายหมายจันทร์ บนกิ่วแม่ปานเพื่อเล่าเรื่องของ “ป่าเมฆ” ที่สูงที่สุดในประเทศไทย ในบรรยากาศที่ไร้ผู้คน ที่นี่เต็มไปด้วยความชุ่มฉ่ำและสวยงาม

แต่การทำงานสารคดีด้วยกองถ่ายขนาดเล็ก ก็ยังต้องแข่งกับเวลา และสู้กับสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยฝนตลอดทั้งวัน โดยมีทรงกลด บางยี่ขัน ทำหน้าที่ถ่ายทอดเบื้องหลังการบันทึกภาพในจุดสำคัญของป่าเมฆ และยังทำหน้าที่ “นักสัมภาษณ์” ตามความถนัด เพื่อเปิดเผยความหมาย ความรู้สึกนึกคิด และความสุขของการเป็นช่างภาพสัตว์ป่า

ป่าเมฆ : จะถ่ายต้นไม้ที่อยู่นิ่ง ๆ อย่างไร ให้ดูมีชีวิต

การถ่ายทำสารคดีธรรมชาติเป็นงานที่ต้องอาศัยความอดทนสูง แต่สำหรับทีมงานที่ลงพื้นที่ถ่ายทำเรื่องราวของ "ป่าเมฆ" ความยากไม่ได้มีเพียงเรื่องสภาพอากาศเท่านั้น หากยังรวมถึงการเล่าเรื่องป่าที่ดูนิ่งและไม่หวือหวาให้กลายเป็นภาพที่น่าติดตามสำหรับผู้ชม

ทีมงานประเมินระดับความยากของงานนี้ไว้ที่ประมาณ 6-7 คะแนนจากเต็ม 10 โดยปัจจัยหลักที่ควบคุมไม่ได้คือเรื่องฤดูกาล หมอก และฝน ซึ่งบางครั้งขณะเตรียมอุปกรณ์อยู่ดีๆ ฝนก็ตกลงมาจนต้องหยุดงานกะทันหัน ทำให้แผนที่วางไว้ต้องเลื่อนออกไปตามสภาพหน้างานจริง

เล่าอย่างไร ให้ต้นไม้ มีเรื่องราว

นอกจากอุปสรรคทางธรรมชาติแล้ว ความท้าทายที่แท้จริงอยู่ที่การถ่ายทอดมุมมองของป่าให้มีชีวิตชีวา เพราะป่าเป็นฉากที่ดูเรียบแบน ไม่หวือหวาเท่าสิ่งมีชีวิตอย่างสัตว์หรือนก ทีมงานจึงต้องคิดหาวิธีทำให้เนื้อหาสนุกและท้าทายพอที่จะส่งถึงคนดูได้ ควบคู่ไปกับการดูแลร่างกายตัวเอง โดยเฉพาะอาการปวดหลังที่มักเกิดขึ้นกับช่างภาพที่ต้องแบกอุปกรณ์และอยู่ในท่าเดิมนานๆ

ทีมงานยังสะท้อนแนวคิดสำคัญของการทำสารคดีว่า ช่างภาพสารคดีไม่ได้มีเพียงกล้อง แต่ต้องมีความรู้ความเข้าใจในประเด็นที่นำเสนอด้วย เพราะงานสารคดีคือการนำเสนอความจริง แม้ไม่มีความรู้มาก่อนก็สามารถเริ่มต้นทำได้ แต่ต้อง "ทำการบ้าน" ศึกษาประเด็นให้เข้าใจก่อนว่าต้องการสื่อสารอะไร

ไทม์แลปส์: เครื่องมือสำคัญที่ทำให้ต้นไม้ "มีชีวิต"

หัวใจสำคัญของการเล่าเรื่องป่าเมฆคือเทคนิคการถ่ายภาพไทม์แลปส์ เนื่องจากป่าเป็นสภาพแวดล้อมที่แทบไม่เคลื่อนไหว การถ่ายในช่วงเวลาสั้นๆ จึงไม่สามารถถ่ายทอดจังหวะชีวิตของมันได้ ไม่ว่าจะเป็นหมอกที่ปกคลุมจนขาวโพลน แสงที่ลอดผ่านต้นไม้ หรือเงาที่ค่อยๆ ทอดยาวไปตามเวลา

การถ่ายไทม์แลปส์แต่ละครั้งอาจต้องใช้เวลานานหลายชั่วโมง โดยครั้งที่นานที่สุดที่เคยถ่ายต่อเนื่องคือ 3-4 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อนำมาตัดต่อแล้วจะได้ฟุตเทจเพียงประมาณ 10 กว่าวินาทีเท่านั้น หากต้องการฟุตเทจหลายรูปแบบก็ยิ่งต้องใช้เวลามากขึ้นไปอีก

กองถ่ายยิ่งเล็ก ช่างภาพยิ่งต้องมากความสามารถ

เพื่อให้ใช้เวลาอย่างคุ้มค่า ช่างภาพมักตั้งกล้องไทม์แลปส์อย่างน้อย 2 ตัวพร้อมกัน โดย กล้องตัวแรก ใช้เลนส์มุมกว้างสำหรับถ่ายภาพแบบแลนด์สเคปกว้างๆ กล้องตัวที่สอง ใช้เลนส์ระยะที่แตกต่างกัน เพื่อให้เมื่อนำมาตัดต่อคู่กันแล้วภาพจะไม่ซ้ำหรือดูโดดจนเกินไป

นอกจากนี้ บางครั้งช่างภาพยังต้องรับผิดชอบเก็บฟุตเทจนกและสัตว์ป่าในพื้นที่ไปพร้อมกันด้วยกล้องตัวที่สาม ทำให้ในสถานการณ์เช่นนี้ ช่างภาพหนึ่งคนต้องสามารถควบคุมกล้องได้อย่างน้อย 3 ตัวพร้อมกัน สะท้อนให้เห็นว่าทีมสารคดีขนาดเล็กที่มีช่างภาพไม่มาก จำเป็นต้องดึงศักยภาพของแต่ละคนออกมาใช้ให้คุ้มค่าที่สุด

ป่าที่นิ่งที่สุดคือโจทย์ที่ยากที่สุด

หลายฝ่ายในวงการมองว่าการถ่ายภาพป่าคืองานที่โหดที่สุดประเภทหนึ่ง เพราะภาพนิ่ง กว้าง และไม่มีจุดนำสายตาที่ชัดเจน เทคนิคไทม์แลปส์จึงเข้ามาช่วยเพิ่ม "มูฟเมนต์" ให้กับป่า เปลี่ยนความสวยงามที่ช่างภาพต้องเฝ้ามองอยู่ครึ่งวันให้กลั่นออกมาเหลือเพียงสิบวินาที เพื่อให้ผู้ชมทางบ้านได้สัมผัสความงามและความเปลี่ยนแปลงของป่าได้ในแบบเดียวกับที่ช่างภาพได้เห็นด้วยตาตัวเองในพื้นที่จริง

ติดตามได้ ในบันทึกการถ่ายทำสารคดี Full Frame กระต่ายหมายจันทร์ ทุกวันอังคาร เวลา 21.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมย้อนหลังทุกตอน ทาง www.thaipbs.or.th/FullFrame

วิดีโอแนะนำ

ล่าสุด
ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย