Full Frame   กระต่ายหมายจันทร์
Full Frame กระต่ายหมายจันทร์

บันทึกการถ่ายทำสารคดีกระต่ายหมายจันทร์ ตอน ชื้น แพร พิมพ์ลดา

หน้ารายการ
7 ก.ค. 69

เขาใหญ่เป็นตัวอย่างที่ดีในการอธิบายลักษณะอันหลากหลายของป่าบนภูเขา เมื่อฟังจากชื่อ จะนึกถึงป่าดิบเขาที่เต็มไปด้วยความชุ่มชื้น และมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี ซึ่งในความเป็นจริง เขาใหญ่มีทั้งป่าดิบแล้ง ใบไม้ร่วงโรยตามเวลา มีนิเวศทุ่งหญ้า และสายน้ำไหลตัดผ่านผืนป่า ยาวเกือบ 40 กิโลเมตร

ความหลากหลายนี้ ทำให้ทีม Full Frame ช่างภาพสุดขั้ว ตัดสินใจเลือกเข้ามาถ่ายทำสารคดีกระต่ายหมายจันทร์ เพื่อเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความชื้นที่แทรกอยู่ในผืนป่า แม้จะเป็นช่วงหน้าแล้งที่ตามปกติ ต้นไม้ต้องผลัดใบเพื่อลดการใช้น้ำ แต่พืชพรรณในเขาใหญ่ ล้วนปรับตัวและเก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตมากมาย รวมถึงสัตว์เด่น ๆ ของเขาใหญ่อย่างนกเงือก และชะนี

หลายวันของการถ่ายทำ แพร พิมพ์ลดา ไชยปรีชาวิทย์ อยู่กับกองถ่ายตลอดเวลา เพื่อพูดคุยกับช่างภาพในเรื่องวิธีคิด มุมมองต่างๆในฐานะของคนทำสารคดี โดยมีภารกิจสำคัญคือการปีนต้นไม้สูงเกือบ 30 เมตร เพื่อขึ้นไปมองหลังคาป่า ในมุมเดียวกับสัตว์ที่อาศัยบนเรือนยอด

จะรู้ได้ไง ว่าชะนีอยู่ที่ไหน

ตัวเอกของตอนนี้คือการเล่าเรื่องความชื้นในป่า ผ่านพฤติกรรมของชะนี และนกเงือก ทีมช่างภาพ Full frame จึงต้องรอคอยจังหวะที่ดี เพื่อให้ได้ภาพตัวเอกของตอนที่ถ่ายทอดเรื่องราวได้ตอบโจทย์ที่สุด

การจะรู้ว่าชะนีจะมาปรากฏตัวที่จุดใดในป่า ทีมงานอาศัยการสังเกตรอบผลไม้ในป่า เมื่อพบต้นไม้ที่ผลไม้กำลังสุกได้ที่ ก็มั่นใจได้ว่านั่นคือจุดที่ชะนีน่าจะแวะมาหากิน ประกอบกับความเข้าใจพฤติกรรมของชะนี การเฝ้ารอให้ถึงเวลาอาหารของมัน จะช่วยให้ช่างภาพ ได้เจอชะนีได้

การหาตัวชะนีไม่ใช่เรื่องง่าย บางครั้งได้ยินเสียงร้องประกาศอาณาเขตก่อน แต่บางครั้งชะนีก็มาแบบเงียบๆ แล้วปรากฏตัวบนยอดไม้ทันที วิธีสังเกตที่ได้ผลคือการมองหา "ความไหวที่ผิดปกติ" ท่ามกลางป่าที่นิ่งสนิท เช่น กิ่งไม้ที่สั่นไหวโดยไม่มีลมพัด ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของชะนีที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนเรือนยอด

เสียงร้องของชะนีแต่ละสายพันธุ์ยังแตกต่างกัน โดยชะนีมงกุฎจะร้องรัวถี่กว่า ขณะที่ชะนีมือขาวจะร้องแบบไม่รัวมากนัก ความรู้เหล่านี้ช่วยให้ทีมงานแยกแยะชนิดได้แม้ยังไม่เห็นตัว

แบ่งหน้าที่ตามตัวละครหลักของเรื่อง

ทีมงานแบ่งบทบาทกันชัดเจน คนหนึ่งตามถ่ายนกเงือกทั้งสี่ชนิดในพื้นที่ อีกคนตามถ่ายชะนี ขณะที่อีกคนดูแลช็อตมุมกว้างเพื่อโชว์ความสวยงามของภาพรวม เส้นเรื่องจะค่อยๆ ประกอบกันจากภาพที่ได้ในแต่ละวัน เช่น หากได้ภาพยอดเขาที่มีหมอกกับชะนีที่ดูเปียกชื้น ก็สามารถนำไปร้อยเรียงต่อกับภาพนกเงือกที่ดูชุ่มฉ่ำในโทนเดียวกันได้

จุดเด่นที่ทำให้เขาใหญ่พิเศษคือการมีชะนีสองสายพันธุ์อาศัยอยู่ร่วมกันจนเกิดลูกผสม ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่พบได้ที่นี่เพียงแห่งเดียวในโลก ทีมงานจึงใช้ชะนีเป็นตัวแทนของการกระจายเมล็ดพันธุ์ผลไม้ขนาดเล็ก ส่วนนกเงือกซึ่งกินลูกไทรเป็นหลักและบินได้ไกลกว่า ก็ทำหน้าที่กระจายเมล็ดพันธุ์ไปได้ไกลกว่าเช่นกัน เมื่อนกเงือกถ่ายมูลที่มีเมล็ดออกมาตามจุดต่างๆ เมล็ดเหล่านั้นก็จะงอกกลายเป็นผืนป่าใหม่ที่ชุ่มชื้นอุดมสมบูรณ์

สำหรับนกเงือกซึ่งมีอาณาเขตบินกว้างหลายสิบตารางกิโลเมตร วิธีที่ได้ผลที่สุดในการตามถ่ายคือการหาต้นไทรที่กำลังมีผลสุก แล้วเฝ้ารอ เพราะนกเงือกจะบินมาหากินเองตามแหล่งอาหาร ต่างจากการขับรถผ่านไปเจอโดยบังเอิญซึ่งมักได้เห็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้น

ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้ทีมงานจะวางโครงเรื่องและตัวละครหลักไว้ตั้งแต่ต้น แต่ภาพที่ได้จริงยังต้องอาศัยการอ่านจังหวะธรรมชาติ และความอดทนรอคอยในทุกขั้นตอน

เบื้องหลังสารคดีธรรมชาติ: กล้องดักถ่าย การถ่ายมาโคร และเรื่องราวที่กำลังจะเลือนหาย

การถ่ายทำสารคดีสัตว์ป่าไม่ได้จำกัดอยู่แค่การแบกกล้องเดินตามหาสัตว์ในธรรมชาติ แต่ยังต้องอาศัยเทคโนโลยีและความเข้าใจพฤติกรรมสัตว์อย่างลึกซึ้ง เพื่อบันทึกภาพช่วงเวลาที่มนุษย์ไม่สามารถเข้าถึงได้ด้วยตัวเอง

จับภาพที่เป็นธรรมชาติที่สุด ด้วยกล้องดักถ่าย

สัตว์ป่ามีสัญชาตญาณระแวดระวังภัยสูงมาก แม้สัตว์จะอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แต่เมื่อได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา มันมักจะไม่แสดงตัวให้เห็น ด้วยเหตุนี้การติดตั้งกล้องดักถ่ายทิ้งไว้จึงเป็นวิธีเดียวที่จะได้ภาพสัตว์ในพฤติกรรมธรรมชาติจริงๆ กล้องที่ใช้มีขนาดเล็กแต่ทรงประสิทธิภาพ โดยมีการสั่งทำพิเศษให้ตัวกล้องมีรูปทรงเลียนแบบก้อนหิน และผลิตจากวัสดุไฟเบอร์ เพื่อลดความหวาดระแวงของสัตว์ป่าที่ผ่านเข้ามาในพื้นที่ ด้านการใช้งาน ถ่านหนึ่งชุดสามารถใช้งานได้นานเป็นเดือน และตัวกล้องยังสามารถบันทึกภาพในเวลากลางคืนได้ ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับกล้องดักถ่ายที่นักวิจัยใช้ในงานศึกษาสัตว์ป่าอย่างเสือ เพื่อเก็บบันทึกข้อมูลชนิดสัตว์ที่เข้ามาใช้พื้นที่โดยไม่รบกวนพฤติกรรมตามธรรมชาติ

ภารกิจคู่ขนาน: จากชะนีสู่การถ่ายมาโคร

ระหว่างที่ทีมหนึ่งดูแลเรื่องกล้องดักถ่าย อีกฝ่ายหนึ่งซึ่งมีหน้าที่หลักในการเก็บภาพชะนี ก็ต้องปรับแผนเนื่องจากช่วงเวลานั้นเป็นช่วงที่ชะนีหมดกิจกรรมประจำวันแล้ว โดยทั่วไปชะนีจะเริ่มขึ้นต้นนอนราว 14.00 - 15.00 น. และจะไม่เคลื่อนไหวอีกหลังจากนั้น ทีมงานจึงเปลี่ยนมาถ่ายภาพมาโคร หรือการถ่ายภาพวัตถุขนาดเล็กแทน

แนวคิดหลักของสารคดีเรื่องนี้คือการสื่อสารเรื่อง "ความชื้น" ผ่านความเขียวขจีของป่า แต่เพื่อไม่ให้ภาพรวมของสารคดีดูเป็นโทนเขียวเพียงอย่างเดียว พี่ก้อง หนึ่งในช่างทีม Full frame จึงมองหาดอกไม้ที่มีสีสันสดใสมาช่วยเพิ่มมิติ อย่างดอกไม้สีเหลืองขนาดเล็กจิ๋ว ซึ่งเมื่อมองผ่านหน้าจอกล้องที่ถ่ายจากเลนส์มาโคร จะดูใหญ่และคมชัดด้วยรายละเอียด

การเลือกชนิดดอกไม้ก็ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะดอกไม้เหล่านี้จะออกดอกเมื่ออยู่ในอุณหภูมิและความชื้นที่เหมาะสมเท่านั้น หากปีใดแห้งแล้งมากก็จะไม่ออกดอก บางปีอาจออกดอกเป็นกอนับสิบดอก ทีมงานจึงเห็นความสำคัญของการบันทึกภาพเหล่านี้ไว้ เพราะอีกไม่กี่ปีข้างหน้าสภาพแบบนี้อาจไม่ปรากฏให้เห็นอีกแล้ว

บันทึกความงามก่อนที่ธรรมชาติจะเปลี่ยนไป

ประเด็นที่ลึกซึ้งที่สุดของบทสนทนาคือเหตุผลเบื้องหลังการทำสารคดีชุดนี้ ทีมงานระบุว่าสิ่งที่กำลังถ่ายทอดคือธรรมชาติ ณ ห้วงเวลาปัจจุบัน ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แต่ในภาพรวมขณะนี้กำลังเปลี่ยนไปในทิศทางที่ไม่ดีนัก ทั้งความรุนแรงของพายุ ลมฟ้าอากาศแปรปรวน และความผิดเพี้ยนของฤดูกาล เช่น ช่วงที่ควรเข้าสู่ฤดูหนาวแต่ยังคงมีฝนตกหนักอยู่

ความผิดปกติของสภาพอากาศเหล่านี้ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ทั้งดอกไม้และสัตว์ป่าเกิดความสับสนในวงจรชีวิต บางชนิดที่ควรออกลูกในช่วงเวลาหนึ่งก็ไม่ออกลูกเมื่อผลไม้ที่เป็นอาหารไม่ออกผลตามฤดูกาล ผลกระทบเหล่านี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในป่าเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงมาถึงความร้อนที่ผู้คนในกรุงเทพฯ ต้องเผชิญด้วยเช่นกัน

ด้วยเหตุนี้ ทีมงานจึงตั้งใจทำสารคดีชุดนี้ขึ้นเพื่อบันทึกความงามของธรรมชาติในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่าน และถ่ายทอดให้ผู้ชมได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติผ่านความงดงามที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

เขาใหญ่: ห้องเรียนธรรมชาติใกล้เมืองหลวง

ช่วงพักระหว่างงาน ทีมงานสะท้อนมุมมองต่อพื้นที่เขาใหญ่ว่าเปรียบเสมือน "โรงเรียน" สำหรับการเริ่มต้นเรียนรู้ธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่พาลูกมาเดินชมอาคารนิทรรศการก่อนต่อยอดไปดูสัตว์จริงในหอดูสัตว์ หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวที่ตั้งใจมาเพียงถ่ายรูปเช็กอินที่อ่างเก็บน้ำ แต่กลับได้พบช้างป่าโดยบังเอิญจนเกิดความประทับใจในธรรมชาติขึ้นมาเอง

ทีมงานมองว่าเป็นความโชคดีที่มีผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสัตว์ป่าหลากหลายชนิดตั้งแต่ช้าง กระทิง เก้ง กวาง ไปจนถึงนกเงือก อาศัยอยู่ในระบบนิเวศเดียวกัน โดยเฉพาะงานวิจัยเรื่องนกเงือกที่ดำเนินการต่อเนื่องมาหลายสิบปีจนได้รับการยอมรับในระดับโลก รวมถึงงานวิจัยเรื่องชะนีที่ดำเนินมายาวนานถึง 20-30 ปี สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่เพียงเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นแหล่งสร้างองค์ความรู้ทางธรรมชาติวิทยาให้กับโลกอีกด้วย

ติดตามได้ ในบันทึกการถ่ายทำสารคดี Full Frame กระต่ายหมายจันทร์ ทุกวันอังคาร เวลา 21.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือรับชมย้อนหลังทุกตอน ทาง www.thaipbs.or.th/FullFrame

วิดีโอแนะนำ

ล่าสุด
ล่าสุด

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย