ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ
คนสู้โรค
คนสู้โรค

สุขภาพดี ของขวัญรับปีใหม่

หน้ารายการ
5 ม.ค. 69

ตั้งเป้าหมายสุขภาพปีใหม่ ให้สำเร็จจริง ไม่ใช่แค่คิดเพ้อฝัน

ปีใหม่ที่ผ่านไปหมาด ๆ หลายคนคงตั้งเป้าหมายเรื่องสุขภาพกันไว้แล้ว บางคนอยากมีซิกซ์แพ็ก บางคนอยากลดความอ้วน บางคนอยากมีสุขภาพที่ดีขึ้น แต่สุดท้ายแล้วเป้าหมายเหล่านี้มักจะค้างคาอยู่ในใจไปจนสิ้นปี ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น คำตอบคือเราอาจจะตั้งเป้าแบบผิด ๆ โดยไม่มีแผนที่ชัดเจน หรือตั้งเป้าที่หนักเกินไปจนทำไม่ได้ วันนี้เรามาเรียนรู้วิธีการตั้งเป้าหมายสุขภาพอย่างถูกต้องจากคำแนะนำของ ศ.ดร.พญ.อรพรรณ โพชนุกูล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้ ภูมิคุ้มกัน และเวชศาสตร์การใช้ชีวิต

เทคนิคสามขั้นตอนการตั้งเป้าหมายสุขภาพที่ได้ผลจริง

ก่อนอื่นต้องบอกว่าการตั้งเป้าหมายสุขภาพนั้นไม่ควรเปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะเป้าของแต่ละคนย่อมแตกต่างกันตามสภาพร่างกายและความต้องการของแต่ละบุคคล คุณหมออรพรรณแนะนำว่าให้ใช้เทคนิคสามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

ขั้นที่ 1 ประเมินก่อน

  • ดูพฤติกรรมไลฟ์สไตล์ของเราว่ามีอะไรที่ต้องปรับปรุงบ้าง
  • วัดน้ำหนัก ส่วนสูง ดัชนีมวลกาย
  • ถ้ามีเครื่องชั่งน้ำหนักแบบวัดเปอร์เซ็นต์กล้ามเนื้อไขมันก็ยิ่งดี
  • นำผลเลือดจากการตรวจสุขภาพประจำปีมาประกอบการพิจารณา
  • เลือกเป้าหมายที่เราอยากทำมากที่สุดหรือเห็นว่าเป็นปัญหาเร่งด่วน แค่หนึ่งหรือสองเป้าที่สำคัญที่สุดก็พอ

ขั้นที่ 2 ปรับ

  • ต้องมีแผนที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่คิดขึ้นมาแล้วหวังว่าจะเกิดขึ้นเอง
  • วางแผนว่าจะทำอย่างไรให้ถึงเป้าหมาย เช่น ถ้าอยากเพิ่มกล้ามเนื้อต้องรู้ว่าจะออกกำลังกายแบบไหน กินโปรตีนเท่าไหร่ นอนพักผ่อนอย่างไร
  • มีเทคนิคในการปรับที่เหมาะสมกับตัวเอง

ขั้นที่ 3 ทบทวน

  • เป้าหมายไม่จำเป็นต้องเป็นเป้าเดียวกันตลอดทั้งปี
  • สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามผลที่ได้รับ เช่น ตั้งเป้าสามเดือนแรกว่าจะลดความอ้วน พอสามเดือนเห็นผลแล้วก็ปรับเป้าใหม่ว่าจะเพิ่มกล้ามเนื้อหรือมีซิกซ์แพ็กในหกเดือนหลัง
  • ทบทวนเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราไม่หลงทางและรู้ว่าตัวเองกำลังก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง

Fact Check คนไทยกินเค็มเกินมาตรฐาน 2 เท่า เสี่ยงไต

เคยสังเกตตัวเองหรทอไม่ ? ว่ามื้อนี้เรากินเค็มเกินไปหรือไม่ เติมน้ำปลาไปกี่ช้อน หรือขนมแสนอร่อยที่เหมือนจะไม่เค็ม มีน้ำตาลแอบแฝงเท่าไร เพราะปัจจุบันคนไทยกินเค็มเกินมาตรฐานถึง 2 เท่า! ซึ่งทำให้ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงโรคไต การควบคุมหวานมันเค็มเป็นสิ่งสำคัญมาก คุณหมอเตือนว่าคนไทยกินเค็มเกินมาตรฐานถึงสองเท่า โดยโซเดียมหรือเกลือที่ควรได้รับต่อวันคือไม่เกินหนึ่งช้อนชา หรือน้ำปลาไม่เกินช้อนโต๊ะครึ่ง แต่ความจริงแล้วเราได้รับโซเดียมจากหลายแหล่ง ทั้งจากอาหารที่กินนอกบ้าน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปังที่มีผงฟู การกินบุฟเฟ่ต์ ชาบู หมูกระทะ หรือแม้แต่การซดน้ำซุป แม้แต่การกินไข่เจียวจานละยี่สิบบาทก็เกินปริมาณโซเดียมที่ควรได้รับต่อวันแล้ว การได้โซเดียมสูงมีผลกระทบต่อร่างกายมากมาย เริ่มจากหน้าบวมตาบวม หัวใจทำงานหนัก ความดันโลหิตสูง นำไปสู่ความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจโต และหัวใจวายในที่สุด แต่ต้องเข้าใจว่าโซเดียมไม่ใช่ผู้ร้าย ร่างกายเราขาดโซเดียมไม่ได้ ถ้าเราขาดโซเดียมกล้ามเนื้อจะอ่อนแรง เพียงแต่เราต้องได้รับปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น

วิธีลดโซเดียมอย่างถูกต้อง

  • ลดเกลือตั้งแต่ต้นทาง อย่าปรุงเพิ่มถ้าไม่จำเป็น
  • อย่าซดน้ำซุปหรือน้ำแกงเยอะ ๆ
  • ระวังน้ำจิ้มต่าง ๆ โดยเฉพาะน้ำจิ้มซีฟู้ด
  • ระวังอาหารที่มีโซเดียมแอบแฝงอยู่แม้จะไม่มีรสเค็ม เช่น เค้ก ขนมที่ต้องใช้ผงฟู
  • ระวังยาบางชนิดที่มีโซเดียม
  • การดื่มน้ำช่วยได้แต่เป็นการช่วยทางอ้อม การลดโซเดียมจากต้นทางจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด

เพิ่มกล้ามเนื้อได้จริงด้วยโปรตีนและการออกกำลังกายที่ถูกวิธี

สำหรับคนที่ตั้งเป้าว่าอยากเพิ่มกล้ามเนื้อหรือมีซิกซ์แพ็กนั้น ต้องมีแผนที่ชัดเจนว่าจะออกกำลังกายแบบไหน กินโปรตีนเท่าไหร่ นอนพักผ่อนอย่างไร เพราะการสร้างกล้ามเนื้อนั้นต้องอาศัยทั้งสามสิ่งไปพร้อม ๆ กัน ถ้าขาดอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะไม่ได้ผลตามที่ต้องการ บางคนเล่นเวทเยอะแต่ทานโปรตีนไม่ถึงกล้ามเนื้อก็จะไม่ขึ้น ปริมาณโปรตีนที่ควรทานต่อวัน คือ ประมาณ 1 กรัม/กิโลกรัมของน้ำหนักตัว (เช่น หนัก 48 กิโลก็ต้องทานโปรตีนประมาณ 50 กรัมต่อวัน)

สรุปแล้วการตั้งเป้าหมายสุขภาพในปีใหม่ให้สำเร็จนั้นต้องอาศัยการประเมิน การปรับ และการทบทวนอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรตั้งเป้าหนักเกินไปหรือเปรียบเทียบกับคนอื่น ต้องมีแผนที่ชัดเจนและทำอย่างต่อเนื่อง ดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพใจควบคู่กันไป ใจดีกับตัวเอง ขอบคุณตัวเองทุกครั้งที่ทำสิ่งดี ๆ และปรับเป้าหมายตามความเหมาะสม สุขภาพที่ดีมีได้ทุกวัน เพียงแค่เราทำอย่างถูกวิธีและอย่างต่อเนื่อง

ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย