ออกแบบบ้านป้องกันการล้ม ผู้สูงอายุอยู่ได้อย่างปลอดภัย เริ่มต้นที่ 0 บาท
การล้มในผู้สูงอายุ ภัยร้ายอันดับหนึ่งในบ้าน
การล้มเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ ข้อมูลจากกรมการแพทย์ระบุว่า ผู้สูงอายุที่ล้มมีโอกาสเสียชีวิตถึงร้อยละ 50 โดยเฉพาะกรณีที่ล้มอย่างรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่งผลให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง การป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะการจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย
สี่จุดนัดล้มที่ต้องระวังในบ้าน ได้แก่ ห้องน้ำซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงอันดับหนึ่งเพราะพื้นลื่นและมืด บันไดที่มีความชันและอาจไม่มีราวจับ ห้องนอนที่มีความเสี่ยงจากการลุกจากเตียงหรือเดินในที่มืด และพื้นที่รอยต่อระหว่างในบ้านกับนอกบ้าน เช่น ร้านซักร้าง พื้นที่หน้าบ้าน หรือบริเวณที่มีสเต็ป ซึ่งมักมีความต่างระดับเล็กน้อยที่มองไม่เห็นชัดเจน
การป้องกันในห้องน้ำเริ่มจากการปรับพื้นให้หยาบขึ้นหรือติดเทปกันลื่น พร้อมติดราวจับในบริเวณสำคัญ ได้แก่ บริเวณอาบน้ำ โถส้วม อ่างล้างหน้า และตรงวงกบประตู อุปกรณ์ราวจับต้องมีมาตรฐานเพราะต้องรับน้ำหนักทั้งตัว หากไม่แข็งแรงเพียงพอ อาจหล่นมาพร้อมกับคนเมื่อหกล้ม สำหรับบันไดควรติดราวจับทั้งสองข้าง พร้อมทาสีหรือติดเทปสะท้อนแสงที่ขอบแต่ละขั้น ห้องนอนควรติดไฟฉุกเฉินหรือไฟเซ็นเซอร์ และจัดเฟอร์นิเจอร์ให้มีทางเดินกว้างพอ ส่วนพื้นที่รอยต่อควรทาสีหรือติดเทปสะท้อนแสงที่ขอบสเต็ปให้มองเห็นชัดเจน
ปรับบ้านเริ่มต้น 0 บาท ไม่ต้องใช้เงิน
การปรับบ้านให้ปลอดภัยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ศูนย์บาทโดยการจัดของในบ้านให้เป็นระเบียบ เก็บของที่วางบนพื้นขึ้นมาให้ทางเดินโล่งไม่มีสิ่งกีดขวาง จัดสายไฟให้เรียบร้อยไม่ขวางทาง ปรับแสงสว่างให้เพียงพอโดยเฉพาะในห้องน้ำและทางเดินกลางคืน อาจเปิดไฟทิ้งไว้หรือติดไฟฉุกเฉินแบบเซ็นเซอร์ และจัดเก็บของที่ใช้บ่อย ๆ ไว้ในระดับที่หยิบได้สะดวก ไม่สูงเกินไปจนต้องเอื้อมหรือปีน
ศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้บริการประชาชนในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปรับบ้านให้ปลอดภัย โดยสามารถส่งภาพจุดต่าง ๆ ของบ้านที่เป็นจุดเสี่ยงทั้งสี่จุด ทีมสถาปนิกจะให้คำแนะนำว่าควรติดราวจับตรงไหน ระยะเท่าไหร่ ราคาประมาณเท่าไหร่ และสามารถไปซื้อตามร้านได้เลย
นอกจากความปลอดภัยจากการล้ม คุณภาพอากาศภายในบ้านก็สำคัญต่อผู้สูงอายุ ข้อสำคัญในการใช้เครื่องกรองอากาศคือต้องแกะพลาสติกที่หุ้มฟิลเตอร์ออกก่อนใช้งาน มิเช่นนั้นเครื่องจะไม่สามารถกรองอากาศได้ อีกทั้งไม่ควรเปิดหน้าต่างขณะใช้เครื่องกรอง เพราะจะทำให้ฝุ่นจากภายนอกถูกดูดเข้าภายในบ้านมากขึ้น ควรใช้ร่วมกับพัดลมระบายอากาศเพื่อระบายอากาศที่ไม่ดีและกลิ่นต่าง ๆ ออกไป
การออกกำลังกายป้องกันการล้ม
การป้องกันการล้มไม่ควรพึ่งพาเพียงการปรับสภาพแวดล้อมเท่านั้น ตัวผู้สูงอายุต้องสร้างความแข็งแรงของร่างกายด้วย โดยเฉพาะการฝึกบาลานซ์และการทรงตัว ซึ่งสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ยืนขาเดียวขณะแปรงฟัน เดินให้ขาแคบลง ยืนทรงตัวด้วยขาเดียว ไม่จำเป็นต้องเข้ายิมหรือมีอุปกรณ์พิเศษ
การฝึกแรงต้านจะช่วยพัฒนาระบบประสาท ควรฝึกท่าต่าง ๆ ที่มีแรงต้านมากขึ้น และพยายามออกแรงให้เร็วมีพาวเวอร์ เพราะเมื่อเกิดการสะดุด นอกจากต้องมีความแข็งแรงแล้ว ยังต้องเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพื่อก้าวไปรับน้ำหนักได้ทัน หากออกแรงช้าหรือทรงตัวไม่ทัน แม้จะมีความแข็งแรงก็ช่วยอะไรไม่ได้
การจำลองสถานการณ์จริงโดยมีมาตรการความปลอดภัยจะช่วยสร้างความเคยชินและความมั่นใจ งานวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุที่ได้ฝึกในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการล้มแต่มีเซฟตี้คอยดูแล ช่วงแรกอาจล้ม แต่พอทำต่อเนื่องจะเกิดความเคยชินและสามารถทรงตัวได้ดี แม้ผ่านไปหนึ่งปียังคงทรงตัวได้อยู่ การฝึกในสถานการณ์ที่ท้าทายจึงมีประสิทธิภาพมากกว่าการฝึกทรงตัวธรรมดา
นโยบายภาครัฐและข้อเสนอแนะ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีงบประมาณสนับสนุนการปรับปรุงบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุประมาณ 40,000 บาท แต่ปัญหาที่พบคือหลายจังหวัดที่ขอของบประมาณไปแล้วกลับไม่มีคนไปปรับบ้าน เพราะหาช่างที่มีทักษะไม่ได้ ช่างหลายคนไม่เข้าใจว่าบานเลื่อนหรือราวจับจะต้องติดตั้งอย่างไร ติดทิศทางไหน ต้องใช้พุกเท่าไหร่
แนวทางแก้ไขคือการอบรมช่างในชุมชนให้มีทักษะในการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่างเหล่านี้อยู่ใกล้ผู้สูงอายุ อยู่ในชุมชนเดียวกัน หรือเป็นญาติพี่น้อง การให้ความรู้เรื่องการติดประตูบานเลื่อนให้ถูกต้อง ระยะในการติดราวจับที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัยในบ้านเดิม
นโยบายที่น่าสนใจสำหรับอนาคต แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือคนในเมืองหรือมีรายได้ปานกลางขึ้นไป ควรมีนโยบายลดหย่อนภาษีสำหรับลูกหลานที่ซื้ออุปกรณ์หรือปรับบ้านให้ผู้สูงอายุ เพราะกลุ่มนี้มีงบประมาณแต่ขาดแรงจูงใจในการลงทุนปรับปรุง กลุ่มที่สองคือผู้สูงอายุต่างจังหวัดหรือผู้มีรายได้น้อย นอกจากงบอุดหนุนจากหน่วยงานรัฐแล้ว ควรมีระบบสนับสนุนเพื่อให้สามารถปรับบ้านได้จริง เช่น มีชมรมช่างชุมชน มีการอบรมและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน ไม่ต้องอยู่และดูแลตัวเองอย่างลำพัง
Fact Check : น้ำมันมะกอก ช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงิน จริงหรือไม่ ?
ข่าวที่แชร์: กินน้ำมันมะกอกทุกวันไปเลยเดือนนึงจะรักษาโรคสะเก็ดเงินได้
คำตอบ: ไม่จริง
น้ำมันมะกอกไม่ใช่ยารักษาสะเก็ดเงิน โรคสะเก็ดเงินเกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันที่โจมตีเซลล์ผิวของตัวเอง ทำให้เซลล์ผิวมีการผลัดเปลี่ยนเร็วกว่าปกติมาก จนเกิดสะเก็ดหนาขึ้นมา ภาวะนี้เรียกว่า ภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง หรือ Autoimmune Disease โดยมีเซลล์ T-cell ในร่างกายไปทำลายเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวสร้างตัวเองเร็วขึ้น เมื่อผิวหนาตัวขึ้นก็กลายเป็นเหมือนเกราะหนา ๆ มีลักษณะคล้ายหิมะลงทั้งตัว
การรักษาที่ถูกต้อง
การรักษาโรคสะเก็ดเงินต้องกินยาปรับภูมิหรือกดภูมิคุ้มกัน แต่สิ่งสำคัญคือการลดการอักเสบในร่างกาย โดยกินอาหารที่ต้านการอักเสบ เช่น ปลา ผักเขียว อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ การกินน้ำมันมะกอกมีส่วนช่วย แต่ไม่ได้รักษาทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ สามารถกินได้แต่ควรกินในรูปแบบของอาหาร
ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอกมีประโยชน์มากมาย ใช้กันมาตั้งแต่ภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนไปจนถึงจีน มีสารสำคัญคือ กรดโอเลอิกซึ่งเป็นกรดไขมันดี นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันดีอื่น ๆ ที่เรียกว่า Monounsaturated Fatty Acid (MUFA) และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านการอักเสบคือ Polyphenol
วิธีการใช้น้ำมันมะกอกที่ถูกต้อง
ควรเลือกน้ำมันมะกอกที่ผลิตอย่างทะนุถนอม คือ Cold Press ซึ่งใช้การหีบเย็น เพื่อถนอมสารต้านอนุมูลอิสระและโพลีฟีนอลไว้ให้ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด ไม่ควรเอาน้ำมันมะกอกมาทอดหรือผัดด้วยไฟแรง เพราะสารต้านอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ใจเสาะต่อความร้อน ควรใช้ในอาหารที่ไม่ต้องร้อนจัด หรือกินเย็นก็ได้ เพื่อรักษาคุณค่าไว้ อีกทั้งไม่ควรกินมากเกินไป เพราะปริมาณโอเมก้า 6 ในน้ำมันมะกอกจะล้นเกินอัตราส่วนของโอเมก้า 3 ที่ควรได้ หากโอเมก้า 6 สูงเกินกว่าอัตราส่วนที่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดการอักเสบในร่างกายได้
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
ออกแบบบ้านป้องกันการล้ม ผู้สูงอายุอยู่ได้อย่างปลอดภัย เริ่มต้นที่ 0 บาท
การล้มในผู้สูงอายุ ภัยร้ายอันดับหนึ่งในบ้าน
การล้มเป็นสาเหตุการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้สูงอายุ ข้อมูลจากกรมการแพทย์ระบุว่า ผู้สูงอายุที่ล้มมีโอกาสเสียชีวิตถึงร้อยละ 50 โดยเฉพาะกรณีที่ล้มอย่างรุนแรงจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ส่งผลให้คุณภาพชีวิตลดลงอย่างต่อเนื่อง การป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะการจัดสภาพแวดล้อมภายในบ้านให้ปลอดภัย
สี่จุดนัดล้มที่ต้องระวังในบ้าน ได้แก่ ห้องน้ำซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงอันดับหนึ่งเพราะพื้นลื่นและมืด บันไดที่มีความชันและอาจไม่มีราวจับ ห้องนอนที่มีความเสี่ยงจากการลุกจากเตียงหรือเดินในที่มืด และพื้นที่รอยต่อระหว่างในบ้านกับนอกบ้าน เช่น ร้านซักร้าง พื้นที่หน้าบ้าน หรือบริเวณที่มีสเต็ป ซึ่งมักมีความต่างระดับเล็กน้อยที่มองไม่เห็นชัดเจน
การป้องกันในห้องน้ำเริ่มจากการปรับพื้นให้หยาบขึ้นหรือติดเทปกันลื่น พร้อมติดราวจับในบริเวณสำคัญ ได้แก่ บริเวณอาบน้ำ โถส้วม อ่างล้างหน้า และตรงวงกบประตู อุปกรณ์ราวจับต้องมีมาตรฐานเพราะต้องรับน้ำหนักทั้งตัว หากไม่แข็งแรงเพียงพอ อาจหล่นมาพร้อมกับคนเมื่อหกล้ม สำหรับบันไดควรติดราวจับทั้งสองข้าง พร้อมทาสีหรือติดเทปสะท้อนแสงที่ขอบแต่ละขั้น ห้องนอนควรติดไฟฉุกเฉินหรือไฟเซ็นเซอร์ และจัดเฟอร์นิเจอร์ให้มีทางเดินกว้างพอ ส่วนพื้นที่รอยต่อควรทาสีหรือติดเทปสะท้อนแสงที่ขอบสเต็ปให้มองเห็นชัดเจน
ปรับบ้านเริ่มต้น 0 บาท ไม่ต้องใช้เงิน
การปรับบ้านให้ปลอดภัยไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง สามารถเริ่มต้นได้ตั้งแต่ศูนย์บาทโดยการจัดของในบ้านให้เป็นระเบียบ เก็บของที่วางบนพื้นขึ้นมาให้ทางเดินโล่งไม่มีสิ่งกีดขวาง จัดสายไฟให้เรียบร้อยไม่ขวางทาง ปรับแสงสว่างให้เพียงพอโดยเฉพาะในห้องน้ำและทางเดินกลางคืน อาจเปิดไฟทิ้งไว้หรือติดไฟฉุกเฉินแบบเซ็นเซอร์ และจัดเก็บของที่ใช้บ่อย ๆ ไว้ในระดับที่หยิบได้สะดวก ไม่สูงเกินไปจนต้องเอื้อมหรือปีน
ศูนย์ออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อทุกคน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้บริการประชาชนในการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปรับบ้านให้ปลอดภัย โดยสามารถส่งภาพจุดต่าง ๆ ของบ้านที่เป็นจุดเสี่ยงทั้งสี่จุด ทีมสถาปนิกจะให้คำแนะนำว่าควรติดราวจับตรงไหน ระยะเท่าไหร่ ราคาประมาณเท่าไหร่ และสามารถไปซื้อตามร้านได้เลย
นอกจากความปลอดภัยจากการล้ม คุณภาพอากาศภายในบ้านก็สำคัญต่อผู้สูงอายุ ข้อสำคัญในการใช้เครื่องกรองอากาศคือต้องแกะพลาสติกที่หุ้มฟิลเตอร์ออกก่อนใช้งาน มิเช่นนั้นเครื่องจะไม่สามารถกรองอากาศได้ อีกทั้งไม่ควรเปิดหน้าต่างขณะใช้เครื่องกรอง เพราะจะทำให้ฝุ่นจากภายนอกถูกดูดเข้าภายในบ้านมากขึ้น ควรใช้ร่วมกับพัดลมระบายอากาศเพื่อระบายอากาศที่ไม่ดีและกลิ่นต่าง ๆ ออกไป
การออกกำลังกายป้องกันการล้ม
การป้องกันการล้มไม่ควรพึ่งพาเพียงการปรับสภาพแวดล้อมเท่านั้น ตัวผู้สูงอายุต้องสร้างความแข็งแรงของร่างกายด้วย โดยเฉพาะการฝึกบาลานซ์และการทรงตัว ซึ่งสามารถทำได้ในชีวิตประจำวัน เช่น ยืนขาเดียวขณะแปรงฟัน เดินให้ขาแคบลง ยืนทรงตัวด้วยขาเดียว ไม่จำเป็นต้องเข้ายิมหรือมีอุปกรณ์พิเศษ
การฝึกแรงต้านจะช่วยพัฒนาระบบประสาท ควรฝึกท่าต่าง ๆ ที่มีแรงต้านมากขึ้น และพยายามออกแรงให้เร็วมีพาวเวอร์ เพราะเมื่อเกิดการสะดุด นอกจากต้องมีความแข็งแรงแล้ว ยังต้องเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเพื่อก้าวไปรับน้ำหนักได้ทัน หากออกแรงช้าหรือทรงตัวไม่ทัน แม้จะมีความแข็งแรงก็ช่วยอะไรไม่ได้
การจำลองสถานการณ์จริงโดยมีมาตรการความปลอดภัยจะช่วยสร้างความเคยชินและความมั่นใจ งานวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุที่ได้ฝึกในสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการล้มแต่มีเซฟตี้คอยดูแล ช่วงแรกอาจล้ม แต่พอทำต่อเนื่องจะเกิดความเคยชินและสามารถทรงตัวได้ดี แม้ผ่านไปหนึ่งปียังคงทรงตัวได้อยู่ การฝึกในสถานการณ์ที่ท้าทายจึงมีประสิทธิภาพมากกว่าการฝึกทรงตัวธรรมดา
นโยบายภาครัฐและข้อเสนอแนะ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มีงบประมาณสนับสนุนการปรับปรุงบ้านให้ปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุประมาณ 40,000 บาท แต่ปัญหาที่พบคือหลายจังหวัดที่ขอของบประมาณไปแล้วกลับไม่มีคนไปปรับบ้าน เพราะหาช่างที่มีทักษะไม่ได้ ช่างหลายคนไม่เข้าใจว่าบานเลื่อนหรือราวจับจะต้องติดตั้งอย่างไร ติดทิศทางไหน ต้องใช้พุกเท่าไหร่
แนวทางแก้ไขคือการอบรมช่างในชุมชนให้มีทักษะในการติดตั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ อย่างถูกต้องและปลอดภัย ช่างเหล่านี้อยู่ใกล้ผู้สูงอายุ อยู่ในชุมชนเดียวกัน หรือเป็นญาติพี่น้อง การให้ความรู้เรื่องการติดประตูบานเลื่อนให้ถูกต้อง ระยะในการติดราวจับที่เหมาะสม จะช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถอยู่ได้อย่างปลอดภัยในบ้านเดิม
นโยบายที่น่าสนใจสำหรับอนาคต แบ่งเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือคนในเมืองหรือมีรายได้ปานกลางขึ้นไป ควรมีนโยบายลดหย่อนภาษีสำหรับลูกหลานที่ซื้ออุปกรณ์หรือปรับบ้านให้ผู้สูงอายุ เพราะกลุ่มนี้มีงบประมาณแต่ขาดแรงจูงใจในการลงทุนปรับปรุง กลุ่มที่สองคือผู้สูงอายุต่างจังหวัดหรือผู้มีรายได้น้อย นอกจากงบอุดหนุนจากหน่วยงานรัฐแล้ว ควรมีระบบสนับสนุนเพื่อให้สามารถปรับบ้านได้จริง เช่น มีชมรมช่างชุมชน มีการอบรมและพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างรอบด้าน ไม่ต้องอยู่และดูแลตัวเองอย่างลำพัง
Fact Check : น้ำมันมะกอก ช่วยรักษาโรคสะเก็ดเงิน จริงหรือไม่ ?
ข่าวที่แชร์: กินน้ำมันมะกอกทุกวันไปเลยเดือนนึงจะรักษาโรคสะเก็ดเงินได้
คำตอบ: ไม่จริง
น้ำมันมะกอกไม่ใช่ยารักษาสะเก็ดเงิน โรคสะเก็ดเงินเกิดจากความผิดปกติของภูมิคุ้มกันที่โจมตีเซลล์ผิวของตัวเอง ทำให้เซลล์ผิวมีการผลัดเปลี่ยนเร็วกว่าปกติมาก จนเกิดสะเก็ดหนาขึ้นมา ภาวะนี้เรียกว่า ภูมิคุ้มกันทำร้ายตัวเอง หรือ Autoimmune Disease โดยมีเซลล์ T-cell ในร่างกายไปทำลายเซลล์ผิว ส่งผลให้ผิวสร้างตัวเองเร็วขึ้น เมื่อผิวหนาตัวขึ้นก็กลายเป็นเหมือนเกราะหนา ๆ มีลักษณะคล้ายหิมะลงทั้งตัว
การรักษาที่ถูกต้อง
การรักษาโรคสะเก็ดเงินต้องกินยาปรับภูมิหรือกดภูมิคุ้มกัน แต่สิ่งสำคัญคือการลดการอักเสบในร่างกาย โดยกินอาหารที่ต้านการอักเสบ เช่น ปลา ผักเขียว อาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ การกินน้ำมันมะกอกมีส่วนช่วย แต่ไม่ได้รักษาทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ สามารถกินได้แต่ควรกินในรูปแบบของอาหาร
ประโยชน์ของน้ำมันมะกอก
น้ำมันมะกอกมีประโยชน์มากมาย ใช้กันมาตั้งแต่ภูมิภาคเมดิเตอร์เรเนียนไปจนถึงจีน มีสารสำคัญคือ กรดโอเลอิกซึ่งเป็นกรดไขมันดี นอกจากนี้ยังมีกรดไขมันดีอื่น ๆ ที่เรียกว่า Monounsaturated Fatty Acid (MUFA) และมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านการอักเสบคือ Polyphenol
วิธีการใช้น้ำมันมะกอกที่ถูกต้อง
ควรเลือกน้ำมันมะกอกที่ผลิตอย่างทะนุถนอม คือ Cold Press ซึ่งใช้การหีบเย็น เพื่อถนอมสารต้านอนุมูลอิสระและโพลีฟีนอลไว้ให้ใกล้เคียงธรรมชาติที่สุด ไม่ควรเอาน้ำมันมะกอกมาทอดหรือผัดด้วยไฟแรง เพราะสารต้านอักเสบและสารต้านอนุมูลอิสระเหล่านี้ใจเสาะต่อความร้อน ควรใช้ในอาหารที่ไม่ต้องร้อนจัด หรือกินเย็นก็ได้ เพื่อรักษาคุณค่าไว้ อีกทั้งไม่ควรกินมากเกินไป เพราะปริมาณโอเมก้า 6 ในน้ำมันมะกอกจะล้นเกินอัตราส่วนของโอเมก้า 3 ที่ควรได้ หากโอเมก้า 6 สูงเกินกว่าอัตราส่วนที่เหมาะสม จะส่งผลให้เกิดการอักเสบในร่างกายได้
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันอังคารที่ 13 มกราคม 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live









