ทำความรู้จักภาวะมาลิกแนนท์ ไฮเปอร์เทอร์เมีย (MH) ภัยแฝงขณะดมยาสลบ
ภาวะมาลิกแนนท์ ไฮเปอร์เทอร์เมีย (Malignant Hyperthermia: MH) คือภาวะผิดปกติทางพันธุกรรมที่ร่างกายแสดงปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรงและฉับพลัน เมื่อได้รับยาดมสลบชนิดไอระเหย (เช่น ยาดมสลบ 6 ชนิดหลัก) หรือยาหย่อนกล้ามเนื้อ (เช่น Succinylcholine) ภาวะนี้จะไม่แสดงสัญญาณเตือนใด ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่จะเกิดขึ้นทันทีในห้องผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยเริ่มได้รับยา กลไกความผิดปกติจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีไข้ขึ้นสูงอย่างรวดเร็วถึง 41–42 องศาเซลเซียส เกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง กระตุก และสลายตัวอย่างมโหฬาร หัวใจเต้นเร็ว ผิดจังหวะ และมีระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงขึ้นอย่างมาก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สารที่เกิดจากการสลายตัวของกล้ามเนื้อจะเข้าไปตกตะกอนในท่อไต นำไปสู่ภาวะไตวายฉับพลัน สมดุลเกลือแร่ล้มเหลว หัวใจหยุดเต้น และอันตรายถึงชีวิตได้
การถ่ายทอดทางพันธุกรรมและการตรวจวิเคราะห์ยีนเพื่อป้องกันภัย
สาเหตุสำคัญของภาวะ MH เกิดความผิดปกติของยีน โดยเฉพาะยีน RYR1 ซึ่งมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนโดด ทำให้บุตรของผู้ที่มีภาวะนี้มีโอกาสได้รับยีนผิดปกติร้อยละ 50 ในทุก ๆ การตั้งครรภ์ ปัจจุบันทางการแพทย์ใช้การตรวจทางเวชพันธุศาสตร์เพื่อค้นหาตำแหน่งยีนผิดปกติ เริ่มจากการตรวจบุคคลหัวแถวหรือคนแรกในครอบครัวที่เคยมีประวัติ จากนั้นจึงขยายผลตรวจไปยังสมาชิกในครอบครัวสายเลือดเดียวกัน
การทราบข้อมูลยีนล่วงหน้าช่วยเซฟชีวิตสมาชิกในครอบครัวได้เป็นจำนวนมาก โดยผู้ที่พบยีนผิดปกติจะได้รับเอกสารประจำตัวเพื่อยื่นให้วิสัญญีแพทย์ทราบก่อนการทำผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะทำการหลีกเลี่ยงยาดมสลบชนิดไอระเหยและยาหย่อนกล้ามเนื้อที่เป็นตัวกระตุ้น แล้วเปลี่ยนไปใช้วิธีการฉีดยาชาเฉพาะที่ การบล็อกเส้นประสาท หรือการให้ยาสลบผ่านทางหลอดเลือดดำแทน ซึ่งเป็นเทคนิคที่ปลอดภัยสำหรับผู้มีภาวะนี้
ความพร้อมทางการแพทย์และเครือข่ายความปลอดภัยในการผ่าตัด
แม้ภาวะมาลิกแนนท์ ไฮเปอร์เทอร์เมีย จะมีความอันตรายสูง แต่ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทยและทีมวิสัญญีแพทย์ทั่วประเทศ มีแนวทางปฏิบัติและมาตรการรับมือที่เป็นมาตรฐาน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รับการฝึกฝนให้สังเกตอาการประเมินความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีความพร้อมในการปฐมพยาบาลและแก้ไขภาวะฉุกเฉินในห้องผ่าตัดตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีระบบเครือข่ายในการจัดสรรและสำรองยาเฉพาะทาง อย่าง ยาแดนโทรลีน (Dantrolene) ซึ่งเป็นยาต้านปฏิกิริยาดังกล่าวเพื่อนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉิน ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือการทำศัลยกรรมจึงสามารถมีความมั่นใจในความปลอดภัยได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสืบค้นประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว หากพบว่ามีญาติเคยเกิดภาวะไข้สูงวิกฤตหรือเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุระหว่างการดมยาสลบ ควรรีบเข้าพบแพทย์ด้านพันธุศาสตร์เพื่อรับการปรึกษาและวางแผนตรวจยีนล่วงหน้าก่อนรับการผ่าตัดทุกครั้ง
Fact Check : เหงือกอักเสบเรื้อรัง สัญญาณเตือน โรคหัวใจ-เบาหวาน จริงหรือ ?
เรื่องที่แชร์ : หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์แปรงฟันแล้วเหงือกเลือดออก หรือ รู้สึกว่าเหงือกบวม เจ็บ อาจบอกตัวเองว่า "แค่นี้เอง ไม่เป็นไร" แต่รู้ไหมว่า ถ้าปล่อยให้เหงือกอักเสบเรื้อรังโดยไม่รักษา อาการที่ดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย ในปากของเรา อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงอย่าง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน ได้ เรื่องนี้จะจริงหรือไม่
คำตอบ: จริง
ปัญหาสุขภาพช่องปากไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องของฟันหรือเหงือกเท่านั้น แต่ยังเป็นปราการด่านแรกที่สะท้อนถึงสุขภาพของระบบอื่น ๆ ในร่างกาย ภาวะเหงือกอักเสบเรื้อรังเกิดจากการสะสมของคราบหินปูนที่เป็นแหล่งรวมเชื้อแบคทีเรียจำนวนมาก เมื่อเหงือกเกิดการอักเสบจนมีแผลขนาดเล็ก เชื้อโรคสามารถเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือด กระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบในระบบหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบตัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดในระยะยาว
สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ภาวะเหงือกอักเสบจะส่งผลให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทำได้ยากยิ่งขึ้น เนื่องจากภาวะอักเสบสะสมทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลง ในทางกลับกัน ผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำกว่าคนปกติ ก็จะเกิดภาวะเหงือกบวม เหงือกอักเสบได้ง่ายกว่าปกติเช่นกัน สัญญาณอันตรายที่มักถูกมองข้าม ได้แก่ กลิ่นปาก อาการเลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟัน หรือรู้สึกว่าฟันเริ่มโยก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรครำมะนาดหรือภาวะเหงือกอักเสบขั้นรุนแรง การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกต้องทำได้โดยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ พร้อมทั้งเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพและขูดหินปูนทุก ๆ หกเดือน รวมถึงแจ้งโรคประจำตัวแก่ทันตแพทย์ก่อนการทำหัตถการเสมอเพื่อความปลอดภัย
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live
ทำความรู้จักภาวะมาลิกแนนท์ ไฮเปอร์เทอร์เมีย (MH) ภัยแฝงขณะดมยาสลบ
ภาวะมาลิกแนนท์ ไฮเปอร์เทอร์เมีย (Malignant Hyperthermia: MH) คือภาวะผิดปกติทางพันธุกรรมที่ร่างกายแสดงปฏิกิริยาตอบสนองอย่างรุนแรงและฉับพลัน เมื่อได้รับยาดมสลบชนิดไอระเหย (เช่น ยาดมสลบ 6 ชนิดหลัก) หรือยาหย่อนกล้ามเนื้อ (เช่น Succinylcholine) ภาวะนี้จะไม่แสดงสัญญาณเตือนใด ๆ ในชีวิตประจำวัน แต่จะเกิดขึ้นทันทีในห้องผ่าตัดเมื่อผู้ป่วยเริ่มได้รับยา กลไกความผิดปกติจะส่งผลให้ผู้ป่วยมีไข้ขึ้นสูงอย่างรวดเร็วถึง 41–42 องศาเซลเซียส เกิดอาการกล้ามเนื้อเกร็ง กระตุก และสลายตัวอย่างมโหฬาร หัวใจเต้นเร็ว ผิดจังหวะ และมีระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือดสูงขึ้นอย่างมาก หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที สารที่เกิดจากการสลายตัวของกล้ามเนื้อจะเข้าไปตกตะกอนในท่อไต นำไปสู่ภาวะไตวายฉับพลัน สมดุลเกลือแร่ล้มเหลว หัวใจหยุดเต้น และอันตรายถึงชีวิตได้
การถ่ายทอดทางพันธุกรรมและการตรวจวิเคราะห์ยีนเพื่อป้องกันภัย
สาเหตุสำคัญของภาวะ MH เกิดความผิดปกติของยีน โดยเฉพาะยีน RYR1 ซึ่งมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมแบบยีนโดด ทำให้บุตรของผู้ที่มีภาวะนี้มีโอกาสได้รับยีนผิดปกติร้อยละ 50 ในทุก ๆ การตั้งครรภ์ ปัจจุบันทางการแพทย์ใช้การตรวจทางเวชพันธุศาสตร์เพื่อค้นหาตำแหน่งยีนผิดปกติ เริ่มจากการตรวจบุคคลหัวแถวหรือคนแรกในครอบครัวที่เคยมีประวัติ จากนั้นจึงขยายผลตรวจไปยังสมาชิกในครอบครัวสายเลือดเดียวกัน
การทราบข้อมูลยีนล่วงหน้าช่วยเซฟชีวิตสมาชิกในครอบครัวได้เป็นจำนวนมาก โดยผู้ที่พบยีนผิดปกติจะได้รับเอกสารประจำตัวเพื่อยื่นให้วิสัญญีแพทย์ทราบก่อนการทำผ่าตัด วิสัญญีแพทย์จะทำการหลีกเลี่ยงยาดมสลบชนิดไอระเหยและยาหย่อนกล้ามเนื้อที่เป็นตัวกระตุ้น แล้วเปลี่ยนไปใช้วิธีการฉีดยาชาเฉพาะที่ การบล็อกเส้นประสาท หรือการให้ยาสลบผ่านทางหลอดเลือดดำแทน ซึ่งเป็นเทคนิคที่ปลอดภัยสำหรับผู้มีภาวะนี้
ความพร้อมทางการแพทย์และเครือข่ายความปลอดภัยในการผ่าตัด
แม้ภาวะมาลิกแนนท์ ไฮเปอร์เทอร์เมีย จะมีความอันตรายสูง แต่ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย์แห่งประเทศไทยและทีมวิสัญญีแพทย์ทั่วประเทศ มีแนวทางปฏิบัติและมาตรการรับมือที่เป็นมาตรฐาน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้รับการฝึกฝนให้สังเกตอาการประเมินความเสี่ยงอย่างรวดเร็ว รวมถึงมีความพร้อมในการปฐมพยาบาลและแก้ไขภาวะฉุกเฉินในห้องผ่าตัดตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ยังมีระบบเครือข่ายในการจัดสรรและสำรองยาเฉพาะทาง อย่าง ยาแดนโทรลีน (Dantrolene) ซึ่งเป็นยาต้านปฏิกิริยาดังกล่าวเพื่อนำมาใช้ในกรณีฉุกเฉิน ผู้ที่ต้องเข้ารับการผ่าตัดหรือการทำศัลยกรรมจึงสามารถมีความมั่นใจในความปลอดภัยได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสืบค้นประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว หากพบว่ามีญาติเคยเกิดภาวะไข้สูงวิกฤตหรือเสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุระหว่างการดมยาสลบ ควรรีบเข้าพบแพทย์ด้านพันธุศาสตร์เพื่อรับการปรึกษาและวางแผนตรวจยีนล่วงหน้าก่อนรับการผ่าตัดทุกครั้ง
Fact Check : เหงือกอักเสบเรื้อรัง สัญญาณเตือน โรคหัวใจ-เบาหวาน จริงหรือ ?
เรื่องที่แชร์ : หลายคนอาจเคยมีประสบการณ์แปรงฟันแล้วเหงือกเลือดออก หรือ รู้สึกว่าเหงือกบวม เจ็บ อาจบอกตัวเองว่า "แค่นี้เอง ไม่เป็นไร" แต่รู้ไหมว่า ถ้าปล่อยให้เหงือกอักเสบเรื้อรังโดยไม่รักษา อาการที่ดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย ในปากของเรา อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคร้ายแรงอย่าง โรคหัวใจ และโรคเบาหวาน ได้ เรื่องนี้จะจริงหรือไม่
คำตอบ: จริง
ปัญหาสุขภาพช่องปากไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่เรื่องของฟันหรือเหงือกเท่านั้น แต่ยังเป็นปราการด่านแรกที่สะท้อนถึงสุขภาพของระบบอื่น ๆ ในร่างกาย ภาวะเหงือกอักเสบเรื้อรังเกิดจากการสะสมของคราบหินปูนที่เป็นแหล่งรวมเชื้อแบคทีเรียจำนวนมาก เมื่อเหงือกเกิดการอักเสบจนมีแผลขนาดเล็ก เชื้อโรคสามารถเล็ดลอดเข้าสู่กระแสเลือด กระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบในระบบหลอดเลือด ส่งผลให้เกิดภาวะหลอดเลือดตีบตัน และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือดในระยะยาว
สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน ภาวะเหงือกอักเสบจะส่งผลให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดทำได้ยากยิ่งขึ้น เนื่องจากภาวะอักเสบสะสมทำให้ภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแอลง ในทางกลับกัน ผู้ป่วยเบาหวานที่มีระดับภูมิคุ้มกันต่ำกว่าคนปกติ ก็จะเกิดภาวะเหงือกบวม เหงือกอักเสบได้ง่ายกว่าปกติเช่นกัน สัญญาณอันตรายที่มักถูกมองข้าม ได้แก่ กลิ่นปาก อาการเลือดออกตามไรฟันขณะแปรงฟัน หรือรู้สึกว่าฟันเริ่มโยก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของโรครำมะนาดหรือภาวะเหงือกอักเสบขั้นรุนแรง การดูแลสุขภาพช่องปากอย่างถูกต้องทำได้โดยการแปรงฟันอย่างน้อยวันละสองครั้ง ใช้ไหมขัดฟันเป็นประจำ พร้อมทั้งเข้าพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพและขูดหินปูนทุก ๆ หกเดือน รวมถึงแจ้งโรคประจำตัวแก่ทันตแพทย์ก่อนการทำหัตถการเสมอเพื่อความปลอดภัย
ติดตามชมในรายการคนสู้โรค วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 15.05 – 15.30 น. ทางไทยพีบีเอส หรือ รับชมสดออนไลน์ทาง www.thaipbs.or.th/Live




























































