สำรวจ "ห้วยขวาง" หลังพบร้านอาหารเรียกเก็บ "เงินหยวน" จีน
เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตห้วยขวาง ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านอาหาร 79 ราย ที่ขึ้นทะเบียน ซึ่งมีชาวจีนร่วมประกอบธุรกิจ เพื่อตรวจสอบระบบการชำระเงิน เอกสารการจัดตั้งธุรกิจ และใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว จากการตรวจสอบ พบว่า ร้านอาหาร ยังคงรับเงินบาทไทย และผ่านบัญชีธนาคารไทย
จึงนำป้ายสติกเกอร์สีเขียว ระบุข้อความ "ร้านนี้รับชำระค่าอาหารและสินค้าเป็นเงินบาทไทย ทั้งสแกน QR Code และเงินสด โดยได้รับการอนุญาตจาก กทม. แล้ว" ซึ่งเป็นสติกเกอร์ที่สำนักงานเขตห้วยขวางจัดทำขึ้น และนำมาติดให้กับร้านอาหารในพื้นที่
การติดสติกเกอร์นี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ หลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลว่ามีร้านจีนบางร้าน ไม่รับชำระเงินด้วยสกุลเงินบาท หรือให้จ่ายเป็นเงินหยวน
จากการสอบถามร้านอาหารจีนบางแห่ง ระบุว่า ร้านรับเพียงสกุลเงินบาทเท่านั้น ทั้งเงินสด และการแสกนผ่านคิวอาร์โค้ต ขณะที่ผู้บริโภคบางคนที่อยู่ในย่านนี้ บอกว่า เข้าไปใช้บริการร้านอาหารจีนบ่อยครั้ง และยังคงจ่ายเงินเป็นสกุลเงินบาทได้
ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง ระบุว่า การติดสติกเกอร์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคทราบว่า ร้านรับเงินบาท และรับแสกนจ่ายผ่านธนาคารไทย และเพื่อควบคุมธุรกิจในพื้นที่ ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ป้ายร้านภาษาจีนใหญ่กว่าภาษาไทย หรือบางร้านติดป้ายอาหารฮาลาลนั้น ถือว่าสามารถทำได้ แต่ต้องขออนุญาต และจ่ายภาษีถูกต้อง
นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากกรมการจัดหางาน กรมพัฒนาธุรกิจการค้าลงพื้นที่ตรวจสอบการประกอบธุรกิจและแรงงานที่เข้ามาเป็นลูกจ้างในร้านอาหารย่านห้วยขวาง รวมทั้งตรวจสอบเรื่องการถือหุ้นแทนของคนไทย หรือ นอมินี รวมถึงการใช้วีซ่าผิดประเภทของพนักงานในร้านด้วย
ขณะที่นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า เขตห้วยขวาง เป็นพื้นที่เสี่ยงสูงที่มีการเฝ้าระวังว่าอาจมีการประกอบธุรกิจที่หลีกเลี่ยงกฎหมายโดยเฉพาะนอมินี
ส่วนร้านที่เป็นประเด็นตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล พบว่าจดทะเบียนบริษัทเมื่อปี 2567 แจ้งการประกอบธุรกิจร้านอาหาร มีผู้ถือหุ้นคนไทย 1 ราย ร่วมกับผู้ถือหุ้นคนจีน 2 ราย ในสัดส่วน 51% ต่อ 49% และได้ให้กรรมการและผู้ถือหุ้นชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ปรากฏว่าทั้งบริษัทและผู้ถือหุ้นไม่ยอมเข้าชี้แจง จึงถือเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนคำสั่งสารวัตรใหญ่บัญชี ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างแจ้งข้อกล่าวหา และเรียกให้ชำระค่าปรับตามกฎหมาย พร้อมตรวจสอบเชิงลึก
นอกจากนี้จากการตรวจสอบข้อมูลภาพรวม พบว่า มีนิติบุคคลกลุ่มเสี่ยง 53 ราย ที่มีการประกอบธุรกิจตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 1 ล้านบาท ถึง 4,999 ล้านบาท โดยตรวจพบอีกว่าบางรายผู้ร่วมถือหุ้นของบริษัทและผู้ทำบัญชีมีรายชื่อว่าเป็นบุคคลที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งจะนำส่งให้ ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ที่เหลือนำส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเชิงลึก
ชั่วโมงข่าว เสาร์ - อาทิตย์
ชั่วโมงข่าว เสาร์ - อาทิตย์




























































