ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ดูแลระบบน้ำในร่างกายทั้งหมด ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ไตเปรียบเสมือนต้นตอของชีวิต ที่เชื่อมโยงกับสมอง กระดูกสันหลัง และการพักผ่อน วันนี้คุณทัศนัย พุทธสาร ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแพทย์แผนจีนในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จะพาเราไปเรียนรู้วิธีบำรุงไตด้วยอาหารสองเมนูพิเศษ ได้แก่ “ไก่ดำตุ๋นเครื่องยาจีน” และ “โจ๊กกุ้ง” ที่ทำได้ง่ายในครัวบ้าน
ไตคืออะไร และทำไมการบำรุงไตจึงสำคัญ
ตำแหน่งของไตอยู่บริเวณด้านหลังลำตัว โดยวัดจากสะดือแล้วอ้อมไปข้างหลัง ตามแนวคิดแพทย์แผนจีน ไตเป็นธาตุน้ำ ทำหน้าที่ควบคุมระบบน้ำ เลือด และสารน้ำต่าง ๆ ในร่างกาย นอกจากนี้ไตยังเชื่อมโยงกับ 3 สิ่งสำคัญ ได้แก่
- สมอง ไตที่แข็งแรงช่วยให้สมองทำงานได้ดี
- กระดูกสันหลัง ของสีดำและรสเค็มในปริมาณที่เหมาะสมช่วยบำรุงกระดูก
- การพักผ่อน ไตชอบความอุ่น และต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอ
ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคไตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการนอนดึก ความเครียด และการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นการเรียนรู้วิธีบำรุงไตตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
หลักการเลือกสีอาหารเพื่อบำรุงไตตามแพทย์แผนจีน
แพทย์แผนจีนสอนว่า สีและรสชาติของอาหารจะนำพลังงานไปยังอวัยวะที่แตกต่างกัน โดยสีที่ตรงกับอวัยวะแต่ละส่วนมีดังนี้
- สีดำ → ไต (ธาตุน้ำ)
- สีแดง → หัวใจและเส้นเลือด (ธาตุไฟ)
- สีเขียว → ตับ (ธาตุไม้)
- สีเหลือง → กระเพาะและกล้ามเนื้อ (ธาตุดิน)
- สีขาว → ปอด (ธาตุอากาศ)
เพราะฉะนั้นในเมนูบำรุงไต อาจารย์จึงเลือกใช้ไก่ดำ (สีดำ) คู่กับพุทราจีนและกุ้ง (สีแดง) เพื่อให้พลังงานวิ่งเข้าสู่ไตและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปพร้อมกัน
เมนูบำรุงไต เมนูที่ 1: ไก่ดำตุ๋นเครื่องยาจีน
ส่วนผสมและสรรพคุณ
- ไก่ดำทั้งตัว : เลือกไก่ดำเพราะสีดำตรงกับไต ช่วยให้พลังงานวิ่งเข้าสู่ไตได้โดยตรง ไก่มีสรรพคุณบำรุงตับ ไต และบำรุงน้ำกระเพาะ
- รากผักชี : ช่วยให้อาหารไหลลงสู่ส่วนล่างของร่างกายได้เร็วขึ้น บรรเทาอาการท้องอืด ใส่ประมาณ 2 - 3 ราก
- ขิง : มีฤทธิ์เผ็ดร้อน กระตุ้นให้ปอดทำงาน ช่วยให้ขับปัสสาวะได้ดีขึ้น (หมายเหตุ: ผู้ที่ไตเสียไปข้างหนึ่งควรหลีกเลี่ยงขิง เพราะอาจทำให้เวียนหัวและรู้สึกร้อน)
- กระเทียม : บุบเล็กน้อย ใส่เพื่อเพิ่มรสชาติ ควรใช้คู่กับผักชีหรือต้นหอมเพื่อลดฤทธิ์ร้อน
- พริกไทยดำ : สีดำตรงกับไต ช่วยให้อาหารไหลลงได้เร็วขึ้น
- ฮวยซัว : สมุนไพรบนภูเขา เป็นยาจีนชื่อดัง เลือกของสดจะมีรสหวานอมเปรี้ยวที่ดีกว่า ใส่ประมาณ 2 หัว
- พุทราจีนแห้งแดง : สีแดงบำรุงหัวใจและเส้นเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคไตที่มักมีปัญหาเส้นเลือดหดตัว
- เก๋ากี้ : ช่วยให้ผ่อนคลาย ตักสองนิ้วสำหรับระดับอาหาร หรือสามนิ้วสำหรับระดับยา
- เห็ดหอมแห้ง : ใส่ดอกเต็ม ๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและคุณค่าทางโภชนาการ
- เกลือ : ใส่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ รสเค็มในปริมาณที่เหมาะสมจะกระตุ้นให้ไตทำงาน
วิธีทำ
- ต้มน้ำให้เดือดก่อน จากนั้นใส่รากผักชี ขิง กระเทียม และพริกไทยดำ
- ตามด้วยไก่ดำทั้งตัว
- หลังจากต้มสักพัก ใส่ฮวยซัว พุทราจีน เก๋ากี้ และเห็ดหอมแห้ง
- ใส่เกลือในตอนแรก แล้วตุ๋นต่อจนเปื่อยนุ่ม ความหวานจะซึมออกมาจากไก่เองโดยไม่ต้องใส่น้ำตาล
เมนูบำรุงไต เมนูที่ 2: โจ๊กกุ้ง
โจ๊กกุ้งเป็นเมนูที่ทำง่าย เหมาะสำหรับทุกคน ข้าวช่วยบำรุงกระเพาะและกระตุ้นความอยากอาหาร ส่วนกุ้งมีฤทธิ์อุ่น รสเค็มจากทะเลช่วยให้ไตอบอุ่นและทำงานได้ดีขึ้น (ไก่และกุ้งเป็นอาหารที่มีฤทธิ์อุ่น ต่างจากปลา หมู และปูที่มีฤทธิ์เย็น)
ส่วนผสมหลัก: ข้าวออร์แกนิก (แนะนำข้าวอินทรีย์เพราะพืชที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงจะมีพลังงานชีวิตที่บริสุทธิ์กว่า) รากผักชี กระเทียม พริกไทยดำ และกุ้ง โรยหน้าด้วยหอมเจียวและกระเทียมเจียว เคล็ดลับสำคัญ: ให้คนตลอดเวลาอย่าให้ไหม้ติดก้นหม้อ
สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าต้องเร่งบำรุงไต
อาจารย์กล่าวว่า สัญญาณของไตพร่องมักเริ่มสะสมมาตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก และบางอาการที่เราคิดว่าแก่แล้วต้องเป็นแบบนี้ จริง ๆ แล้วคือสัญญาณของความเจ็บป่วยที่รักษาได้ สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่
- ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน (ปกติควรไม่เกิน 1 ครั้ง หากบ่อยถึง 3-5 ครั้ง ถือว่าผิดปกติ)
- ผมร่วงมากผิดปกติ (มักมาพร้อมกับการปัสสาวะบ่อย)
- ปวดเอว
- ผิวบริเวณหลังแห้งและดำคล้ำ เหมือนโดนแดด
- เบ่งปัสสาวะไม่มีแรง
- ผอมลงทั้งที่กินมาก หรือมีน้ำท่วมปอดในรายที่หนัก
ไลฟ์สไตล์ที่ช่วยบำรุงไตนอกเหนือจากอาหาร
การรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ อาจารย์แนะนำแนวทางดูแลไตแบบองค์รวมดังนี้
- นอนหลับให้เร็ว ควรเข้านอนภายใน 3 ชั่วโมงหลังพระอาทิตย์ตก ไตชอบความอุ่นและต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงน้ำเย็น โดยเฉพาะในตอนเช้าและเย็น เพราะความเย็นทำให้น้ำในร่างกายไหลไม่สะดวก
- ลดความเครียด ความกลัวและความเครียดเชื่อมโยงกับไตโดยตรง ตามแนวคิดแพทย์แผนจีน
- กินอาหารเป็นเวลา กินในปริมาณที่พอดี รู้สึกว่ายังกินได้อีกแต่หยุดก่อน
- เลือกวัตถุดิบอินทรีย์ พืชผลที่ไม่ใช้สารเคมีจะมอบพลังงานชีวิตที่บริสุทธิ์กว่า
- หลีกเลี่ยงนมทุกชนิดและเบเกอรี ตามคำแนะนำของแพทย์แผนจีน สำหรับผู้ที่มีปัญหาไต
ความถี่และฤดูกาลที่เหมาะสมสำหรับการบำรุงไต
หน้าหนาวเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการบำรุงร่างกายในรอบปี อาจารย์แนะนำให้ทำเมนูบำรุงไตในช่วงเดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ ความถี่ที่แนะนำคือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ต่อหม้อ) เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานที่สมดุลอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบำรุงไต
Q: ถ้าตรวจพบว่าค่าไตผิดปกติ ควรทำอย่างไร?
A: อย่าเพิ่งตกใจ อาจารย์หยางเล่าเคสจริงที่ค่าไตลดจาก 100 เหลือ 50 แต่หลังจากปรับพฤติกรรมโดยกินอาหารที่มีฤทธิ์อุ่นและนอนหลับให้เร็วขึ้น ค่าไตกลับมาเป็น 100 ภายใน 2 สัปดาห์ หัวใจสำคัญคือ ตรวจสอบว่านอนดึกไหม กินอาหารมีประโยชน์ไหม และมีความเครียดไหม ก่อนตื่นตระหนก
Q: ทำอาหารด้วยเตาไฟฟ้าได้ไหม?
A: ได้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือพลังงานชีวิตของผู้ปรุง ถ้าเราปรุงอาหารด้วยอารมณ์ดีและจิตใจเป็นสุข พลังงานที่ดีก็จะส่งผ่านไปยังอาหาร
สรุป: สุขภาพดีเริ่มจากการบำรุงไตอย่างสมดุล
อาจารย์กล่าวว่า สุขภาพ คือ ความสุขที่เห็นด้วยภาพ ถ้าเรารู้สึกสบายเนื้อสบายตัว ไม่ว่าจะกินอาหาร ทำงาน นอนหลับ หรือขับถ่าย นั่นคือสัญญาณว่าสิ่งนั้นเหมาะกับเรา การบำรุงไตด้วยอาหารแพทย์แผนจีนไม่ซับซ้อน เพียงเลือกอาหารสีดำและธาตุอุ่น นอนหลับให้เร็ว ลดความเครียด และเลือกวัตถุดิบอินทรีย์ เท่านี้ก็สามารถดูแลสุขภาพไตให้แข็งแรงในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
ติดตามได้ในรายการกินอยู่คือ วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 - 10.30 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
ไตเป็นอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ดูแลระบบน้ำในร่างกายทั้งหมด ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน ไตเปรียบเสมือนต้นตอของชีวิต ที่เชื่อมโยงกับสมอง กระดูกสันหลัง และการพักผ่อน วันนี้คุณทัศนัย พุทธสาร ผู้เชี่ยวชาญเรื่องแพทย์แผนจีนในการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม จะพาเราไปเรียนรู้วิธีบำรุงไตด้วยอาหารสองเมนูพิเศษ ได้แก่ “ไก่ดำตุ๋นเครื่องยาจีน” และ “โจ๊กกุ้ง” ที่ทำได้ง่ายในครัวบ้าน
ไตคืออะไร และทำไมการบำรุงไตจึงสำคัญ
ตำแหน่งของไตอยู่บริเวณด้านหลังลำตัว โดยวัดจากสะดือแล้วอ้อมไปข้างหลัง ตามแนวคิดแพทย์แผนจีน ไตเป็นธาตุน้ำ ทำหน้าที่ควบคุมระบบน้ำ เลือด และสารน้ำต่าง ๆ ในร่างกาย นอกจากนี้ไตยังเชื่อมโยงกับ 3 สิ่งสำคัญ ได้แก่
- สมอง ไตที่แข็งแรงช่วยให้สมองทำงานได้ดี
- กระดูกสันหลัง ของสีดำและรสเค็มในปริมาณที่เหมาะสมช่วยบำรุงกระดูก
- การพักผ่อน ไตชอบความอุ่น และต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอ
ปัจจุบันคนไทยเป็นโรคไตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการนอนดึก ความเครียด และการกินอาหารที่ไม่เหมาะสม ดังนั้นการเรียนรู้วิธีบำรุงไตตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง
หลักการเลือกสีอาหารเพื่อบำรุงไตตามแพทย์แผนจีน
แพทย์แผนจีนสอนว่า สีและรสชาติของอาหารจะนำพลังงานไปยังอวัยวะที่แตกต่างกัน โดยสีที่ตรงกับอวัยวะแต่ละส่วนมีดังนี้
- สีดำ → ไต (ธาตุน้ำ)
- สีแดง → หัวใจและเส้นเลือด (ธาตุไฟ)
- สีเขียว → ตับ (ธาตุไม้)
- สีเหลือง → กระเพาะและกล้ามเนื้อ (ธาตุดิน)
- สีขาว → ปอด (ธาตุอากาศ)
เพราะฉะนั้นในเมนูบำรุงไต อาจารย์จึงเลือกใช้ไก่ดำ (สีดำ) คู่กับพุทราจีนและกุ้ง (สีแดง) เพื่อให้พลังงานวิ่งเข้าสู่ไตและกระตุ้นการไหลเวียนเลือดไปพร้อมกัน
เมนูบำรุงไต เมนูที่ 1: ไก่ดำตุ๋นเครื่องยาจีน
ส่วนผสมและสรรพคุณ
- ไก่ดำทั้งตัว : เลือกไก่ดำเพราะสีดำตรงกับไต ช่วยให้พลังงานวิ่งเข้าสู่ไตได้โดยตรง ไก่มีสรรพคุณบำรุงตับ ไต และบำรุงน้ำกระเพาะ
- รากผักชี : ช่วยให้อาหารไหลลงสู่ส่วนล่างของร่างกายได้เร็วขึ้น บรรเทาอาการท้องอืด ใส่ประมาณ 2 - 3 ราก
- ขิง : มีฤทธิ์เผ็ดร้อน กระตุ้นให้ปอดทำงาน ช่วยให้ขับปัสสาวะได้ดีขึ้น (หมายเหตุ: ผู้ที่ไตเสียไปข้างหนึ่งควรหลีกเลี่ยงขิง เพราะอาจทำให้เวียนหัวและรู้สึกร้อน)
- กระเทียม : บุบเล็กน้อย ใส่เพื่อเพิ่มรสชาติ ควรใช้คู่กับผักชีหรือต้นหอมเพื่อลดฤทธิ์ร้อน
- พริกไทยดำ : สีดำตรงกับไต ช่วยให้อาหารไหลลงได้เร็วขึ้น
- ฮวยซัว : สมุนไพรบนภูเขา เป็นยาจีนชื่อดัง เลือกของสดจะมีรสหวานอมเปรี้ยวที่ดีกว่า ใส่ประมาณ 2 หัว
- พุทราจีนแห้งแดง : สีแดงบำรุงหัวใจและเส้นเลือด ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคไตที่มักมีปัญหาเส้นเลือดหดตัว
- เก๋ากี้ : ช่วยให้ผ่อนคลาย ตักสองนิ้วสำหรับระดับอาหาร หรือสามนิ้วสำหรับระดับยา
- เห็ดหอมแห้ง : ใส่ดอกเต็ม ๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมและคุณค่าทางโภชนาการ
- เกลือ : ใส่ประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ รสเค็มในปริมาณที่เหมาะสมจะกระตุ้นให้ไตทำงาน
วิธีทำ
- ต้มน้ำให้เดือดก่อน จากนั้นใส่รากผักชี ขิง กระเทียม และพริกไทยดำ
- ตามด้วยไก่ดำทั้งตัว
- หลังจากต้มสักพัก ใส่ฮวยซัว พุทราจีน เก๋ากี้ และเห็ดหอมแห้ง
- ใส่เกลือในตอนแรก แล้วตุ๋นต่อจนเปื่อยนุ่ม ความหวานจะซึมออกมาจากไก่เองโดยไม่ต้องใส่น้ำตาล
เมนูบำรุงไต เมนูที่ 2: โจ๊กกุ้ง
โจ๊กกุ้งเป็นเมนูที่ทำง่าย เหมาะสำหรับทุกคน ข้าวช่วยบำรุงกระเพาะและกระตุ้นความอยากอาหาร ส่วนกุ้งมีฤทธิ์อุ่น รสเค็มจากทะเลช่วยให้ไตอบอุ่นและทำงานได้ดีขึ้น (ไก่และกุ้งเป็นอาหารที่มีฤทธิ์อุ่น ต่างจากปลา หมู และปูที่มีฤทธิ์เย็น)
ส่วนผสมหลัก: ข้าวออร์แกนิก (แนะนำข้าวอินทรีย์เพราะพืชที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงจะมีพลังงานชีวิตที่บริสุทธิ์กว่า) รากผักชี กระเทียม พริกไทยดำ และกุ้ง โรยหน้าด้วยหอมเจียวและกระเทียมเจียว เคล็ดลับสำคัญ: ให้คนตลอดเวลาอย่าให้ไหม้ติดก้นหม้อ
สัญญาณเตือนที่บ่งบอกว่าต้องเร่งบำรุงไต
อาจารย์กล่าวว่า สัญญาณของไตพร่องมักเริ่มสะสมมาตั้งแต่ช่วงวัยเด็ก และบางอาการที่เราคิดว่าแก่แล้วต้องเป็นแบบนี้ จริง ๆ แล้วคือสัญญาณของความเจ็บป่วยที่รักษาได้ สัญญาณที่ควรสังเกต ได้แก่
- ปัสสาวะบ่อยตอนกลางคืน (ปกติควรไม่เกิน 1 ครั้ง หากบ่อยถึง 3-5 ครั้ง ถือว่าผิดปกติ)
- ผมร่วงมากผิดปกติ (มักมาพร้อมกับการปัสสาวะบ่อย)
- ปวดเอว
- ผิวบริเวณหลังแห้งและดำคล้ำ เหมือนโดนแดด
- เบ่งปัสสาวะไม่มีแรง
- ผอมลงทั้งที่กินมาก หรือมีน้ำท่วมปอดในรายที่หนัก
ไลฟ์สไตล์ที่ช่วยบำรุงไตนอกเหนือจากอาหาร
การรับประทานอาหารเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ อาจารย์แนะนำแนวทางดูแลไตแบบองค์รวมดังนี้
- นอนหลับให้เร็ว ควรเข้านอนภายใน 3 ชั่วโมงหลังพระอาทิตย์ตก ไตชอบความอุ่นและต้องการการพักผ่อนที่เพียงพอ
- หลีกเลี่ยงน้ำเย็น โดยเฉพาะในตอนเช้าและเย็น เพราะความเย็นทำให้น้ำในร่างกายไหลไม่สะดวก
- ลดความเครียด ความกลัวและความเครียดเชื่อมโยงกับไตโดยตรง ตามแนวคิดแพทย์แผนจีน
- กินอาหารเป็นเวลา กินในปริมาณที่พอดี รู้สึกว่ายังกินได้อีกแต่หยุดก่อน
- เลือกวัตถุดิบอินทรีย์ พืชผลที่ไม่ใช้สารเคมีจะมอบพลังงานชีวิตที่บริสุทธิ์กว่า
- หลีกเลี่ยงนมทุกชนิดและเบเกอรี ตามคำแนะนำของแพทย์แผนจีน สำหรับผู้ที่มีปัญหาไต
ความถี่และฤดูกาลที่เหมาะสมสำหรับการบำรุงไต
หน้าหนาวเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการบำรุงร่างกายในรอบปี อาจารย์แนะนำให้ทำเมนูบำรุงไตในช่วงเดือนธันวาคม มกราคม และกุมภาพันธ์ ความถี่ที่แนะนำคือสัปดาห์ละ 1 ครั้ง (ต่อหม้อ) เพื่อให้ร่างกายได้รับพลังงานที่สมดุลอย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการบำรุงไต
Q: ถ้าตรวจพบว่าค่าไตผิดปกติ ควรทำอย่างไร?
A: อย่าเพิ่งตกใจ อาจารย์หยางเล่าเคสจริงที่ค่าไตลดจาก 100 เหลือ 50 แต่หลังจากปรับพฤติกรรมโดยกินอาหารที่มีฤทธิ์อุ่นและนอนหลับให้เร็วขึ้น ค่าไตกลับมาเป็น 100 ภายใน 2 สัปดาห์ หัวใจสำคัญคือ ตรวจสอบว่านอนดึกไหม กินอาหารมีประโยชน์ไหม และมีความเครียดไหม ก่อนตื่นตระหนก
Q: ทำอาหารด้วยเตาไฟฟ้าได้ไหม?
A: ได้ เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือพลังงานชีวิตของผู้ปรุง ถ้าเราปรุงอาหารด้วยอารมณ์ดีและจิตใจเป็นสุข พลังงานที่ดีก็จะส่งผ่านไปยังอาหาร
สรุป: สุขภาพดีเริ่มจากการบำรุงไตอย่างสมดุล
อาจารย์กล่าวว่า สุขภาพ คือ ความสุขที่เห็นด้วยภาพ ถ้าเรารู้สึกสบายเนื้อสบายตัว ไม่ว่าจะกินอาหาร ทำงาน นอนหลับ หรือขับถ่าย นั่นคือสัญญาณว่าสิ่งนั้นเหมาะกับเรา การบำรุงไตด้วยอาหารแพทย์แผนจีนไม่ซับซ้อน เพียงเลือกอาหารสีดำและธาตุอุ่น นอนหลับให้เร็ว ลดความเครียด และเลือกวัตถุดิบอินทรีย์ เท่านี้ก็สามารถดูแลสุขภาพไตให้แข็งแรงในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน
ติดตามได้ในรายการกินอยู่คือ วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 - 10.30 น. ทางไทยพีบีเอส
แท็กที่เกี่ยวข้อง:









