“สแกนม่านตา” แลกเงินดิจิทัลได้-คุ้มเสีย?
อุปกรณ์ไฮเทคสแกนม่านตา เพื่อแลกเงินดิจิทัล เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี 2568 และจนถึงวันนี้กระจายไปในหลายจังหวัด เกิดคำถามและความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลว่าปลอดภัยจริงหรือไม่ แม้บริษัทผู้ดำเนินการ ยืนยันว่าการสแกนม่านตาเป็นการเก็บข้อมูลเพื่อยืนยันตัวบุคคล ว่าเป็นมนุษย์ไม่ใช่ AI ไม่ได้เก็บข้อมูลส่วนตัว
พลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจ สอท. เปิดเผยว่า การสแกนม่านตาเป็นการเก็บข้อมูลชีวภาพ หรืออัตลักษณ์บุคคล มีความเสี่ยงที่จะถูกนำไปใช้ แม้ว่าผู้ให้บริการจะอ้างว่ามีการแปลงข้อมูลภาพม่านตาเป็นรหัสที่ไม่สามารถย้อนกลับได้ แต่ยังคงมีความเสี่ยง
แม้ว่าการดำเนินการของสองบริษัทจะถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปัจจุบันมีอาชญากรรมไซเบอร์ เช่น การสร้าง Deepfake ในหลายประเทศ เช่น สเปน บราซิล อินเดีย เยอรมนี โปรตุเกส เคนยา โคลอมเบีย และอินโดนีเซีย ซึ่งยังไม่อนุญาตให้มีการสแกนม่านตาเพื่อเก็บข้อมูลบุคคล




























































