จับผู้ค้ารับแลกเงินสด "คนละครึ่งฯ" - ตำรวจเตือนเสี่ยงผิดร่วมฉ้อโกง
วันแรกของการใช้สิทธิ์ "คนละครึ่งพลัส" คึกคัก แต่ก็ไม่วายมีกลุ่มมิจฉาชีพฉวยโอกาส ตำรวจกองปราบฯ ร่วมกับ ปอศ. บุกรวบเจ้าของร้านค้า 3 ราย ใน จ.อุดรธานี, สมุทรปราการ และนครสวรรค์ หลังพบพฤติกรรมโพสต์ชวนเชื่อให้ประชาชนนำสิทธิ์มาแลกเป็นเงินสด โดยหักค่าดำเนินการ
◉ เปิดโปงกลโกง : โพสต์ชวนเชื่อ-หักหัวคิวแลกสิทธิ์ "คนละครึ่งพลัส"
ตำรวจกองบังคับการปราบปรามและ ปอศ. ได้ติดตามพฤติกรรมต้องสงสัยมาราว 1 สัปดาห์ ก่อนเข้าจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ซึ่งมีพฤติการณ์คล้ายกันคือ
- โพสต์เชิญชวน : ใช้ช่องทางออนไลน์ประกาศเชิญชวนให้ผู้มีสิทธิ์ในโครงการนำวงเงินมาแลกเป็นเงินสด
- หักค่าดำเนินการ : มีการหักส่วนต่างหรือเก็บค่าดำเนินการเพื่อแบ่งผลประโยชน์
พ.ต.อ. เมฆพิศาล ศรีภิรมย์ (ผกก.5 บก.ปอศ.) ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
◉ ตำรวจเตือน ! ประชาชนร่วมแลกเงินสด "ผิดกฎหมาย" ฐานร่วมกันฉ้อโกง
พล.ต.ท. ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ได้ฝากคำเตือนไปยังประชาชนผู้ได้รับสิทธิ์ "คนละครึ่งพลัส" ว่า การนำสิทธิ์ไปแลกเป็นเงินสดถือเป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ของโครงการที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอย่างแท้จริง
"การที่ผู้มีสิทธิได้ใช้สิทธิไปแลกเป็นเงินสด นอกจากไม่ได้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจแล้ว ยังจะเข้าข่ายมีความผิด เช่นเดียวกับผู้ประกอบการที่รับแลกเงินสด คือ ฐานร่วมกันฉ้อโกงด้วย เนื่องจากรัฐเป็นผู้เสียหาย"
ขอให้ประชาชนใช้สิทธิ์ซื้อสินค้าตามเงื่อนไข เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล
◉ ภาพรวม "คนละครึ่งพลัส" วันแรก ใช้จ่ายแล้วกว่า 340 ล้านบาท
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า มีผู้เข้าร่วมโครงการแล้ว 20 ล้านคน มีร้านค้าลงทะเบียนกว่า 640,000 ราย และเพียงแค่ถึงเวลา 11.00 น. ของวันแรก ก็มีการจับจ่ายใช้สอยผ่านโครงการไปแล้วกว่า 340 ล้านบาท



























































