ลงนามปรับถอนอาวุธชายแดนไทย-กัมพูชา
ก้าวสำคัญสู่สันติภาพชายแดน พล.ท. วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 (ไทย) และ พล.อ. โปว เฮง ผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 4 (กัมพูชา) ได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค (RBC) ณ เมืองโอเสม็ด ประเทศกัมพูชา ตรงข้ามช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อปฏิบัติตามมติจากการประชุม GBC ที่มาเลเซีย
โดยทั้งสองฝ่ายได้ลงนามเห็นชอบร่วมกันในการ "ปรับลดอาวุธ" ออกจากพื้นที่ตามแนวชายแดน เพื่อลดความหวาดระแวงและสร้างความเชื่อมั่นระหว่างประเทศ
◉ เปิดแผน "ถอนอาวุธ" 3 ระยะ เริ่ม 1 พ.ย. นี้ - AOT 4 ชาติร่วมสังเกตการณ์
การลงนามครั้งนี้มีคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน (AOT) จาก 4 ประเทศ (สิงคโปร์, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย) เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายนำข้อตกลงไปปฏิบัติจริง โดยมีแผนการปรับลดอาวุธ 3 ระยะ ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ถึง 31 ธ.ค. 68 ดังนี้
- ระยะที่ 1 (ประเภท A): อาวุธหนัก, จรวดหลายลำกล้อง
- ระยะที่ 2 (ประเภท B): ปืนใหญ่ทุกประเภท
- ระยะที่ 3 (ประเภท C): รถหุ้มเกราะ โดยเฉพาะรถถัง
◉ เสียงสะท้อนจาก "ช่องจอม" ดีใจ... แต่ขอ "โปร่งใส" - ยังไม่ไว้ใจกัมพูชา
ชาวบ้านในพื้นที่ตลาดการค้าช่องจอม แม้จะมองว่าการลงนามถอนอาวุธเป็นเรื่องที่ดี เพราะไม่อยากให้เกิดการสู้รบ แต่ยังคงไม่มั่นใจในสถานการณ์ และได้ฝากเสียงเรียกร้องไปยังรัฐบาล
"อยากให้การเจรจา... รัฐบาลควรทำให้โปร่งใสตรวจสอบได้ว่ามีการถอนจริงทั้ง 2 ฝ่าย และแก้ปัญหาให้แล้วเสร็จก่อนจะเปิดด่าน"
ชาวบ้านยังย้ำอีกว่า หากยังไม่มีการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ก็ยังไม่อยากให้มีการเปิดด่าน เพราะยังไม่ไว้ใจฝ่ายกัมพูชา
"...ปัจจุบันชาวบ้านยังต้องอยู่อย่างหวาดระแวงและไม่มั่นใจในสถานการณ์"



























































