อพยพขึ้นเหนือ
*** อัศจรรย์ไดโนเสาร์ เจ้าปฐพี เป็นสารคดีที่ติดลิขสิทธิ์ต่างประเทศ จึงไม่มีบริการชมย้อนหลัง ท่านสามารถชมสดได้เฉพาะหน้าจอไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และเว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/Live ในช่วงเวลา 21.30-22.30 เท่านั้น***
อัศจรรย์ไดโนเสาร์ เจ้าปฐพี ตอน อพยพขึ้นเหนือ WALKING WITH DINOSAURS # 5 THE JOURNEY NORTH
ทีมนักขุดค้นได้ค้นพบกระดูกชิ้นเล็ก ๆ และสันนิษฐานว่าเป็นของลูกไดโนเสาร์พันธุ์ แพคคีไรโนซอรัส ไดโนเสาร์มีเขาที่กินพืช ฟอสซิลนี้รวมอยู่ในกองกระดูกจำนวนมหึมา ทีมนักสำรวจได้ออกขุดค้นหาหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อสืบสวนว่าเหตุใดจึงพบฟอสซิลไดโนเสาร์มากขนาดนี้ในรัฐอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา
การเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ของฝูงพาคีไรโนซอรัส
ลึกเข้าไปในป่าดึกดำบรรพ์ของรัฐอัลเบอร์ตา ประเทศแคนาดา ทีมนักล่าไดโนเสาร์ได้ค้นพบฟอสซิลของ พาคีไรโนซอรัส (Pachyrhinosaurus) ไดโนเสาร์มีเขาที่กินพืชเป็นอาหาร จำนวนมหาศาลจนกลายเป็นหนึ่งในการค้นพบครั้งสำคัญของวงการบรรพชีวินวิทยา ชวนสำรวจเรื่องราวการอพยพครั้งยิ่งใหญ่ของฝูงพาคีไรโนซอรัส ผ่านสายตาของ "อัลบี้" ลูกไดโนเสาร์วัยเยาว์ พร้อมหลักฐานฟอสซิลที่ทีมนักวิจัยค้นพบระหว่างการขุดค้น
พาคีไรโนซอรัส ฝูงไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์
ที่ริมลำธารแห่งหนึ่งในอัลเบอร์ตา ทีมนักวิจัยนำโดย ดร.เอมิลี่ แบมฟอร์ธ ได้พบกระดูกชิ้นเล็ก ๆ ของลูกไดโนเสาร์ที่พวกเขาตั้งชื่อว่า "อัลบี้" ซึ่งไม่ได้อยู่เพียงลำพัง แต่เป็นส่วนหนึ่งของฝูงไดโนเสาร์ที่มีจำนวนมากถึงหลักพันตัว ครอบคลุมทุกช่วงวัยตั้งแต่ลูกน้อยไปจนถึงตัวเต็มวัย นับเป็นฝูงไดโนเสาร์ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบมา
ย้อนกลับไปเมื่อ 73 ล้านปีก่อน ในยุคครีเทเชียสตอนปลาย พื้นที่แคนาดาตะวันตกเฉียงเหนือเคยเป็นส่วนหนึ่งของแผ่นดินใหญ่ที่เรียกว่า "ลารามิเดีย" พาคีไรโนซอรัสซึ่งเป็นญาติใกล้ชิดกับไทรเซราทอปส์ อาศัยพฤติกรรมทางสังคมคล้ายกวางคาริบูหรือเอลก์ในปัจจุบัน โดยใช้เวลาช่วงฤดูหนาวอยู่ทางใต้ และเมื่อพื้นดินเริ่มแห้งแล้ง พวกมันจึงต้องออกเดินทางไกลกว่า 600 กิโลเมตรมุ่งหน้าขึ้นเหนือ เพื่อไปยังแหล่งพืชพรรณอันอุดมสมบูรณ์ในฤดูร้อน สำหรับไดโนเสาร์วัยเยาว์อย่างอัลบี้ที่อายุยังไม่ถึง 1 ปีและสูงเพียงครึ่งเมตร การเดินทางให้ทันฝูงจึงเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง
ระหว่างการเดินทาง ภัยคุกคามจากฟากฟ้าก็รออยู่เช่นกัน แอซดาร์คิด เทอโรซอร์ที่มีปีกกว้างถึง 6 เมตรและบินได้เร็วเกือบร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง มักบินตามฝูงเพื่อจับลูกพาคีไรโนซอรัสที่อ่อนแอเป็นเหยื่อ
พาคีไรโนซอรัส ย้ายถิ่นไปไหน
จากการวิเคราะห์กระดูกสันหลังของลูกไดโนเสาร์หลายตัวที่มีอายุใกล้เคียงกัน ทีมวิจัยพบว่าพวกมันเกิดในช่วงเวลาเดียวกัน สิ่งนี้ชี้ให้เห็นว่าการอพยพครั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อหาอาหารเพียงอย่างเดียว แต่ฝูงพาคีไรโนซอรัสกำลังเดินทางกลับไปยังแหล่งทำรังเดิมในฤดูร้อนอีกด้วย นับเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่สำคัญที่สุดของโลกยุคดึกดำบรรพ์
เมื่อฤดูผสมพันธุ์ใกล้เข้ามา ตัวผู้ในฝูงต้องแข่งขันกันเพื่อสิทธิ์ในการผสมพันธุ์ โดยใช้จมูกที่เป็นเกราะหนาโจมตีคู่ต่อสู้อย่างรุนแรง ทีมงานได้ค้นพบซี่โครงของตัวผู้ขนาดใหญ่ที่หนากว่าซี่โครงหมีถึง 2 เท่า และมีรอยหักที่บ่งบอกถึงการปะทะอย่างรุนแรงจนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต แต่จากเนื้อเยื่อกระดูกที่พบบริเวณรอยหัก แสดงให้เห็นว่ากระดูกได้สมานตัวขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นหลักฐานว่าตัวผู้ตัวนี้รอดชีวิตจากการต่อสู้และกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง
แผงคอที่ไม่ซ้ำกัน กุญแจสำคัญในการจดจำครอบครัว
หนึ่งในการค้นพบที่น่าทึ่งที่สุดคือ "แผงคอ" หรือกะโหลกส่วนบนของพาคีไรโนซอรัสตัวเต็มวัยแต่ละตัวมีรูปร่างและลักษณะเขาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ไม่มีชิ้นใดเหมือนกันเลย นักวิจัยเชื่อว่าความแตกต่างเฉพาะตัวนี้ช่วยให้สมาชิกในฝูงขนาดใหญ่สามารถจดจำครอบครัวและพวกพ้องของตัวเองได้ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้ลูกไดโนเสาร์อย่างอัลบี้สามารถตามหาแม่ของมันได้เมื่อพลัดหลงจากฝูงระหว่างความวุ่นวายในการอพยพ
ระหว่างเส้นทางอพยพ ทีมวิจัยยังพบรอยเท้าฟอสซิลของสัตว์กินเนื้อขนาดใหญ่ยาวถึง 8 เมตร จากการวิเคราะห์รูปแบบการเดินที่เน้นน้ำหนักไปที่ส่วนหน้าเท้าคล้ายเสือชีตาห์ ทีมงานสรุปได้ว่านี่คือรอยเท้าของ กอร์โกซอรัส ญาติที่น่ากลัวของทีเร็กซ์ ซึ่งมีประสาทหูและการดมกลิ่นที่ยอดเยี่ยม สามารถติดตามกลิ่นเหยื่อได้ไกลถึง 16 กิโลเมตร ทำให้มันเป็นภัยคุกคามสำคัญที่คอยติดตามฝูงพาคีไรโนซอรัสไปตลอดเส้นทาง
จุดหมายปลายทางของพาคีไรโนซอรัส
หลังการเดินทางอันยาวนาน ฝูงพาคีไรโนซอรัสก็มาถึงพื้นที่ที่อุดมไปด้วยพืชพรรณและดอกไม้หลากชนิด เพียงพอสำหรับทั้งตัวเต็มวัยและลูกน้อยที่กำลังจะฟักออกจากไข่ อย่างไรก็ตาม จากการขุดค้นพบว่ามีฟอสซิลพาคีไรโนซอรัสฝังอยู่ในพื้นที่นี้มากถึงระดับ 100-300 ชิ้นต่อตารางเมตร ครอบคลุมพื้นที่ยาวกว่า 1 กิโลเมตร คาดว่ามีจำนวนซากสูงถึงหลายหมื่นตัว
จากการวิเคราะห์ชั้นหินที่พบเศษพืชถูกฉีกขาดปะปนกับกระดูก และรอยกัดเซาะที่บ่งบอกถึงพลังน้ำมหาศาล ทีมวิจัยสรุปว่าภัยพิบัติที่คร่าชีวิตฝูงพาคีไรโนซอรัสจำนวนมากคือ น้ำท่วมฉับพลัน ที่เกิดจากพายุใหญ่เหนือภูเขา ซึ่งไหลทะลักลงสู่หุบเขาด้วยความรุนแรงจนไม่มีสิ่งใดต้านทานได้
ร่องรอยแห่งความหวังหลังภัยพิบัติ
แม้โศกนาฏกรรมครั้งนี้จะคร่าชีวิตสัตว์จำนวนมาก แต่ห่างจากจุดเกิดเหตุไปทางเหนือราว 50 กิโลเมตร ทีมวิจัยได้ค้นพบฟอสซิลตัวอ่อนของทั้งพาคีไรโนซอรัสและเอ็ดมอนโตซอรัสที่เพิ่งฟักออกจากไข่ไม่นาน ซึ่งบ่งชี้ว่าสัตว์บางส่วนสามารถรอดชีวิตจากภัยพิบัติและเดินทางมาสร้างถิ่นฐานใหม่ในบริเวณนี้ได้สำเร็จ เป็นเครื่องยืนยันว่าแม้จะเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ผู้รอดชีวิตก็ได้ปูทางให้ลูกหลานรุ่นต่อไปเติบโตขึ้น เพื่อให้ฝูงพาคีไรโนซอรัสได้กลับมาผงาดอีกครั้งในอนาคต
ติดตามชม "อัศจรรย์ไดโนเสาร์ เจ้าปฐพี" สารคดีที่ไม่ใช่แค่สารคดี แต่คือการเดินทางข้ามกาลเวลา ที่จะพาคุณไปเห็นไดโนเสาร์มีชีวิต หายใจ และต่อสู้เพื่ออยู่รอด ทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.30 น. ทาง Thai PBS ติดตามรายการได้ทาง www.thaipbs.or.th/WalkingWithDinosaurs



























































