ฝูงนักล่า
*** อัศจรรย์ไดโนเสาร์ เจ้าปฐพี เป็นสารคดีที่ติดลิขสิทธิ์ต่างประเทศ จึงไม่มีบริการชมย้อนหลัง ท่านสามารถชมสดได้เฉพาะหน้าจอไทยพีบีเอส ช่องหมายเลข 3 และเว็บไซต์ www.thaipbs.or.th/Live ในช่วงเวลา 21.30-22.30 เท่านั้น***
อัศจรรย์ไดโนเสาร์ เจ้าปฐพี ตอน ฝูงนักล่า WALKING WITH DINOSAURS # 4 THE PACK
ทีมนักขุดค้นได้พบฟอสซิลของโรส แอลเบอร์โตซอรัส นักล่าวัยรุ่น ที่อยู่ในช่วงที่เกิดการขาดแคลนอาหาร และจากหลักฐานอื่นที่ขุดค้นพบทำให้รู้ว่าอัลเบอร์โตซอรัสสามารถล่าเหยื่อที่มีขนาดที่ใหญ่และหนักกว่าพวกมันได้ โดยการร่วมมือกันล่าเป็นฝูงร่วมกับสมาชิกในฝูงตัวอื่น พร้อมกับได้รู้ถึงพฤติกรรมของฝูงอัลเบอร์โตซอรัส
โรส แอลเบอร์โตซอรัส นักล่าแห่งยุคครีเทเชียส
กว่า 66 ล้านปีก่อน โลกของเราถูกปกครองโดยไดโนเสาร์ สัตว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่โลกเคยมีมา ทุกวันนี้นักบรรพชีวินวิทยาทั่วโลกยังคงขุดค้นกระดูกที่หลงเหลืออยู่เพื่อบอกเล่าเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้อีกครั้ง หนึ่งในนั้นคือ โรส ไดโนเสาร์นักล่าสายพันธุ์ แอลเบอร์โตซอรัส ญาติที่เก่าแก่กว่าและปราดเปรียวกว่าไทแรนโนซอรัส เร็กซ์ ที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในช่วงวิกฤตขาดแคลนอาหาร เมื่อ 71 ล้านปีก่อน บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเรดเดียร์ แคนาดาฝั่งตะวันตก
ทีมนักบรรพชีวินวิทยาจากมหาวิทยาลัยอัลเบอร์ตา นำโดยมาร์ค พาวเวอร์ส ได้ขุดพบฟอสซิลของแอลเบอร์โตซอรัสวัยรุ่นตัวหนึ่งซึ่งพวกเขาตั้งชื่อว่า "โรส" และยิ่งขุดลึกลงไปก็ยิ่งพบว่าจุดนี้ไม่ได้มีเพียงตัวเดียว แต่มีแอลเบอร์โตซอรัสมากถึง 26 ตัวฝังรวมกันอยู่ บ่งชี้ว่าพวกมันตายพร้อมกันและอาศัยอยู่ร่วมกันเป็นฝูง
ชีวิตในภาวะขาดแคลนของแอลเบอร์โตซอรัส
ปลายยุคครีเทเชียส การเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศทำให้อุณหภูมิลดลงเพียง 2 องศาเซลเซียส แต่กลับเพียงพอที่จะทำให้ระบบนิเวศเปราะบางเสียสมดุล อาหารขาดแคลนไปถึงนักล่าสูงสุดอย่างแอลเบอร์โตซอรัส โรสซึ่งสูง 2.5 เมตร หนัก 1 ตัน และไม่ได้กินอาหารมานานถึงหนึ่งสัปดาห์ พยายามล่าอาร์ไรโนเซราทอปส์ที่หนักกว่าตัวมันถึงสองเท่าและมีเขายาวเกือบหนึ่งเมตร แม้จะวิ่งได้เร็วถึง 48 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ก็คำนวณผิดพลาดและพลาดเหยื่อไป
แอลเบอร์โตซอรัสเป็นสัตว์สังคมที่อาศัยและล่าร่วมกัน สร้างความผูกพันแน่นแฟ้นภายในฝูง โรสจับคู่กับตัวผู้วัยเดียวกันเพื่อความอบอุ่นในยามขาดแคลน แต่ความหิวโหยก็ทำให้ฝูงมีลำดับชั้นที่โหดร้าย ผู้นำตัวเมียของฝูงพร้อมทำร้ายสมาชิกลำดับล่างอย่างโรสได้ทุกเมื่อ หากอยากอยู่รอด โรสต้องพิสูจน์ตัวเองในยามคับขัน
ความรุนแรงและความอ่อนโยนของแอลเบอร์โตซอรัส
หลักฐานที่น่าทึ่งที่สุดคือ 65% ของกะโหลกแอลเบอร์โตซอรัสที่พบในบริเวณนี้มีรอยฟันกัดฝังลึกอยู่ในกระดูก ซึ่งมีเพียงแอลเบอร์โตซอรัสด้วยกันเท่านั้นที่สร้างรอยแบบนี้ได้ สะท้อนว่าแม้แต่นักล่าสูงสุดของระบบนิเวศก็ยังต้องแย่งชิงอาหารกันเองภายในฝูง เปรียบเสมือนสิงโตในทุ่งสะวันนาที่กินอาหารตามลำดับขั้น
แต่ในอีกด้านหนึ่ง ฟอสซิลกระดูกแขนหน้าอันเล็กจิ๋วของโรสก็ชี้ให้เห็นความเป็นไปได้ที่น่าประหลาดใจ นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่าแขนที่ดูไร้ประโยชน์นี้อาจไม่ได้ห้อยนิ่งข้างลำตัว แต่อาจถูกใช้กางออกเพื่อสื่อสารหรือปลอบโยนกันภายในฝูง คล้ายกับพฤติกรรมสร้างสัมพันธ์ในนกยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าแอลเบอร์โตซอรัสไม่ได้มีเพียงด้านโหดร้ายเท่านั้น
กลยุทธ์การล่า ของแอลเบอร์โตซอรัส นักล่าเจ้าความเร็ว
ทีมงานยังพบรอยเท้าฟอสซิลของ เอดมอนโตซอรัส ไดโนเสาร์ปากเป็ดกินพืชขนาดยักษ์ 16-17 รอยรวมกันในจุดเดียว บ่งชี้ว่าพื้นที่นี้เคยเป็นเส้นทางอพยพของฝูงเอดมอนโตซอรัสนับพันตัว ซึ่งเป็นแหล่งอาหารสำคัญของฝูงแอลเบอร์โตซอรัส แต่ในปีที่เกิดวิกฤต การเปลี่ยนแปลงทางธรณีวิทยาอย่างรุนแรงทำให้ฝูงเอดมอนโตซอรัสต้องอ้อมเส้นทางไกลออกไป ทิ้งฝูงนักล่าที่หิวโหยไว้เบื้องหลัง
จากการเปรียบเทียบกระดูกเท้าของโรสกับตัวเต็มวัย พบว่าแม้จะสูงใกล้เคียงกัน แต่กระดูกของโรสบางกว่าเกือบครึ่งหนึ่ง แสดงว่าโรสและแอลเบอร์โตซอรัสวัยรุ่นตัวอื่น ๆ มีน้ำหนักเบาและคล่องแคล่วกว่าตัวเต็มวัยที่ตัวใหญ่และเชื่องช้า ทำให้พวกมันต้องรับบทบาทเป็น "หน่วยกล้าตาย" วิ่งไล่ต้อนแยกเหยื่อออกจากฝูง ก่อนส่งต่อให้ตัวใหญ่ที่มีขากรรไกรทรงพลังและฟันถึง 68 ซี่เข้าจัดการปิดเกม
ความพยายามครั้งแรกจบลงด้วยโศกนาฏกรรม เมื่อคู่ของโรสใจร้อนบุกเดี่ยวเข้าไปในฝูงเอดมอนโตซอรัสและสูญเสียชีวิตไป แต่ท้ายที่สุด ด้วยความร่วมมือของทั้งฝูง โรสก็สามารถต้อนเอดมอนโตซอรัสตัวแก่ไปสู่ขากรรไกรของจ่าฝูงได้สำเร็จ และในที่สุดโรสก็ได้รับส่วนแบ่งอาหารเป็นของตัวเอง
มรดกแห่งสายเลือด
นอกจากซากของโรสแล้ว ทีมงานยังค้นพบกระดูกขากรรไกรเล็กจิ๋วของลูกแอลเบอร์โตซอรัสวัยเพียงขวบเดียว ซึ่งอาจเป็นหลักฐานความสำเร็จของฝูงในการสืบพันธุ์ และอาจเป็นลูกของโรสเองก็เป็นได้ แม้สาเหตุการตายที่แท้จริงของโรสจะยังคงเป็นปริศนาที่ไม่มีวันไขได้ เพราะการตายมักไม่ทิ้งร่องรอยไว้ในฟอสซิล แต่จากหลักฐานทั้งหมดที่ขุดพบ ทำให้นักวิจัยสามารถบอกเล่าได้ว่าโรส แอลเบอร์โตซอรัสสาวน้อยตัวนี้ เคยมีชีวิตอยู่ ต่อสู้ ล่าเหยื่อ และเอาชีวิตรอดเคียงข้างฝูงของมันมาอย่างไร ก่อนจะกลายเป็นฟอสซิลที่เผยเรื่องราวของนักล่ายุคดึกดำบรรพ์ให้โลกยุคปัจจุบันได้รับรู้อีกครั้ง
ติดตามชม "อัศจรรย์ไดโนเสาร์ เจ้าปฐพี" สารคดีที่ไม่ใช่แค่สารคดี แต่คือการเดินทางข้ามกาลเวลา ที่จะพาคุณไปเห็นไดโนเสาร์มีชีวิต หายใจ และต่อสู้เพื่ออยู่รอด ทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.30 น. ทาง Thai PBS ติดตามรายการได้ทาง www.thaipbs.or.th/WalkingWithDinosaurs



























































