กกล.บูรพา ยัน! สถานการณ์ชายแดนสระแก้วยังปกติ
กองกำลังบูรพายืนยันสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ยังคงอยู่ในภาวะปกติ โดยเจ้าหน้าที่ได้เสริมความแข็งแกร่งของฐานปฏิบัติการและเร่งเก็บกู้วัตถุระเบิดเพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ขณะที่ ฝ่ายความมั่นคงไทยปฏิเสธข้อกล่าวหาของกัมพูชาเรื่องการรุกล้ำพื้นที่ชายแดน ยันยึดมั่นในกรอบกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงทวิภาคีอย่างเคร่งครัด พร้อมใช้กลไกการสื่อสารโดยตรงเพื่อป้องกันความเข้าใจผิด
ความเคลื่อนไหวแนวชายแดนสระแก้ว
ปัจจุบันสถานการณ์บริเวณบ้านหนองจานยังคงสงบ หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศได้ดำเนินการยกระดับมาตรการป้องกันพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ดังนี้
- การเสริมความแข็งแกร่ง: มีการจัดทำแนวคูดักรถถัง ติดตั้งลวดหนามหีบเพลง และวางตู้คอนเทนเนอร์ในจุดเสี่ยงเพื่อป้องกันการยั่วยุ
- ความพร้อมรบ: เตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ให้พร้อมตอบโต้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ปะทะ
- ภารกิจเพื่อประชาชน: เร่งเก็บกู้วัตถุระเบิดและรังวัดที่ดินเพิ่มเติม เพื่อให้ชาวบ้านหนองจานสามารถกลับเข้ามาเพาะปลูกในพื้นที่ได้อย่างมั่นใจ
- สถานการณ์ฝั่งกัมพูชา: พบการดัดแปลงหลุมบุคคลบริเวณถนน K5 ซึ่งประเมินว่าเป็นการเสริมแนวป้องกันตามปกติ ยังไม่พบการก่อกวนหรือการยั่วยุ
ไทยยันยึดกรอบ GBC ปฏิเสธข้อกล่าวหารุกล้ำอธิปไตยจากกัมพูชา
พล.อ.อ. ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ ไทย-กัมพูชา ชี้แจงกรณีแถลงการณ์ของกัมพูชาเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา โดยยืนยันว่าฝ่ายไทยปฏิบัติหน้าที่ด้วยความระมัดระวังสูงสุดภายใต้กรอบกฎหมายและข้อตกลง GBC สมัยพิเศษ ครั้งที่ 3
สรุปหลักการสำคัญ 5 ข้อ เพื่อสันติภาพชายแดนไทย-กัมพูชา
ฝ่ายไทยยึดมั่นต่อถ้อยแถลงร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) อย่างเคร่งครัดใน 5 ประเด็นหลัก ได้แก่
- คงกำลังทหาร ณ ที่ตั้งปัจจุบัน ไม่มีการเคลื่อนกำลังเพิ่มเติม
- ไม่เพิ่มกำลังตามแนวชายแดน
- งดเว้นการยั่วยุที่อาจสร้างความตึงเครียด
- งดเผยแพร่ข้อมูลเท็จหรือข่าวปลอมที่บั่นทอนความไว้วางใจ
- ใช้กลไกการสื่อสารโดยตรงระหว่างหน่วยงานเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
ข้อเสนอแนะต่อความละเอียดอ่อนของพื้นที่ชายแดน
ฝ่ายไทยมองว่าข้อกล่าวหาเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งควรได้รับการตรวจสอบผ่านกลไกทวิภาคีบนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ร่วมกันได้ มากกว่าการกล่าวหาผ่านพื้นที่สาธารณะเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดระหว่างประเทศได้









