มรสุมระลอกแรกส่งผลให้น้ำท่วมหลายจังหวัด
สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้กำลังเข้าสู่ภาวะวิกฤต หลังฝนตกหนักต่อเนื่องส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมขังในหลายจังหวัด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช, จ.พัทลุง, จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.ภูเก็ต ล่าสุดมีการสั่งปิดโรงเรียนหลายแห่ง พร้อมประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังอันตรายจากดินโคลนถล่มและน้ำล้นตลิ่งอย่างใกล้ชิด
จ.นครศรีธรรมราช อ่วม! น้ำป่าเทือกเขาหลวงตัดขาดเส้นทางสัญจร
จ.นครศรีธรรมราช เผชิญภาวะอุทกภัยเข้าสู่วันที่ 3 และกำลังขยายวงกว้างจากอิทธิพลของน้ำป่าที่ไหลหลากตลอดแนวเทือกเขาหลวง โดยเฉพาะที่ต้นน้ำท่าดี บ้านคีรีวง อ.ลานสกา ระดับน้ำป่ามีความรุนแรงและเปลี่ยนแปลงรวดเร็วตามปริมาณฝน
"ความรุนแรงของน้ำป่าได้ตัดเส้นทางเชื่อมระหว่างสองฝั่งของ ต.กำโลน เสียหายทั้งหมด"
นอกจากนี้ มวลน้ำยังเข้าท่วมพื้นที่เกษตรกรรมและเส้นทางชุมชนใน ต.ท่าดี ก่อนที่มวลน้ำก้อนนี้จะเคลื่อนตัวไปส่งผลกระทบต่อเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชและไหลลงสู่อ่าวไทยต่อไป
จ.พัทลุง วิกฤตหนัก สั่งปิดโรงเรียน - เตือน 11 อำเภอรับมือภัยพิบัติ
ฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง 2 วัน ส่งผลให้ปริมาณน้ำสะสมเพิ่มสูงขึ้น ถนนสายหลักและสายรองในเขตเทศบาลเมืองพัทลุงจมอยู่ใต้น้ำระดับ 40–50 เซนติเมตร รถเล็กสัญจรลำบาก ทำให้โรงเรียนในเขตเทศบาลเมืองและอำเภอรอบนอกต้องประกาศปิดการเรียนการสอน
- โรงเรียนสตรีพัทลุง : ถูกน้ำท่วมภายในบริเวณโรงเรียนต้องปรับเป็นการเรียนออนไลน์ จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย
- พื้นที่เสี่ยง : ปภ.พัทลุง ประกาศเตือน 5 อำเภอริมเทือกเขาบรรทัด เฝ้าระวังน้ำป่าและดินโคลนถล่ม ส่วนอีก 6 อำเภอตอนกลางและล่าง ให้ระวังน้ำล้นตลิ่ง
จ.สุราษฎร์ธานี - จ.ภูเก็ต ระดมกำลังช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
- จ.สุราษฎร์ธานี : ในพื้นที่ อ.ไชยา มีชาวบ้านได้รับผลกระทบไม่ต่ำกว่า 5,000 ครอบครัว โดยเฉพาะ ต.เลม็ด ที่น้ำท่วมสูงจนปรุงอาหารไม่ได้ เจ้าหน้าที่กองบิน 7 และ อบต. ต้องฝ่ากระแสน้ำนำข้าวกล่องและน้ำดื่มเข้าไปแจกจ่าย
- จ.ภูเก็ต : ฝนที่ตกต่อเนื่องทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอระบายในจุดเดิม ๆ ที่เป็นปัญหาซ้ำซาก ส่งผลให้การจราจรติดขัด โดย นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้กำชับให้นายอำเภอทั้ง 3 อำเภอ เตรียมพร้อมกำลังพลเพื่อช่วยเหลือประชาชนทันที



























































