"จรัญ" ชี้แก้รัฐธรรมนูญต้องหาจุดร่วมทุกฝ่าย "Triple Win"
การแก้รัฐธรรมนูญเป็นประเด็นสำคัญระดับชาติที่ทุกภาคส่วนกำลังจับตามอง ล่าสุดในเวทีเสวนาของกรรมาธิการวิชาการวุฒิสภา ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล ได้ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "แก้ไขรัฐธรรมนูญ ใครได้ประโยชน์" โดยชี้ให้เห็นถึงหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ว่า ต้องมุ่งเน้นผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก พร้อมเสนอโมเดล "ทริปเปิ้ลวิน" (Triple Win) เพื่อสร้างความสมดุลในสังคม
แนวคิด "Triple Win" ทางรอดท่ามกลางความเห็นต่าง
ศาสตราจารย์พิเศษ จรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ชี้ให้เห็นว่า แม้คนส่วนใหญ่จะเห็นตรงกันว่าการแก้รัฐธรรมนูญต้องทำเพื่อประโยชน์ของชาติ แต่ในรายละเอียด คนทั้งประเทศยังมีความเห็นที่ไม่ตรงกัน ดังนั้น โจทย์ใหญ่คือการสร้างความสมดุลท่ามกลางความหลากหลาย
"ไม่ใช่แค่ win win 2 ฝ่าย แต่ต้อง win ทุกฝ่ายแบบทริปเปิ้ลวิน"
ซึ่งประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก
- ต้องฟังเสียงข้างมาก : เพื่อขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า
- ต้องฟังเสียงข้างน้อย : เพราะเสียงข้างน้อยก็เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยและเป็นผู้มีส่วนร่วมในการสถาปนารัฐธรรมนูญเช่นกัน ฝ่ายข้างมากต้องไม่ทอดทิ้งความเห็นต่าง
- ประเทศไทยต้องชนะ (Win) : ต้องรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ เพราะหากขาดจุดนี้ แม้จะเป็นจุดเล็ก ๆ ก็อาจเป็นอันตรายที่ทำให้ประเทศพังทลายได้
บทบาทวุฒิสภา และการพิจารณาที่รอบคอบ
นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร สมาชิกวุฒิสภา ได้เน้นย้ำถึงกระบวนการพิจารณา โดยเฉพาะในวาระที่ 3 ที่วุฒิสภามีส่วนสำคัญอย่างยิ่ง การแก้รัฐธรรมนูญจะต้องมีความรอบคอบ โปร่งใส และรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป โดยไม่ละเมิดหลักประชาธิปไตย
ข้อควรระวัง : ทำไมต้อง "ไม่แตะหมวด 1-2"
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ "ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ" ฝากเตือนไว้ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คือ เรื่องความละเอียดอ่อนของหมวดพระมหากษัตริย์
"การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องไม่แตะหมวด 1-2 เพราะหากแตะเชื่อว่าจะมีปัญหาแน่ ซึ่งเป็นปัญหาของประเทศไทยและปวงชนชาวไทย"
เหตุผลสำคัญ คือ มาตราอื่น ๆ ในรัฐธรรมนูญมักมีรากฐานเชื่อมโยงมาจากหมวด 1 และ 2 เช่น พระราชอำนาจในการพระราชทานฐานันดรศักดิ์ หากมีการแก้ไขในส่วนนี้ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงและการชุมนุมคัดค้านในอนาคตได้
แก้รายมาตรา vs ยกร่างใหม่ แบบไหนดีกว่า ?
แม้จะชื่นชมการทำงานของคณะกรรมาธิการชุดปัจจุบัน และสูตร "20 หยิบ 1" ที่ช่วยลดความขัดแย้ง แต่ในมุมมองส่วนตัวของศาสตราจารย์พิเศษ จรัญมองว่า "การแก้ไขแบบรายประเด็นดีกว่าการแก้ไขหรือการจัดทำร่างฉบับใหม่ทั้งฉบับ" เพราะมีความเสี่ยงน้อยกว่าและตรงจุดมากกว่า
ท้ายที่สุด การแก้รัฐธรรมนูญจะสัมฤทธิ์ผลได้ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายยึดถือประโยชน์ของ "ประเทศชาติและประชาชน" เป็นที่ตั้ง โดยใช้กระบวนการที่รับฟังรอบด้านแบบ Triple Win นั่นเอง



























































