ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก

หัวใจเต้นสร้างไฟฟ้า! ตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์จิ๋ว เลี้ยงพลังงานอุปกรณ์แพทย์

04 พ.ย. 694 นาที1 วันที่แล้ว

นักวิจัยพัฒนา "ตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์" บางเฉียบ สามารถผสานเข้ากับเซลล์หัวใจมนุษย์เพื่อเปลี่ยนแรงหดตัวเป็นพลังงานไฟฟ้า ประสิทธิภาพสูงกว่าเทคโนโลยีเดิม 10 เท่า ปูทางสู่อุปกรณ์การแพทย์ฝังในร่างกายที่ไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่อีกต่อไป

ทีมวิจัยสหรัฐฯ ได้คิดค้นนวัตกรรม "ตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์ชีวภาพ" (Biohybrid Mesh) โครงสร้างยืดหยุ่นบางเฉียบระดับไมครอน ที่สามารถเปลี่ยนแรงหดตัวจากการเต้นของเซลล์หัวใจให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า ซึ่งในการทดลองระดับห้องปฏิบัติการพบว่าสามารถสร้างความหนาแน่นพลังงานได้สูงกว่าเดิมถึง 10 เท่า

เทคโนโลยีที่เป็นหนึ่งเดียวกับเซลล์มนุษย์

โดยทั่วไป เครื่องมือแพทย์ที่ใช้ฝังในร่างกาย เช่น เครื่องกระตุ้นจังหวะการเต้นของหัวใจ (Pacemaker) มักประสบปัญหาเรื่องขนาดและอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ เมื่อพลังงานหมดลง ผู้ป่วยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเข้ารับการผ่าตัดซ้ำเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ใหม่ ซึ่งสร้างความเสี่ยงและภาระทางกายภาพอย่างมาก แม้ที่ผ่านมาจะมีความพยายามในการพัฒนาอุปกรณ์เก็บเกี่ยวพลังงานจากการเคลื่อนไหวของร่างกาย แต่ส่วนใหญ่มักมีขนาดใหญ่ และไม่สามารถทำงานร่วมกับเนื้อเยื่อมนุษย์ได้อย่างกลมกลืน

เทคโนโลยีนี้ถูกออกแบบให้เป็นตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กที่มีความยืดหยุ่นสูง มีความหนาน้อยกว่าเส้นผมของมนุษย์หลายเท่า ตัวตาข่ายประกอบด้วยเส้นใยพอลิเมอร์นำไฟฟ้าที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต จนทำให้เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจสามารถเจริญเติบโต ยึดเกาะ และยืดหดตัวไปพร้อมกับโครงสร้างตาข่ายได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่เกิดปฏิกิริยาต่อต้าน

หัวใจเต้นสร้างไฟฟ้า! ตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์จิ๋ว เลี้ยงพลังงานอุปกรณ์แพทย์

อาศัยการหดและคลายตัวของเซลล์หัวใจ

งานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยแมสซาชูเซตส์ แอมเฮิร์สต์ (University of Massachusetts Amherst) นำโดย ศ.ดร. Jun Yao วิศวกรไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ และ ศ.ดร. Zhengdong Luo นักวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ ได้เปิดเผยแนวคิดการจ่ายพลังงานให้อุปกรณ์ฝังในร่างกาย โดยให้ตัวอุปกรณ์ผสานเป็นเนื้อเดียวกับเซลล์ เพื่อดักจับพลังงานเชิงกลจากการเคลื่อนไหวของระดับเซลล์โดยตรง การทดลองใช้วิธีเลี้ยงเซลล์กล้ามเนื้อหัวใจมนุษย์ลงบนตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์ เมื่อเซลล์หัวใจหดตัวและคลายตัวเป็นจังหวะ แรงกลดังกล่าวจะถูกเปลี่ยนเป็นกระแสไฟฟ้าส่งผ่านสายใยนำไฟฟ้าขนาดจิ๋วทันที

ประสิทธิภาพสูงขึ้น 10 เท่า ปลอดภัย และยืดหยุ่นกว่าเดิม

จุดเด่นสำคัญของเทคโนโลยีนี้ คือความหนาแน่นของพลังงานที่ได้จากการทดสอบในห้องทดลอง พบว่าระบบตาข่ายชีวภาพนี้สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าต่อพื้นที่ได้มากกว่าเทคโนโลยีเก็บเกี่ยวพลังงานระดับไมโครแบบเดิมถึง 10 เท่า

ตัวตาข่ายสัมผัสกับเซลล์หัวใจทุกเซลล์ในระดับไมครอน ทำให้ไม่เสียพลังงานไปกับช่องว่างระหว่างเนื้อเยื่อ ยิ่งไปกว่านั้น วัสดุที่ใช้ยังมีความอ่อนนุ่ม นำไฟฟ้าได้ดี และมีความยืดหยุ่นสูง จึงสามารถโค้งงอไปตามการจังหวะการเต้นของหัวใจได้นับล้านครั้งโดยไม่สึกหรอหรือทำให้เซลล์เสียหาย

หัวใจเต้นสร้างไฟฟ้า! ตาข่ายอิเล็กทรอนิกส์จิ๋ว เลี้ยงพลังงานอุปกรณ์แพทย์

การรักษาและเซนเซอร์สุขภาพอัจฉริยะ

หากเทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาจนสามารถใช้งานในมนุษย์ได้จริง ประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นต่อวงการแพทย์และผู้ป่วยจะมีมหาศาล อุปกรณ์ฝังในร่างกายในอนาคตจะมีขนาดเล็กลงมาก เนื่องจากไม่จำเป็นต้องมีช่องใส่แบตเตอรี่อีกต่อไป ผู้ป่วยโรคหัวใจที่ต้องใส่เครื่องกระตุ้นจังหวะหัวใจ จะไม่ต้องเสี่ยงผ่าตัดเปลี่ยนแบตเตอรี่ซ้ำทุก ๆ 5–10 ปี

นอกจากนี้ เทคโนโลยียังสามารถต่อยอดไปสู่เซนเซอร์ตรวจวัดสุขภาพไร้สายระยะยาว ที่ฝังไว้ใต้ผิวหนังหรือตามอวัยวะสำคัญ เพื่อตรวจจับค่าน้ำตาล แรงดันเลือด หรือสัญญาณชีพได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยใช้พลังงานจากร่างกายของผู้ป่วยเอง

การเปลี่ยนแรงเต้นของเซลล์หัวใจให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้า นับเป็นก้าวสำคัญที่ทลายเส้นแบ่งระหว่าง "ชีววิทยา" และ "อิเล็กทรอนิกส์" ให้เลือนหายไป แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีตาข่ายชีวภาพนี้จะยังอยู่ในขั้นตอนการทดลองในห้องปฏิบัติการและต้องผ่านการทดสอบอีกหลายขั้นตอน แต่แนวคิดนี้ได้จุดประกายความเป็นไปได้ใหม่ ที่ร่างกายของเราจะเป็นผู้ป้อนพลังงานให้แก่อุปกรณ์ทางการแพทย์ เพื่อดูแลรักษาสุขภาพของเราไปได้ตลอดชีวิต

ที่มาของข้อมูล: umass.edu, eurekalert, newatlas

ที่มาของภาพ: University of Massachusetts Amherst

อัปเดตข้อมูลแวดวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี รู้ทันโลกไอที และโซเชียลฯ ในรูปแบบ Audio จาก AI เสียงผู้ประกาศของไทยพีบีเอส ได้ที่ Thai PBS

“รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก” ไปกับ Thai PBS Sci & Tech

เขียนโดย

🌎 "รอบรู้ ดูกระแส ก้าวทันโลก" ไปกับ Thai PBS Sci & Tech • วิทยาศาสตร์ • เทคโนโลยี นวัตกรรม • ดาราศาสตร์ • Media Literacy • Cyber Security • Tips & Tricks • Trends

บทความที่เกี่ยวข้อง

อัปเดตโครงการ AVATAR: หลัง Artemis II กลับโลก งานวิจัยเดินหน้าต่ออย่างไรอวกาศ

อัปเดตโครงการ AVATAR: หลัง Artemis II กลับโลก งานวิจัยเดินหน้าต่ออย่างไร

ภารกิจ Artemis II นำเซลล์ของนักบินอวกาศทั้งสี่คนเดินทางรอบดวงจันทร์ไปพร้อมกับเจ้าของเซลล์ ภายใต้โครงการ A Virtual Astronaut Tissue Analog Response หรือ AVATAR

05 พ.ย. 69|9 ชั่วโมงที่แล้ว
อ่านต่อ →
อุปกรณ์ในบ้าน จะปลอดภัยแค่ไหน ? หลังระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตตกเป็นเป้าโจมตีไซเบอร์เทคโนโลยี

อุปกรณ์ในบ้าน จะปลอดภัยแค่ไหน ? หลังระบบทำความเย็นในซูเปอร์มาร์เก็ตตกเป็นเป้าโจมตีไซเบอร์

ภัยไซเบอร์ได้ลามมาถึงอุปกรณ์กลไกในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตู้เย็นอัจฉริยะ กล้องวงจรปิด เครื่องควบคุมอุณหภูมิ ไปจนถึงรถยนต์ เจาะลึกรูปแบบการเข้าควบคุมระบบของแฮกเกอร์ ระดับความเสี่ยงของอุปกรณ์รอบตัว และการป้องกันภัยไซเบอร์สำหรับบ้านและองค์กร

04 พ.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
นักวิจัยไทยเจ๋ง! ค้นพบ “หนูยักษ์สิรินธร” ฟอสซิลดึกดำบรรพ์ 35 ล้านปี จาก จ.กระบี่วิทยาศาสตร์

นักวิจัยไทยเจ๋ง! ค้นพบ “หนูยักษ์สิรินธร” ฟอสซิลดึกดำบรรพ์ 35 ล้านปี จาก จ.กระบี่

เปิดบันทึกหน้าใหม่แห่งประวัติศาสตร์โลก! นักวิจัยไทยค้นพบ “หนูยักษ์สิรินธร” ฟอสซิลดึกดำบรรพ์ 35 ล้านปี จาก จ.กระบี่ พลิกทฤษฎีวิวัฒนาการสัตว์ฟันแทะ ได้รับตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับโลก Scientific Reports โดยจะมีความน่าสนใจอย่างไรตามมาอ่านกันได้เลย

04 พ.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →
กล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิดพบดาวหางดวงใหม่ จากการถ่ายภาพสำรวจวัตถุทางดาราศาสตร์อวกาศ

กล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิดพบดาวหางดวงใหม่ จากการถ่ายภาพสำรวจวัตถุทางดาราศาสตร์

กล้องโทรทรรศน์อวกาศยูคลิดขององค์การอวกาศยุโรป (ESA) ซึ่งสร้างมาเพื่อไขความลับของสสารมืดและพลังงานมืดในเอกภพ แต่ล่าสุดกลับค้นพบดาวหางดวงใหม่ในระบบสุริยะได้เป็นครั้งแรก

04 พ.ย. 69|1 วันที่แล้ว
อ่านต่อ →