Loading...

แชร์

Copied!

“หลับใน” ภัยเงียบคนขับทางไกล เสี่ยงอุบัติเหตุรุนแรง แนะวิธีรับมือก่อนออกถนน

10 เม.ย. 69 | 15:54 น.
“หลับใน” ภัยเงียบคนขับทางไกล เสี่ยงอุบัติเหตุรุนแรง แนะวิธีรับมือก่อนออกถนน
“หลับใน” ภัยเงียบที่คร่าชีวิตผู้ใช้ถนน โดยสถิติตั้งแต่ปี 2560 - 2564 พบปี 2562 มีผู้เสียชีวิตสูงสุดถึง 186 คน มากที่สุดในรอบ 5 ปี Thai PBS Verify รวมวิธีสังเกตอาการง่วงและแนวทางแก้ไขเบื้องต้น เพื่อลดความเสี่ยงก่อนออกเดินทางไกล

สถิติอุบัติเหตุจากการหลับในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างปี 2560–2564 พบว่า ปี 2562 มีจำนวนสูงสุดอยู่ที่ 186 คน รองลงมาคือปี 2561 จำนวน 182 คน

สำหรับปี 2562 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุจากการหลับในมากที่สุดคือระหว่างเวลา 00.01–16.00 น. รวมทั้งสิ้น 41 ครั้ง

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า “การหลับใน” เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุบนท้องถนน แม้จำนวนเหตุการณ์จะไม่สูงเท่ากับกรณีเมาแล้วขับ แต่ก็เป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่อุบัติเหตุรุนแรงได้ ดังนั้น การรู้เท่าทันสัญญาณอาการง่วงขณะขับรถและเตรียมวิธีรับมืออย่างเหมาะสมจึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ขับขี่ทุกคน โดยเฉพาะในช่วงเดินทางไกลหลังเทศกาล

ภาพประกอบสร้างจาก AI ใช้เพื่อประกอบบทความ

สาเหตุของการเกิดอาการหลับใน

อาการหลับในสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย โดยสาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่

  • การอดนอนหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการหลับใน
  • การรับประทานยาบางชนิดที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วง เช่น ยาแก้หวัด หรือยาแก้ภูมิแพ้
  • การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เช่น เหล้า หรือเบียร์
  • โรคประจำตัวที่ส่งผลต่อคุณภาพการนอน เช่น อาการนอนกรน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

สัญญาณเตือนอาการง่วงขณะขับรถ

ผู้ขับขี่สามารถสังเกตอาการเตือนของร่างกายได้ ดังนี้

  1. หาวบ่อย หรือหาวต่อเนื่อง
  2. ใจลอย ไม่มีสมาธิ
  3. รู้สึกเหนื่อยล้า หงุดหงิด หรือกระวนกระวาย
  4. จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านอะไรมาในช่วง 2–3 กิโลเมตรที่ผ่านมา
  5. หนังตาหนัก ตาปรือ หรือพยายามลืมตาไม่ขึ้น
  6. มองเห็นภาพไม่ชัด
  7. รู้สึกมึนงง หรือปวดศีรษะ
  8. ขับรถส่ายไปมา หรือออกนอกเส้นทาง
  9. มองข้ามสัญญาณไฟหรือป้ายจราจร

วิธีแก้ง่วงจากอาการหลับในเบื้องต้น

ก่อนขับรถทางไกลหลังเทศกาลหยุดยาว เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน Thai PBS Verify มีวิธีแก้อาการง่วงขณะขับรถเบื้องต้น ดังนี้

วิธีแก้ง่วงระหว่างขับรถ

  • ล้างหน้าด้วยน้ำเย็น
  • ใช้ผ้าเย็นหรือยาดม
  • จอดพัก ยืดเส้นยืดสาย ทุก ๆ 150 กิโลเมตร หรือทุก 2–3 ชั่วโมง
  • ดื่มกาแฟ หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
  • เปิดหน้าต่างรถเพื่อระบายอากาศ
  • เปิดเพลงจังหวะเร็ว และร้องตามเพื่อกระตุ้นความตื่นตัว
  • ฟังเรื่องเล่าหรือเนื้อหาที่ช่วยให้มีสมาธิ (โดยเฉพาะการขับขี่ตอนกลางคืน)
  • รับประทานผลไม้รสเปรี้ยวเพื่อช่วยกระตุ้นความสดชื่น

กรณีง่วงมาก

  • หากรู้สึกง่วงจนฝืนไม่ไหว ควรจอดรถในจุดที่ปลอดภัย และงีบพักประมาณ 10–15 นาที ก่อนเดินทางต่อ

การป้องกันก่อนออกเดินทาง

  • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่างน้อย 7–8 ชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการขับรถทันทีหลังเลิกงานหรือช่วงที่ร่างกายอ่อนล้า
  • หาเพื่อนร่วมทางช่วยพูดคุยหรือสลับกันขับ เพื่อลดความง่วง
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ก่อนขับรถ
  • เตรียมเครื่องดื่มหรือของว่างไว้ระหว่างทาง เช่น กาแฟ หรือผลไม้

ที่มา: 

สถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์

กรมควบคุมโรค

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน