กิน “ทองคำเปลว” ในอาหาร อันตรายจริงหรือไม่ ?

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมนูอาหารและเครื่องดื่มในร้านอาหารหรือคาเฟ่จำนวนไม่น้อย นิยมใช้ “ทองคำเปลว” ตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงามและภาพลักษณ์ความหรูหรา แต่คำถามสำคัญที่ผู้บริโภคหลายคนสงสัยคือ ทองคำเปลวที่รับประทานเข้าไปนั้นปลอดภัยจริงหรือไม่
เพื่อคลายข้อสงสัยนี้ เภสัชกรหญิงสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงของทองคำเปลวในอาหารดังนี้
ทองคำเปลวแบบไหน “กินได้” แบบไหน “เสี่ยงอันตราย”
ผอ.สุภาวดี อธิบายว่า โดยหลักการแล้ว “ทองคำเปลวบริสุทธิ์” สามารถรับประทานได้ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยทองคำ และจะถูกขับออกตามระบบขับถ่าย จึงไม่ได้สะสมในร่างกาย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญในปัจจุบันคือ ทองคำมีราคาสูงมาก ทำให้มีการใช้สิ่งที่เรียกว่า “ทองคำเปลววิทยาศาสตร์” ซึ่งเป็นวัสดุเลียนแบบสีทอง โดยอาจมีส่วนผสมของโลหะหลายชนิด รวมถึงโลหะหนัก ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายหากบริโภคเข้าไป
เภสัชกรหญิงสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
แยกความแตกต่าง ระหว่างทองคำเปลวบริสุทธิ์กับของเลียนแบบได้หรือไม่ ?
หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลคือ ผู้บริโภค ไม่สามารถแยกความแตกต่าง ระหว่างทองคำเปลวบริสุทธิ์กับของเลียนแบบได้ด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องใช้การตรวจในห้องปฏิบัติการเท่านั้น
ด้วยเหตุนี้ อย. จึงแนะนำว่าทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ “หลีกเลี่ยงการรับประทาน” หรือเขี่ยทองคำเปลวออกก่อนกินอาหาร
ความเสี่ยงจากโลหะหนัก หากรับประทานต่อเนื่อง
ทองคำเปลวที่ไม่บริสุทธิ์อาจมีการปนเปื้อนของโลหะหนัก เช่น
- ตะกั่ว: ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองในเด็ก และในผู้ใหญ่อาจทำให้เหนื่อย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ สมาธิลดลง และเสี่ยงภาวะโลหิตจาง
- ดีบุก: อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร
- นิกเกิล: อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ผิวหนังอย่างรุนแรง
หากได้รับสะสมในระยะยาว อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ

ผลสุ่มตรวจพบ “ปนเปื้อนเป็นส่วนใหญ่”
จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจของ อย. พบว่า ทองคำเปลวที่ใช้ในอาหารส่วนใหญ่มีการปนเปื้อนโลหะหนัก แม้จะพบทองคำบริสุทธิ์อยู่บ้าง แต่ถือเป็นส่วนน้อย จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่หน่วยงานออกมาเตือนผู้บริโภคให้หลีกเลี่ยง
ภาพประกอบจาก AI
ทองคำในเครื่องสำอาง vs การกิน แตกต่างกันอย่างไร ?
ในกรณีของเครื่องสำอาง ผอ.สุภาวดี ระบุว่า อนุภาคของทองคำมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะซึมผ่านผิวหนังได้ จึงมักเพียงแค่เคลือบอยู่บนผิว ไม่ได้เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น ความเสี่ยงจาก “การกิน” จึงน่ากังวลมากกว่าการใช้ภายนอก
ทองคำเปลวแปะพระ ก็อาจไม่ใช่ทองแท้
สำหรับความเชื่อที่นำทองคำเปลวจากการแปะพระมาทาผิว ผอ.สุภาวดี ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นทองคำเปลววิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ทองคำบริสุทธิ์ เนื่องจากต้นทุนทองแท้มีราคาสูง
เตือนภัยเทรนด์อาหารแปลกใหม่
นอกจากทองคำเปลว อย. ยังเตือนถึงเทรนด์อื่น เช่น การใช้ ไนโตรเจนเหลว ในเครื่องดื่ม ซึ่งหากบริโภคในขณะที่ยังไม่ระเหยหมด อาจทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรงในช่องปากและทางเดินอาหารได้
รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาเกินจริง โดยย้ำว่า “อาหารไม่สามารถรักษาโรคได้” โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับและไตควรระมัดระวัง
โทษทางกฎหมายสำหรับผู้ประกอบการ
- อาหารบรรจุภาชนะ: ไม่อนุญาตให้ใช้ทองคำเป็นส่วนผสม
- ร้านอาหารทั่วไป: หากใช้ทองคำเปลวที่ไม่บริสุทธิ์ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
- หากผู้บริโภคได้รับอันตราย: เข้าข่าย “อาหารไม่บริสุทธิ์” มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แม้ทองคำเปลวจะช่วยเพิ่มความหรูหราให้เมนูอาหาร แต่ในมุมของความปลอดภัย
ผู้บริโภคควรใช้วิจารณญาณ และหลีกเลี่ยงการรับประทานโดยไม่จำเป็น
หากพบร้านค้าที่ใช้วัตถุดิบไม่ได้มาตรฐาน หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สามารถร้องเรียนได้ที่
สายด่วน อย. 1556








