Profile icon

กิน “ทองคำเปลว” ในอาหาร อันตรายจริงหรือไม่ ?

DateClock icon20:06|บทสัมภาษณ์Views0

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมนูอาหารและเครื่องดื่มในร้านอาหารหรือคาเฟ่จำนวนไม่น้อย นิยมใช้ “ทองคำเปลว” ตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงามและภาพลักษณ์ความหรูหรา แต่คำถามสำคัญที่ผู้บริโภคหลายคนสงสัยคือ ทองคำเปลวที่รับประทานเข้าไปนั้นปลอดภัยจริงหรือไม่

เพื่อคลายข้อสงสัยนี้ เภสัชกรหญิงสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความเสี่ยงของทองคำเปลวในอาหารดังนี้

ทองคำเปลวแบบไหน “กินได้” แบบไหน “เสี่ยงอันตราย”

ผอ.สุภาวดี อธิบายว่า โดยหลักการแล้ว “ทองคำเปลวบริสุทธิ์” สามารถรับประทานได้ เนื่องจากร่างกายไม่สามารถย่อยทองคำ และจะถูกขับออกตามระบบขับถ่าย จึงไม่ได้สะสมในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญในปัจจุบันคือ ทองคำมีราคาสูงมาก ทำให้มีการใช้สิ่งที่เรียกว่า “ทองคำเปลววิทยาศาสตร์” ซึ่งเป็นวัสดุเลียนแบบสีทอง โดยอาจมีส่วนผสมของโลหะหลายชนิด รวมถึงโลหะหนัก ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายหากบริโภคเข้าไป

เภสัชกรหญิงสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

เภสัชกรหญิงสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

แยกความแตกต่าง ระหว่างทองคำเปลวบริสุทธิ์กับของเลียนแบบได้หรือไม่ ?

หนึ่งในประเด็นที่น่ากังวลคือ ผู้บริโภค ไม่สามารถแยกความแตกต่าง ระหว่างทองคำเปลวบริสุทธิ์กับของเลียนแบบได้ด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องใช้การตรวจในห้องปฏิบัติการเท่านั้น

ด้วยเหตุนี้ อย. จึงแนะนำว่าทางที่ปลอดภัยที่สุดคือ “หลีกเลี่ยงการรับประทาน” หรือเขี่ยทองคำเปลวออกก่อนกินอาหาร

ความเสี่ยงจากโลหะหนัก หากรับประทานต่อเนื่อง

ทองคำเปลวที่ไม่บริสุทธิ์อาจมีการปนเปื้อนของโลหะหนัก เช่น

  • ตะกั่ว: ส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองในเด็ก และในผู้ใหญ่อาจทำให้เหนื่อย อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ สมาธิลดลง และเสี่ยงภาวะโลหิตจาง
  • ดีบุก: อาจทำให้เกิดการระคายเคืองในระบบทางเดินอาหาร
  • นิกเกิล: อาจก่อให้เกิดอาการแพ้ผิวหนังอย่างรุนแรง

หากได้รับสะสมในระยะยาว อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ

เภสัชกรหญิงสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการกองอาหาร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

ผลสุ่มตรวจพบ “ปนเปื้อนเป็นส่วนใหญ่”

จากการลงพื้นที่สุ่มตรวจของ อย. พบว่า ทองคำเปลวที่ใช้ในอาหารส่วนใหญ่มีการปนเปื้อนโลหะหนัก แม้จะพบทองคำบริสุทธิ์อยู่บ้าง แต่ถือเป็นส่วนน้อย จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่หน่วยงานออกมาเตือนผู้บริโภคให้หลีกเลี่ยง

ภาพประกอบจาก AI

ภาพประกอบจาก AI

ทองคำในเครื่องสำอาง vs การกิน แตกต่างกันอย่างไร ?

ในกรณีของเครื่องสำอาง ผอ.สุภาวดี ระบุว่า อนุภาคของทองคำมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะซึมผ่านผิวหนังได้ จึงมักเพียงแค่เคลือบอยู่บนผิว ไม่ได้เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้น ความเสี่ยงจาก “การกิน” จึงน่ากังวลมากกว่าการใช้ภายนอก

ทองคำเปลวแปะพระ ก็อาจไม่ใช่ทองแท้

สำหรับความเชื่อที่นำทองคำเปลวจากการแปะพระมาทาผิว ผอ.สุภาวดี ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าเป็นทองคำเปลววิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ทองคำบริสุทธิ์ เนื่องจากต้นทุนทองแท้มีราคาสูง

เตือนภัยเทรนด์อาหารแปลกใหม่

นอกจากทองคำเปลว อย. ยังเตือนถึงเทรนด์อื่น เช่น การใช้ ไนโตรเจนเหลว ในเครื่องดื่ม ซึ่งหากบริโภคในขณะที่ยังไม่ระเหยหมด อาจทำให้เกิดแผลไหม้รุนแรงในช่องปากและทางเดินอาหารได้

รวมถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่โฆษณาเกินจริง โดยย้ำว่า “อาหารไม่สามารถรักษาโรคได้” โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคตับและไตควรระมัดระวัง

โทษทางกฎหมายสำหรับผู้ประกอบการ

  • อาหารบรรจุภาชนะ: ไม่อนุญาตให้ใช้ทองคำเป็นส่วนผสม
  • ร้านอาหารทั่วไป: หากใช้ทองคำเปลวที่ไม่บริสุทธิ์ มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
  • หากผู้บริโภคได้รับอันตราย: เข้าข่าย “อาหารไม่บริสุทธิ์” มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แม้ทองคำเปลวจะช่วยเพิ่มความหรูหราให้เมนูอาหาร แต่ในมุมของความปลอดภัย
ผู้บริโภคควรใช้วิจารณญาณ และหลีกเลี่ยงการรับประทานโดยไม่จำเป็น

หากพบร้านค้าที่ใช้วัตถุดิบไม่ได้มาตรฐาน หรือส่งผลกระทบต่อสุขภาพ สามารถร้องเรียนได้ที่
สายด่วน อย. 1556

ขอบคุณข้อมูลจากรายการ รู้ทันกันได้

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน