ต้องการเงินด่วน ระวังแอปฯ กู้เถื่อน จากทางลัดสู่กับดักหนี้ออนไลน์

โฆษณาเงินกู้ออนไลน์ “อนุมัติไว ไม่เช็กบูโร ไม่ต้องมีคนค้ำ” เกลื่อนโซเชียล ดึงดูดคนต้องการเงินสดด่วน ขณะที่แอปฯ กู้เถื่อนบางรายเรียกดอกเบี้ยเกินกฎหมาย หลอกเก็บค่าธรรมเนียม ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล แนะใช้วิธีทวงหนี้ผิดกฎหมาย แนะวิธีรู้เท่าทันและป้องกันง่าย ๆ ก่อนตกเป็นเหยื่อ (ข้อมูล: สภาองค์กรของผู้บริโภค)
“เงินด่วนไม่กี่นาที ไม่ต้องใช้คนค้ำ ไม่เช็กเครดิตบูโร ฟรีแลนซ์ก็กู้ได้”ข้อความลักษณะนี้กลายเป็นโฆษณาที่พบเห็นได้ทั่วไปบนแพลตฟอร์มออนไลน์ และมักดึงดูดผู้ที่กำลังต้องการเงินสดเร่งด่วน โดยเฉพาะคนที่ไม่อยากรอขั้นตอนการขอสินเชื่อจากธนาคารซึ่งต้องใช้เอกสารหลายรายการและใช้เวลาพิจารณาอนุมัติ
เบื้องหลังความสะดวกดังกล่าว อาจไม่ใช่บริการทางการเงินที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่เป็นแอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อน ที่ผู้ใช้งานจำนวนไม่น้อยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นบริการของบริษัทใด หรืออยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานสถาบันทางการเงินใด
แอปฯ กู้เถื่อนภัยร้าย ปลายนิ้ว ก่อหนี้ไม่รู้จบ
แอปพลิเคชันเงินกู้เถื่อน คือ แอปพลิเคชันปล่อยสินเชื่อที่ดำเนินการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแล เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) บางรายไม่มีข้อมูลบริษัทที่ตรวจสอบได้ บางรายใช้ชื่อปลอม หรือเลือกตั้งชื่อคล้ายสถาบันการเงินที่มีอยู่จริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ขณะที่บางแอปฯ ถึงขั้นแอบอ้างว่าได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานรัฐ
สิ่งที่ทำให้แอปฯ ประเภทนี้เข้าถึงผู้คนได้ง่าย คือจุดขายเรื่อง “อนุมัติไว ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก” ต่างจากการกู้เงินในระบบที่ต้องยื่นเอกสาร ตรวจสอบรายได้ หรือพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ แอปฯ เถื่อนหลายแห่งต้องการเพียงข้อมูลพื้นฐาน เช่น บัตรประชาชน หมายเลขโทรศัพท์ บัญชีธนาคาร และภาพถ่ายใบหน้า บางกรณีใช้เวลาไม่กี่นาทีก็ได้รับเงินโอนเข้าบัญชี ทำให้ผู้กู้จำนวนมากตัดสินใจสมัครโดยไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มาให้รอบคอบ
อย่างไรก็ตาม อันตรายของแอปฯ เงินกู้เถื่อนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องดอกเบี้ยแพง แต่เป็นการรวมความเสี่ยงหลายด้านไว้ในช่องทางเดียว ทั้งการปล่อยกู้นอกระบบ การหลอกลวงออนไลน์ การเข้าถึงและละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล รวมถึงการทวงหนี้ที่ผิดกฎหมาย ผู้เสียหายจำนวนมากไม่ได้สูญเสียเพียงเงิน แต่ยังต้องเผชิญการคุกคาม การประจาน หรือผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
หากเปรียบเทียบกับสินเชื่อที่ถูกกฎหมาย จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน ปัจจุบันสินเชื่อในระบบมีหน่วยงานกำกับดูแลและกำหนดเพดานดอกเบี้ยไว้อย่างชัดเจน
ขณะเดียวกัน แอปฯ เงินกู้เถื่อนจำนวนมากเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดหลายเท่า บางกรณีกู้เงินเพียง 5,000 บาท แต่ต้องจ่ายคืนเกิน 20,000 บาทภายในเวลาไม่กี่เดือน หรือคิดดอกเบี้ยรวมมากกว่า 400% ต่อปี สูงกว่าสินเชื่อในระบบหลายเท่าตัว
แม้การให้กู้ยืมเงินระหว่างบุคคลสามารถทำได้ตามกฎหมาย แต่ต้องอยู่ภายใต้ข้อกำหนดเรื่องอัตราดอกเบี้ย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดเพดานดอกเบี้ยไว้ไม่เกิน 15% ต่อปี หากมีการเรียกเก็บเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท ขณะที่ผู้ให้บริการแอปเถื่อนจำนวนมากไม่เพียงเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา แต่ยังดำเนินกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลอีกด้วย
กลโกงที่พบได้บ่อยจากแอปฯ เงินกู้เถื่อน
1.การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้า ผู้กู้จะถูกแจ้งว่าต้องชำระค่าเปิดวงเงิน ค่าดำเนินการ หรือค่าใช้จ่ายอื่นก่อนจึงจะได้รับเงินกู้ พร้อมคำรับรองว่า “โอนครั้งเดียว เงินเข้าทันที” แต่หลังจากโอนเงินแล้ว กลับถูกเรียกเก็บเพิ่มซ้ำ ๆ หรือไม่สามารถติดต่อผู้ให้กู้ได้อีก ส่งผลให้ผู้เสียหายจำนวนมากสูญเงินทั้งที่ยังไม่เคยได้รับเงินกู้จริง
2.การโอนเงินไม่ครบตามยอดที่ตกลงกัน ตัวอย่างเช่น ผู้กู้สมัครวงเงิน 10,000 บาท แต่ได้เงินเข้าบัญชีจริงเพียง 6,000 บาท ส่วนที่เหลือถูกหักเป็นค่าบริการ ค่าประกัน หรือดอกเบี้ยล่วงหน้า แต่เมื่อถึงกำหนดชำระ กลับถูกทวงหนี้จากยอดเต็มพร้อมดอกเบี้ยเพิ่มเติม
3.การคิดดอกเบี้ยและค่าปรับในอัตราสูงเกินสมควร บางแอปฯ คิดดอกเบี้ยรายวันหรือรายสัปดาห์ รวมถึงมีค่าปรับหลายชั้น ทำให้ยอดหนี้เพิ่มขึ้นรวดเร็วจนผู้กู้ไม่สามารถรับมือได้ หลายคนจบลงด้วยการกู้จากแอปฯ ใหม่เพื่มาปิดหนี้เก่า และเข้าสู่วงจรหนี้ที่ยากจะหลุดพ้น
4.ส่วนรูปแบบสุดท้าย คือกลวิธี “คลิกเดียวเงินเข้า” ที่เริ่มพบมากขึ้น ผู้ใช้งานเพียงกรอกข้อมูลหรือกดตอบรับบางขั้นตอนในระบบ จากนั้นเงินจะถูกโอนเข้าบัญชีทันที แม้ยังไม่ได้ยืนยันความต้องการกู้เงิน บางรายพบว่ามีเงินถูกโอนเข้ามาหลายครั้งโดยไม่ได้สมัครเพิ่มเติม ก่อนที่ผู้ให้กู้จะอ้างว่าผู้ใช้งานได้ตกลงตามสัญญาและเริ่มนับดอกเบี้ยแล้ว ทำให้หลายคนกลายเป็นหนี้โดยไม่ทันตั้งตัว

หากตกเป็นเหยื่อแอปฯ เงินกู้ต้องทำอย่างไร ?
หากตกเป็นเหยื่อของแอปฯ เงินกู้เถื่อน ควรตั้งสติและทำตามขึ้นตอน ดังนี้
1.หยุดโอนเงินเพิ่มเติมทันที หากพบว่าถูกเรียกเก็บเกินเงินต้นหรือเริ่มถูกข่มขู่ให้ชำระเงินเพิ่ม
2.รวบรวมหลักฐานทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นสลิปการโอนเงิน ข้อความสนทนา หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อแอป หรือภาพหน้าจอที่แสดงการข่มขู่ เพื่อใช้ประกอบการร้องเรียนและดำเนินคดี
3.ผู้เสียหายควรแจ้งความโดยเร็วผ่านสายด่วนตำรวจไซเบอร์ 1441 ระบบแจ้งความออนไลน์ หรือสถานีตำรวจใกล้บ้าน พร้อมทั้งแจ้งคนใกล้ชิดให้รับรู้สถานการณ์ เพราะผู้หลอกลวงมักนำข้อมูลคนรอบตัวมาใช้เป็นเครื่องมือกดดันเหยื่อ
4.การเปลี่ยนบัตรประชาชนใหม่ เพื่อเปลี่ยนข้อมูลวันออกบัตรและลดความเสี่ยงจากการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้สวมรอยหรือเผยแพร่สร้างความเสียหายบนโลกออนไลน์
ที่มา: สภาองค์กรของผู้บริโภค










