Profile icon

บริจาคเงินอย่างไรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

DateClock icon08:00|บทสัมภาษณ์

การสร้างความสุขทางใจ หนึ่งในวิธีที่คนมักเลือกทำคือการบริจาค ไม่ว่าจะเป็นเงินหรือสิ่งของ รวมกับจริตของคนไทยที่มีความเห็นอกเห็นใจและชอบช่วยเหลือผู้อื่น จึงไม่แปลกที่ปัจจุบันการบริจาคจะมีเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว พร้อมกับความสะดวกสบายจากช่องทางบริจาคออนไลน์ที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปด้วยตัวเอง

แต่เมื่อพื้นที่นี้กลายเป็นโอกาสทอง มิจฉาชีพก็เริ่มใช้ช่องทางดังกล่าวล่าเหยื่อ ดังนั้นคำถามสำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้การบริจาคยังคงเป็นบรรทัดฐานของการทำดีต่อไป ยังคงเป็นสิ่งที่รอคำตอบเช่นกัน

CIB เผยกลโกงมิจฉาชีพ แอบอ้างกระแส-ศาสนา เปิดบัญชีปลอมหลอกบริจาค

พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รองผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รองผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)

พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รองผู้บังคับการ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เปิดเผยถึงรูปแบบกลโกงที่มิจฉาชีพนิยมใช้ว่า มักอาศัยเหตุการณ์หรือกระแสที่สังคมให้ความสนใจ เช่น เหตุการณ์ตึกถล่ม หรือภัยพิบัติต่าง ๆ แล้วเปิดรับบริจาคผ่านโซเชียลมีเดีย โดยมักสร้างเพจหรือยิงโฆษณาเพื่อให้ประชาชนหลงเชื่อและโอนเงินเข้าบัญชีที่อ้างว่าใช้ช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

รองผู้บังคับการ CIB เตือนประชาชนว่า หากพบเห็นข้อความเชิญชวนให้บริจาคในโซเชียลมีเดีย ควรตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนว่า เลขที่บัญชีดังกล่าวเป็นขององค์กรที่มีตัวตนจริงหรือไม่ โดยอย่างน้อยชื่อบัญชีต้องตรงกับชื่อหน่วยงานที่อ้างถึง ไม่ใช่บัญชีบุคคลทั่วไปที่นำชื่อองค์กรมาแอบอ้าง หากสงสัยควรโทรสอบถามหน่วยงานนั้นโดยตรง เช่น กรณีที่มีการอ้างชื่อโรงพยาบาล แต่ใช้บัญชีส่วนบุคคล ควรตรวจสอบกับโรงพยาบาลก่อนว่า มีการเปิดรับบริจาคจริงหรือไม่

บริจาคเงินอย่างไรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

นอกจากนี้มิจฉาชีพมักอาศัยช่วงเทศกาล หรือความเชื่อด้านศาสนา เช่น การไถ่วัว ไถ่ควาย ทำบุญ เพื่อล่อให้คนบริจาค โดยใช้ข้อความที่จบลงด้วยเลขบัญชีเป็นตัวดึงดูด ดังนั้น หัวใจสำคัญของการไม่ถูกหลอก คือการตรวจสอบเลขที่บัญชีทุกครั้ง ว่าเป็นขององค์กรจริงหรือมีประกาศทางการจากหน่วยงานนั้นหรือไม่

พ.ต.อ.เนติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันพบกลโกงส่วนใหญ่อยู่บนโซเชียลมีเดีย ทั้งการเรี่ยไรเงินที่อ้างว่าพิการหรือเดือดร้อน แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น ซึ่งตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน แนะ ตรวจสอบบัญชีก่อนบริจาค

ดร. พีรภัทร ฝอยทอง ทนายความและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินและธนาคาร

ดร. พีรภัทร ฝอยทอง ทนายความและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินและธนาคาร

ดร. พีรภัทร ฝอยทอง  ทนายความและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายการเงินและธนาคาร กล่าวว่า แม้เราจะบริจาคให้กับหน่วยงานที่ถูกต้อง เช่น โรงพยาบาล โรงเรียน หรือองค์กรต่าง ๆ แต่ก็ยังมีโอกาสถูกโกงได้ หากมีบุคลากรบางรายภายในองค์กรนั้น แอบแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว ดังนั้น การบริจาคจึงเป็นเรื่องของ “ความสบายใจ” ของผู้ให้ 

“เราอยากบริจาคให้หน่วยงานหรือองค์กรใด เมื่อบริจาคไปแล้วก็คือเสร็จสิ้น แต่หากต้องการป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพจริง ๆ ผู้บริจาคควรตรวจสอบให้แน่ชัดว่า เงินที่โอนนั้นเข้าบัญชีของหน่วยงานโดยตรง ไม่ใช่บัญชีส่วนบุคคล”

ยกตัวอย่างเช่น กรณีวัดพระบาทน้ำพุ ที่บางคนโอนเงินเข้าบัญชีบุคคลทั่วไปแทนที่จะเป็นบัญชีชื่อองค์กร ซึ่งทำให้ตกเป็นเหยื่อได้ง่ายกว่า เพราะบัญชีบุคคล แม้เจ้าของบัญชีจะเป็นกรรมการบริษัท กรรมการมูลนิธิ หรือบุคคลมีชื่อเสียง ก็ไม่มีหลักประกันว่า จะนำเงินไปใช้ตามวัตถุประสงค์การบริจาค ขณะที่หากเงินเข้าบัญชีชื่อองค์กรจริง การเบิกถอนจะมีกระบวนการตรวจสอบและเข้มงวดกว่า

บริจาคเงินอย่างไรไม่ให้ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพ

ภาพระบบตรวจสอบการบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Donation ของกรมสรรพากร

ทั้งนี้ กรมสรรพากรได้พัฒนาระบบตรวจสอบการบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-Donation เพื่อเพิ่มความโปร่งใส ผู้บริจาคสามารถตรวจสอบข้อมูลการบริจาคของตนเองได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th ซึ่งช่วยยืนยันได้ว่า เงินบริจาคถูกส่งตรงไปยังหน่วยงานหรือองค์กรที่ขึ้นทะเบียนไว้อย่างถูกต้อง

กฎหมายควบคุมการเรี่ยไรและการบริจาค

สำหรับข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการบริจาค คือ พระราชบัญญัติควบคุมการเรี่ยไร พ.ศ. 2487 ซึ่งกำหนดว่า ผู้ใดจะทำการเรี่ยไรหรือขอรับบริจาคจากประชาชน ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ เว้นแต่ในกรณีที่กฎหมายยกเว้น เช่น งานบุญหรืองานประเพณี และห้ามมิให้มีการเรี่ยไรที่เข้าข่ายหลอกลวงหรือสร้างความเดือดร้อน หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษดังนี้

ผู้ที่เรี่ยไรโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ที่ได้รับอนุญาตแล้ว แต่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข มีโทษเช่นเดียวกัน คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หากเป็นการเรี่ยไรที่มีลักษณะ ฉ้อโกงหรือหลอกลวง อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอาญาเพิ่มเติมด้วย

ดังนั้น การบริจาคให้หน่วยงานหรือมูลนิธิต่าง ๆ ควรเริ่มจากการตรวจสอบชื่อบัญชีให้ชัดเจน ต้องเป็นชื่อของหน่วยงานหรือมูลนิธิจริง ๆ วิธีนี้จะช่วยป้องกันไม่ให้เราตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!