Profile icon

โพสต์อ้าง สหรัฐฯ-อิสราเอล ถล่มเรือขนส่งอิหร่าน แท้จริงเป็นภาพเรืออียิปต์ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่เดือน มี.ค. 69

ข่าวปลอมDateClock icon15:37|รอบโลกViews0
Thai PBS Verify ตรวจพบโพสต์ แชร์ภาพเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตี อ้าง สหรัฐฯ-อิสราเอล ถล่มอิหร่าน ตรวจสอบพบเป็นภาพเรือคอนเทนเนอร์ “SAFEEN PRESTIGE” ประเทศมอลตา ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่เดือน มี.ค. 69 ไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ล่าสุด ขณะสถานการณ์สหรัฐฯ-อิหร่านยังตึงเครียดต่อเนื่อง

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: X

 

ภาพบัญชี X แชร์ภาพเรือขนส่งสินค้าระเบิด ระบุว่า “สถานการณ์ตอนนี้เลยจุดวิกฤตไปแล้ว อิหร่านกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างหนัก

ภาพบัญชี X แชร์ภาพเรือขนส่งสินค้าระเบิด ระบุว่า “สถานการณ์ตอนนี้เลยจุดวิกฤตไปแล้ว อิหร่านกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างหนัก”

 

Thai PBS Verify พบบัญชี X แชร์ภาพเรือขนส่งสินค้าระเบิด พร้อมระบุว่า   

The red line has been crossed; Iran is now in grave danger.

An hour ago, Israel and the US launched massive airstrikes on a key Iranian oil tanker, completely destroying it.

Tensions have now reached a point of no return.” 

แปลเป็นภาษาไทยโดยใช้ Google translate ระบุว่า 

“สถานการณ์ตอนนี้เลยจุดวิกฤตไปแล้ว อิหร่านกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างหนัก

เมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงก่อน อิสราเอลกับสหรัฐฯ ได้โจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ใส่เรือบรรทุกน้ำมันสำคัญของอิหร่าน จนถูกทำลาย ตอนนี้ความตึงเครียดรุนแรงจนแทบไม่มีทางหวนกลับไปเหมือนเดิมได้แล้ว” 

โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 69 ทำให้มียอดเข้าชมไปถึง 39,200 ครั้ง และมีการแสดงความรู้สึก 1,600 ครั้ง รวมทั้งมีการแชร์ไปกว่า 479 ครั้ง  

ภาพเรือระเบิดเป็นเรือของอิหร่านจริงหรือไม่ ? 

Thai PBS Verify นำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI เช่น HIVE Moderation และ Wasit AI  ผลปรากฎว่า ไม่พบว่าเป็นคลิปที่ถูกสร้างจาก AI

ภาพผลการตรวจสอบจาก HIVE Moderation

ภาพผลการตรวจสอบจาก HIVE Moderation

ภาพผลการตรวจสอบจาก Wasit AI

ภาพผลการตรวจสอบจาก Wasit AI

ต่อมานำภาพจากคลิปไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพย้อนกลับของ Google Lens พบว่า ไปตรงกับข่าว New footage shows the Maltese-flagged, Egyptian-owned container ship ‘SAFEEN PRESTIGE’ still burning after being struck in the Strait of Hormuz on March 4 by Iran.  จาก defencealerts  ซึ่งเป็นบัญชี Instragram ที่รายงานข่าวและวิเคราะห์ด้านความมั่นคง การทหาร และภูมิรัฐศาสตร์ของอินเดีย ที่ถูกเผยแพร่เอาไว้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 มี.ค. 69 

โดยมีรายละเอียดดังนี้ 

เรือคอนเทนเนอร์ ‘SAFEEN PRESTIGE’ ซึ่งชักธงมอลตาและเป็นของบริษัทจากอียิปต์ ยังคงลุกไหม้อยู่ หลังถูกอิหร่านโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ลูกเรือได้อพยพทิ้งเรือไปแล้ว และเรือลำนี้เกิดไฟลุกซ้ำหลายครั้ง

ด้านอิหร่านระบุว่า ขณะนี้การเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าวถูกจำกัด โดยอนุญาตเฉพาะเรือที่เกี่ยวข้องกับรัสเซีย อินเดีย จีน และสเปนเท่านั้น (ตามคำร้องขอ)

ภาพเปรียบเทียบจากโพสต์ (ซ้าย) และภาพจาก defencealerts (ขวา)

ภาพเปรียบเทียบจากโพสต์ (ซ้าย) และภาพจาก defencealerts (ขวา)

ข้อมูลเรือยืนยัน “ไม่ใช่เรือขนส่งอิหร่าน”

Thai PBS Verify ตรวจสอบด้วยการค้นหาคำสำคัญ “SAFEEN PRESTIGE” พบว่า  เรือ SAFEEN PRESTIGE เป็นเรือคอนเทนเนอร์ที่สร้างขึ้นในปี 2013 (มีอายุ 13 ปี) และปัจจุบันใช้ธงชาติของประเทศมอลตา 

เรือ SAFEEN PRESTIGE

 

สถานการณ์อิหร่านและอเมริกาเป็นอย่างไร  ?

เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 69 สหรัฐฯ เปิดปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน โดยอ้างว่าเป็นการตอบโต้เหตุเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ถูกยิงตกบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ แม้อิหร่านจะปฏิเสธว่าไม่ได้อยู่เบื้องหลัง  ขณะที่สหรัฐฯ ยืนยันเดินหน้าตอบโต้ทางทหาร และมีรายงานการโจมตีฐานทัพในหลายพื้นที่ของอิหร่าน 

ด้านสถานการณ์ในภูมิภาคยังร้อนแรงต่อเนื่อง อิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศในเลบานอน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและประชาชนอพยพจำนวนมาก ท่ามกลางความเสี่ยงที่ความขัดแย้งจะลุกลามและกระทบความพยายามเจรจายุติสงครามของสหรัฐฯ 

ตอบโต้เหตุเฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ

เรื่องจริงเป็นอย่างไร?

Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์แชร์เรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านโดยสหรัฐฯ และอิสราเอลโจมตีนั้นไม่เป็นความจริง โดยภาพและคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์เก่าของเรือคอนเทนเนอร์ชื่อ “SAFEEN PRESTIGE” ที่ถูกโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซตั้งแต่วันที่ 4 มีนาคม 2569 และไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ล่าสุด อีกทั้งเรือลำนี้เป็นเรือคอนเทนเนอร์ที่ชักธงมอลตา ไม่ใช่เรือของอิหร่าน

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบคลิป AI: นำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI เช่น HIVE Moderation และ Wasit AI  ไม่พบว่าเป็นคลิปที่ถูกสร้างจาก AI
  2. ตรวจสอบด้วย Google Lens: ต่อมานำภาพจากคลิปไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่า ไปตรงกับข่าวNew footage shows the Maltese-flagged, Egyptian-owned container ship ‘SAFEEN PRESTIGE’ still burning after being struck in the Strait of Hormuz on March 4 by Iran.  จาก defencealerts  เป็นบัญชีข่าวและวิเคราะห์ด้านความมั่นคง การทหาร และภูมิรัฐศาสตร์ของอินเดีย โดยเป็นภาพจากคลิปคือเรือคอนเทนเนอร์ ‘SAFEEN PRESTIGE’ (ธงมอลตา/เจ้าของอียิปต์) ที่ยังคงไฟไหม้หลังถูกอิหร่านโจมตีในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อ 4 มี.ค. 69
  3. ตรวจสอบด้วยการใช้คำสำคัญ: ตรวจสอบด้วยการค้นหาคำสำคัญ “SAFEEN PRESTIGE” พบว่า เรือ SAFEEN PRESTIGE ติดธงชาติประเทศมอลตา

ผลกระทบข้อมูลเท็จ 

  1. ด้านความมั่นคงและการเมืองระหว่างประเทศ
    ข่าวปลอมสามารถทำให้สถานการณ์ตึงเครียดบานปลาย โดยทำให้ประชาชนเข้าใจว่ามีการโจมตีเกิดขึ้นจริง จนนำไปสู่แรงกดดันให้เกิดการตอบโต้ที่รุนแรง นอกจากนี้ยังอาจทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เข้าใจผิด ยกระดับการป้องกันเกินความจำเป็น และเสี่ยงต่อการตัดสินใจผิดพลาดจนเกิดการปะทะ
  2. ด้านเศรษฐกิจและการค้าโลก
    ข้อมูลเท็จอาจสร้างความตื่นตระหนกในตลาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันและตลาดการเงินผันผวนโดยไม่มีปัจจัยรองรับ รวมถึงเพิ่มต้นทุนด้านการขนส่ง เช่น ค่าระวางเรือและเบี้ยประกันภัย ซึ่งสุดท้ายอาจผลักภาระไปยังราคาสินค้าทั่วโลก
  3. ด้านสังคมและสื่อ
    ข่าวปลอมก่อให้เกิดความตื่นกลัวในสังคม ทำให้ประชาชนวิตกว่าจะเกิดสงครามขนาดใหญ่ จนอาจนำไปสู่พฤติกรรมกักตุนสินค้า หรือความตื่นตระหนกทางการเงิน อีกทั้งยังบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อข้อมูลข่าวสารในระยะยาว ทำให้ผู้คนแยกแยะข่าวจริงและข่าวปลอมได้ยากขึ้น

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. หยุด คิด ก่อนแชร์
  • ตั้งสติ อย่าเพิ่งตื่นตระหนก: ข่าวเกี่ยวกับสงครามหรือเหตุรุนแรงมักใช้ภาพและพาดหัวชวนตกใจ เพื่อให้คนรีบแชร์ทันที ควรหยุดคิดสักนิดก่อนส่งต่อ
  • ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าข่าวมาจากสื่อหลักที่น่าเชื่อถือ หรือเป็นเพียงบัญชีทั่วไป/เพจที่เน้นยอดไลก์ยอดแชร์
  1. ตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ
  • ค้นหาภาพย้อนหลัง (Reverse Image Search): หากภาพดูน่าสงสัย ให้ลองค้นหาผ่าน Google Lens, TinEye หรือ Yandex เพื่อดูว่าเป็นภาพเก่าหรือถูกนำมาใช้ผิดบริบทหรือไม่
  • เทียบกับหลายแหล่งข่าว: ลองค้นหาข่าวเดียวกันจากสำนักข่าวอื่น ๆ หากเป็นเหตุการณ์ใหญ่จริง มักจะมีรายงานจากหลายสื่อทั้งในและต่างประเทศตรงกัน
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน