โพสต์อ้าง กทม.ยกเลิกรถไฟฟ้าเงินเทา – ฟ้า – เงิน แท้จริงโอนภารกิจให้คมนาคมเดินหน้าต่อ ตามมติ คจร.

Thai PBS Verify พบแหล่งข้อมูลข่าวปลอมจาก : Facebook
ภาพบัญชีเฟซบุ๊กแชร์ภาพ นายชัชชาติ ผู้ว่ากทม. และภาพรถไฟฟ้า กล่าวว่า กทม.ยกเลิกโครงการ สร้างรถไฟฟ้า 3 สาย “เทา -ฟ้า-เงิน เพราะงบไม่พอ
Thai PBS Verify พบบัญชีเฟซบุ๊ก แชร์ภาพ นายชัชชาติ ผู้ว่ากทม. และภาพรถไฟฟ้า พร้อมข้อความว่า อ้างงบไม่พอ กทม.ยกเลิกโครงการ สร้างรถไฟฟ้า 3 สาย “เทา -ฟ้า-เงิน” ในขณะที่แคปชันระุบว่า “ศึกษามาสองปี ลงมือทำงานมา4ปี และจะไปต่ออีก4ปี คนกรุงเตรียมรับแรงกระแทก”
โดยโพสต์ดังกล่าวมีการแสดงความรู้สึก 372 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็น 127 ข้อความ รวมถึงมีการแชร์ไปกว่า 36 ครั้ง
จุดเริ่มต้น โครงการรรถไฟฟ้าสายสีเงิน เทา ฟ้า
โครงการรถไฟฟ้าสายสีฟ้า สายสีเงิน และสายสีเทา มีจุดเริ่มต้นจากแผนแม่บทระบบขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (M-MAP 1) ซึ่งจัดทำโดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2553 โดยทั้ง 3 สายไม่ได้ถูกวางแผนขึ้นมาพร้อมกัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของแนวทางพัฒนาโครงข่ายระบบรางในอนาคต
สำหรับ รถไฟฟ้าสายสีเทาและสายสีเงิน ถูกกำหนดให้เป็นระบบขนส่งมวลชนขนาดรอง (Feeder Line) มีหน้าที่เชื่อมต่อและป้อนผู้โดยสารเข้าสู่ระบบรถไฟฟ้าสายหลัก ขณะที่ รถไฟฟ้าสายสีฟ้า เกิดขึ้นจากแนวคิดเพื่อรองรับการพัฒนาเมืองบริเวณย่านดินแดง รวมถึงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์โดยรอบสถานีกลางมักกะสัน ตามแนวคิดการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน (Transit-Oriented Development: TOD)
ต่อมาในช่วงปี 2558–2562 กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้นำโครงการรถไฟฟ้าสายสีเทาและสายสีเงินมาผลักดันอย่างจริงจัง โดยจัดสรรงบประมาณเพื่อว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาศึกษาความเหมาะสมของโครงการ ออกแบบแนวเส้นทาง กำหนดรายละเอียดสถานี รวมถึงจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนหลายครั้ง เนื่องจาก กทม. มีแนวทางที่จะดำเนินการลงทุนก่อสร้างโครงการด้วยตนเอง เพื่อขยายโครงข่ายระบบขนส่งมวลชนจากรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ให้ครอบคลุมมากขึ้น
กทม. ยกเลิกโครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน- เทา- ฟ้า จริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify ติดต่อสัมภาษณ์ไปยังประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานครให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 12 ก.พ. 2567 นายวิศณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2567 โดยมีผู้บริหารกรุงเทพมหานคร สำนักการจราจรและขนส่ง สำนักการโยธา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
ที่ประชุมได้พิจารณาแนวทางการโอนภารกิจโครงการรถไฟฟ้าลงทุนใหม่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครกลับคืนให้กระทรวงคมนาคม ประกอบด้วย โครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน ช่วงบางนา–ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา ระยะที่ 1 ช่วงวัชรพล–ทองหล่อ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ช่วงดินแดง–สาทร
กรุงเทพมหานครเห็นว่า การโอนโครงการดังกล่าวให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงคมนาคมรับผิดชอบ จะช่วยให้การบริหารจัดการโครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้น และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เนื่องจากสามารถบูรณาการการดำเนินงานร่วมกับโครงการรถไฟฟ้าสายอื่นที่อยู่ในความรับผิดชอบของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)
นอกจากนี้ แนวเส้นทางของรถไฟฟ้าสายสีเทาและสายสีเงินยังเชื่อมต่อกับพื้นที่และโครงข่ายระบบรางที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงคมนาคม ซึ่งจะช่วยให้สามารถบริหารจัดการระบบขนส่งมวลชนในภาพรวม ทั้งการเชื่อมต่อระบบตั๋วร่วม การกำหนดค่าแรกเข้า รวมถึงการดำเนินนโยบายด้านค่าโดยสารของภาครัฐ เช่น นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย
ที่ประชุมยังระบุว่า กระทรวงคมนาคมมีศักยภาพด้านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงมีความพร้อมในการจัดหาแหล่งเงินทุน การสนับสนุนระบบการเดินรถ และการบริหารจัดการชดเชยรายได้จากนโยบายค่าโดยสาร เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าได้อย่างเป็นระบบ
หลังจากนี้ ฝ่ายเลขานุการจะนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาเห็นชอบการโอนภารกิจโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย และดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
เพจเฟซบุ๊ก กรุงเทพมหานครประชุม คณะกรรมการบริหารโครงการระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 1/2567
ขณะเดียวกันทางกระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2567 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในขณะนั้น เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 1/2567 โดยมีวาระเกี่ยวกับ การโอนภารกิจโครงการรถไฟฟ้าลงทุนใหม่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานครกลับคืนให้แก่กระทรวงคมนาคม 3 โครงการ ได้แก่ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน สายบางนา – ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา (ระยะที่ 1) ช่วงวัชรพล – ทองหล่อ และ โครงการรถไฟฟ้าสายสีฟ้า ช่วงดินแดง – สาทร (2) การปรับเปลี่ยนรถไฟชานเมืองสายสีแดง เดิมจากหัวลำโพง – มหาชัย เป็นวงเวียนใหญ่ – มหาชัย (3) โครงการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาโครงข่ายรถไฟให้ครอบคลุมและเชื่อมโยงพื้นที่ทั่วประเทศและรองรับการขนส่งต่อเนื่องหลายรูปแบบได้อย่างไร้รอยต่อ (R-Map)
สนข. จัดประชุมคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ครั้งที่ 1/2567
รฟม. เดินหน้า เตรียมจ้างที่ปรึกษาศึกษาโครงการ สีเทา – เงิน
Thai PBS Verify ได้ติดต่อสอบถามไปยังการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า โครงการรถไฟฟ้าสายสีฟ้า สายสีเงิน และสายสีเทา ได้ถูกโอนจากกรุงเทพมหานครให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) รับผิดชอบดำเนินการ ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เมื่อเดือนธันวาคม 2567
ความคืบหน้าปัจจุบัน สำหรับโครงการสายสีเทาและสายสีเงิน อยู่ระหว่างการเตรียมจัดจ้างที่ปรึกษาเพื่อทบทวนรายละเอียดและความเหมาะสมของโครงการ ขณะที่โครงการสายสีฟ้า รฟม. อยู่ในขั้นตอนเตรียมศึกษาความเหมาะสม ออกแบบโครงการ รวมถึงจัดทำเอกสารประกวดราคา รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และรายงานความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ต่อไป
เรื่องจริงเป็นอย่างไร?
โพสต์โซเชียลที่อ้างว่า “กรุงเทพมหานคร (กทม.) ยกเลิกโครงการรถไฟฟ้า 3 สาย ได้แก่ สายสีเทา สีเงิน และสีฟ้า” นั้น ไม่เป็นความจริง โดยข้อเท็จจริงคือ กทม. ไม่ได้ยกเลิกโครงการดังกล่าว แต่เป็นการ โอนภารกิจความรับผิดชอบ ไปให้หน่วยงานภายใต้กระทรวงคมนาคมดูแลแทน เพื่อให้การบริหารจัดการโครงข่ายระบบรางมีความเป็นเอกภาพ เชื่อมต่อกันทั้งระบบ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากกระทรวงคมนาคมมีศักยภาพด้านงบประมาณและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงสามารถบูรณาการกับโครงการรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ได้ดีกว่า
ต่อมาในระดับนโยบาย ได้มีมติจากคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 67 เห็นชอบให้โอนโครงการรถไฟฟ้าทั้ง 3 สาย ได้แก่ สายสีเงิน (บางนา–สุวรรณภูมิ) สายสีเทา (วัชรพล–ทองหล่อ) และสายสีฟ้า (ดินแดง–สาทร) จาก กทม. ไปยังกระทรวงคมนาคมอย่างเป็นทางการ ปัจจุบันโครงการยังคงอยู่ในกระบวนการพัฒนา
โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินการ ซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมจ้างที่ปรึกษาเพื่อศึกษาทบทวนความเหมาะสมของโครงการ (สำหรับสายสีเทาและสีเงิน) และการศึกษาความเป็นไปได้ ออกแบบ รวมถึงจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อมและรูปแบบการร่วมลงทุน (สำหรับสายสีฟ้า) ดังนั้น โครงการรถไฟฟ้าทั้ง 3 สายยังไม่ได้ถูกยกเลิก แต่ยังคงเดินหน้าตามขั้นตอนภายใต้หน่วยงานใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในระยะยาว
ทำไมโพสต์นี้ถึงมีการแชร์ในช่วงนี้ ?
สาเหตุที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด อาจมาจากหลายปัจจัย เช่น การใช้คำว่า “โอนโครงการ” ซึ่งในมุมของผู้อ่านทั่วไปอาจตีความว่าเป็นการ “ยุติ” หรือ “ยกเลิก” อีกทั้งโครงการทั้ง 3 สายยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาและยังไม่เริ่มก่อสร้างจริง จึงทำให้ดูเหมือนไม่มีความคืบหน้า ประกอบกับบริบททางการเมืองและความคิดเห็นต่อผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ทำให้มีการใส่แคปชันในลักษณะวิพากษ์วิจารณ์หรือเสียดสี เช่น การกล่าวว่า “อ้างงบไม่พอ” หรือ “คนกรุงเตรียมรับแรงกระแทก” ซึ่งยิ่งทำให้ข้อมูลถูกบิดเบือนและแพร่กระจายได้ง่ายในโซเชียลมีเดีย
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลอย่างเป็นทางการ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเทา สีเงิน และสีฟ้า ยังคงดำเนินการต่อ ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสม ทบทวนรายละเอียด ออกแบบโครงการ รวมถึงจัดทำรายงานสิ่งแวดล้อม (EIA) และรูปแบบการร่วมลงทุน (PPP) ดังนั้น ข้อความที่ว่า “ยกเลิกโครงการ” จึงไม่ถูกต้อง แต่เป็นการเปลี่ยนหน่วยงานเจ้าภาพเพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นในระยะยาว
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบผ่านแหล่งข่าว: Thai PBS Verify ติดต่อสอบถามไปยัง ประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานครโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน, สีเทา และสีฟ้า ให้กระทรวงคมนาคมรับไปบริหารจัดการแทน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมต่อโครงข่ายระบบราง ตั๋วร่วม และรองรับนโยบายค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย
- ตรวจสอบด้วยคำสำคัญ: ที่ประชุม คจร. เมื่อวันที่ 23 ธ.ค. 2567 เห็นชอบโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเงิน สีเทา และสีฟ้า จาก กทม. กลับคืนกระทรวงคมนาคม พร้อมปรับเปลี่ยนแนวรถไฟชานเมืองสายสีแดง (วงเวียนใหญ่-มหาชัย) และเดินหน้าศึกษาแผนพัฒนาโครงข่ายรถไฟทั่วประเทศ (R-Map)
- ตรวจสอบผ่านแหล่งข่าว: Thai PBS Verify สัมภาษณ์รฟม. กล่าวว่า รับโอนโครงการรถไฟฟ้าสายสีฟ้า สีเงิน และสีเทาจาก กทม. ตามมติ คจร. เมื่อ ธ.ค. 2567 ปัจจุบันสายสีเงิน–สีเทาเตรียมจ้างที่ปรึกษาทบทวนโครงการ ส่วนสายสีฟ้าอยู่ระหว่างศึกษาความเหมาะสม ออกแบบ และจัดทำ EIA/PPP
ผลกระทบข้อมูลเท็จนี้
- สร้างความเข้าใจผิดต่อประชาชนในวงกว้าง: ทำให้คนเชื่อว่าโครงการถูก “ยกเลิก” ทั้งที่จริงเป็นเพียงการ “โอนภารกิจ” ส่งผลให้เกิดการรับรู้คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับนโยบายสาธารณะ และทิศทางการพัฒนาเมือง
- กระทบความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานรัฐ: ข่าวลักษณะนี้อาจทำให้ประชาชนมองว่ารัฐบริหารงานล้มเหลว หรือไม่มีงบประมาณ ทั้งที่ข้อเท็จจริงไม่ใช่เช่นนั้น ซึ่งสอดคล้องกับงานศึกษาที่ชี้ว่า “ข่าวปลอม” ทำให้ความไว้วางใจต่อสถาบันลดลง
- ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความขัดแย้ง: เนื้อหาที่บิดเบือนมักถูกแชร์ต่ออย่างรวดเร็วในโซเชียล ทำให้เกิดการถกเถียง ดราม่า หรือโจมตีทางการเมือง ทั้งที่ตั้งอยู่บนข้อมูลไม่ครบถ้วน และอาจขยายเป็นความขัดแย้งในสังคมได้
- กระทบการตัดสินใจของประชาชน: ข้อมูลผิดอาจทำให้ประชาชนเข้าใจนโยบายผิด ส่งผลต่อการตัดสินใจ เช่น การเลือกตั้ง หรือการประเมินผลงานผู้บริหารเมือง
- บิดเบือนภาพรวมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: อาจทำให้ประชาชนเข้าใจว่าโครงการรถไฟฟ้าหยุดชะงัก ทั้งที่จริงยังอยู่ในขั้นตอนศึกษาและดำเนินการต่อ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจและการลงทุนในระยะยาว
- เพิ่มความเสี่ยงต่อการถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองหรือสร้างกระแส: ข่าวลวงมักถูกใช้เพื่อชี้นำความคิดเห็น หรือสร้างความไม่พอใจต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบของ “Information Disorder” ที่ทำให้สังคมสับสนและสุดโต่งมากขึ้น
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- อย่าเพิ่งเชื่อหรือแชร์ทันที: ตั้งข้อสงสัยกับเนื้อหาที่มีลักษณะชวนตกใจหรือใช้ถ้อยคำเร้าอารมณ์ เช่น “ยกเลิกทันที” หรือ “งบไม่พอ” เพราะมักเป็นจุดดึงความสนใจของข่าวบิดเบือน
- ตรวจสอบแหล่งที่มา: ดูว่าโพสต์มาจากหน่วยงานทางการ สื่อหลัก หรือเพจนิรนาม หากไม่ใช่แหล่งที่เชื่อถือได้ ควรระวังเป็นพิเศษ
- เปรียบเทียบกับข้อมูลจากหลายแหล่ง: ค้นหาข่าวจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร หรือกระทรวงคมนาคม ว่ามีข้อมูลตรงกันหรือไม่
- อ่านให้ครบ ไม่ดูแค่พาดหัว: หลายครั้งพาดหัวถูกเขียนให้เข้าใจผิด แต่เนื้อหาจริงอาจไม่ได้ระบุว่า “ยกเลิก” อย่างที่กล่าวอ้าง
- สังเกตรายละเอียดผิดปกติ: เช่น ภาพประกอบที่ไม่สอดคล้องกับเนื้อหา ข้อมูลเก่าเอามาเล่าใหม่ หรือไม่มีการอ้างอิงแหล่งข้อมูลชัดเจน
- ไม่ส่งต่อข้อมูลที่ยังไม่ยืนยัน: การแชร์ต่ออาจทำให้ข้อมูลเท็จแพร่กระจาย และสร้างความเข้าใจผิดในวงกว้าง
- ช่วยแจ้งเตือนหรือรายงานโพสต์: หากพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ สามารถคอมเมนต์ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง หรือใช้ฟังก์ชันรายงานของแพลตฟอร์ม
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่ได้รับความนิยม









