ภาพกราฟิก 7 ธุรกิจบริการคนต่างด้าว ไม่ต้องขออนุญาต ตรวจสอบแล้วเนื้อหาไม่ตรงราชกิจจาฯ ฉบับล่าสุด

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวบิดเบือนจาก: Facebook
ภาพบัญชีเฟซบุ๊ก แชร์ภาพศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมข้อความ 7ธุรกิจบริการ คนต่างด้าวไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจ
Thai PBS Verify พบบัญชีเฟซบุ๊ก แชร์ภาพศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมข้อความ 7ธุรกิจบริการ คนต่างด้าวไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจ
นอกจากนี้ยังมีแคปชันระบุว่า “#7ธุรกิจบริการ
#คนต่างด้าวไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจ!!
ลงนามโดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569
ขณะเดียวกัน กฎกระทรวงฉบับนี้ยังเพิ่มเติมธุรกิจบริการอีก 7 ประเภท ที่คนต่างด้าวไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจ ได้แก่
1.ธุรกิจบริการกิจการโทรคมนาคมฯลฯ
2.ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินฯลฯ
3.ธุรกิจบริการบริหารจัดการงานด้านธุรการ ด้านทรัพยากรบุคคล และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
รวมถึงกรณีผู้ถือหุ้นหรือผู้เป็นหุ้นส่วนซึ่งถือหุ้นหรือเป็นหุ้นส่วนที่มีมูลค่าตั้งแต่ร้อยละ 25 ของทุนของนิติบุคคลหนึ่ง ฯลฯ
4.ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วนฯลฯ
5.ธุรกิจบริการให้ค้ำประกันหนี้ฯลฯ
6.ธุรกิจบริการให้เช่าพื้นที่บางส่วน เพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ในการให้บริการทางการเงินฯลฯ
7.ธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียม ที่ผู้รับจ้างได้ทำสัญญาจ้างฯลฯ
กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2569 ให้ไว้ ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ลงนามโดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569.
ขอบคุณที่มาไทยโพสต์
** กฎหมายขายชาติชัดชัดแบบนี้ ถ้ามีกฎหมายแบบนี้ขึ้นมามันจะเปิดโอกาสให้คนต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยแบบสะดวกสบายเกินไปไหมเมันเป็นกฎหมายขายชาติแบบนี้เท่ากับปล่อยโอกาสให้คนต่างชาติมาแย่งพื้นที่ทำมาหากินในบ้านเราหรือเปล่า?
ใครเป็นคนตั้งกฎหมายนี้ขึ้นมา?
แล้วตั้งขึ้นมาเพื่อใคร?
แล้วใครได้ประโยชน์ ?”
โดยโพสต์ดังกล่าว ถูกเผยแพร่ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 69 มีการแสดงความรู้สึก 81 ครั้ง และมีการแสดงความคิดเห็น 74 ข้อความ และมีการแชร์ไปกว่า 62 ครั้ง
7 ธุรกิจบริการคนต่างด้าว ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจ จริงหรือไม่ ?
ภาพกราฟิกอ้างอะไร ?
เมื่อพิจารณาโพสต์ดังกล่าวอย่างละเอียด Thai PBS Verify พบว่าภาพกราฟิกหลักที่ถูกแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวางนั้นระบุว่า 7 ธุรกิจบริการ คนต่างด้าวไม่ต้องขออนุญาต และระบุรายชื่อธุรกิจไว้ ได้แก่ 1.ธุรกิจโรงแรม 2.ธุรกิจนำเที่ยว 3.ธุรกิจร้านอาหาร 4.ธุรกิจขายของที่ระลึก 5.ธุรกิจบริการด้านกีฬา 6.ธุรกิจโรงเรียนสอนภาษา และ 7. ธุรกิจบริการอื่นตามที่กำหนด
แคปชันอ้างอะไร และทำไมถึงขัดแย้งกัน ?
อย่างไรก็ตาม แคปชันข้อความที่แนบมากับภาพกราฟิกเดียวกันนี้กลับระบุรายละเอียด 7 ธุรกิจไว้เป็นคนละชุดกับภาพกราฟิกโดยสิ้นเชิง คือ 1.ธุรกิจกิจการโทรคมนาคม 2. ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน 3. ธุรกิจบริหารจัดการงานธุรการ ทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีสารสนเทศในเครือ 4. ธุรกิจให้เช่าพื้นที่บางส่วน 5. ธุรกิจให้ค้ำประกันหนี้ 6. ธุรกิจให้เช่าพื้นที่ติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์เพื่อให้บริการทางการเงิน และ 7. ธุรกิจขุดเจาะปิโตรเลียม
กล่าวคือ ภาพกราฟิกและแคปชันของโพสต์เดียวกันมีเนื้อหาขัดแย้งกันเอง โดยภาพกราฟิกที่คนส่วนใหญ่เห็นและแชร์ต่อกันมากที่สุดกลับเป็นส่วนที่ไม่ตรงกับกฎหมาย
นอกจากนี้ เมื่อ Thai PBS Verify นำภาพกราฟิกดังกล่าวไปค้นหาด้วย Google Lens ยังพบว่ามีการนำภาพชุดเดียวกันไปเผยแพร่ซ้ำเป็นจำนวนมากในหลายบัญชีและหลายโพสต์

ตรวจสอบกับราชกิจจานุเบกษา
ต่อมา Thai PBS Verify ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว โดยค้นหาคำสำคัญ “คนต่างด้าว” จากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา พบว่าในเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษามีการประกาศ กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2569

กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2569
กฎกระทรวงฉบับนี้กำหนดประเภท ธุรกิจบริการที่คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาต โดยมีธุรกิจสำคัญที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่
- ธุรกิจด้านการเงิน หลักทรัพย์ และสัญญาซื้อขายล่วงหน้า
ครอบคลุมการให้กู้ยืมเงินเพื่อซื้อหลักทรัพย์ การซื้อหลักทรัพย์โดยมีสัญญาขายคืน รวมถึงธุรกิจเกี่ยวกับสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เช่น ผู้ค้า ที่ปรึกษา และผู้จัดการเงินทุน ตลอดจนธุรกิจศูนย์บริหารเงินตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน - ธุรกิจโทรคมนาคม
ครอบคลุมกิจการโทรคมนาคมที่ได้รับใบอนุญาตแบบที่หนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ไม่มีโครงข่ายโทรคมนาคมเป็นของตนเอง - ธุรกิจบริการระหว่างบริษัทในเครือหรือบริษัทที่มีความสัมพันธ์กัน
ครอบคลุมการให้บริการด้านการบริหารจัดการ เช่น งานธุรการ งานทรัพยากรบุคคล (HR) และงานเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) รวมถึงการรับค้ำประกันหนี้ระหว่างนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน โดยจำกัดเฉพาะหนี้ที่เกิดขึ้นภายในประเทศ - ธุรกิจบริการเพื่ออำนวยความสะดวกแก่พนักงาน
ครอบคลุมการให้เช่าพื้นที่บางส่วนสำหรับติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่ใช้ให้บริการทางการเงิน รวมถึงเครื่องจำหน่ายสินค้าและบริการอัตโนมัติ - ธุรกิจบริการด้านพลังงาน
ครอบคลุมการให้บริการขุดเจาะปิโตรเลียมแก่ผู้รับสัมปทาน ผู้รับสัญญาแบ่งปันผลผลิต หรือผู้รับสัญญาจ้างบริการ
การออกกฎกระทรวงฉบับนี้มีเป้าหมายเพื่อ ส่งเสริมการแข่งขันและเพิ่มความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจ โดยเปิดให้คนต่างด้าวสามารถดำเนินธุรกิจบางประเภทได้โดยไม่ต้องขออนุญาต เนื่องจากเป็นธุรกิจที่คนไทยมีความพร้อมในการแข่งขัน หรือเป็นการให้บริการด้านการบริหารจัดการภายในกลุ่มบริษัทหรือนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันอยู่แล้ว
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประกาศในราชกิจจานุเบกษา ไม่พบว่ามีการระบุถึง 7 ประเภทธุรกิจบริการที่คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ได้แก่ ธุรกิจบริการโรงแรม,นำเที่ยว,ร้านอาหาร,ขายของที่ระลึก, บริการด้านกีฬา,โรงเรียนสอนภาษา และธุรกิจบริการอื่นที่กำหนด ตามที่โพสต์ดังกล่าวกล่าวอ้าง

เรื่องจริงเป็นอย่างไร?
กฎกระทรวงกำหนดธุรกิจบริการที่ไม่ต้องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2569 มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาจริงเมื่อวันที่ 28 ส.ค. 69 และมีการเพิ่มธุรกิจบริการที่คนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจได้โดยไม่ต้องขออนุญาตจำนวน 7 ประเภท
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจทั้ง 7 ประเภทดังกล่าวไม่ใช่ธุรกิจโรงแรม ธุรกิจนำเที่ยว ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก บริการด้านกีฬา โรงเรียนสอนภาษา และธุรกิจบริการอื่นที่กำหนดตามที่โพสต์กล่าวอ้าง
จากการตรวจสอบรายละเอียดในกฎกระทรวง พบว่า 7 ประเภทธุรกิจบริการที่เพิ่มขึ้นเป็นธุรกิจที่มีลักษณะและเงื่อนไขเฉพาะ ได้แก่ กิจการโทรคมนาคมที่ได้รับใบอนุญาตแบบที่ 1 ธุรกิจศูนย์บริหารเงิน ธุรกิจบริการด้านการบริหารจัดการงานธุรการ ทรัพยากรบุคคล และเทคโนโลยีสารสนเทศระหว่างนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กัน ธุรกิจบริการบางประเภทเกี่ยวกับการให้เช่าพื้นที่เพื่อติดตั้งเครื่องอิเล็กทรอนิกส์สำหรับให้บริการทางการเงินและเครื่องจำหน่ายสินค้าและบริการอัตโนมัติ ธุรกิจบริการให้ค้ำประกันหนี้ระหว่างนิติบุคคลที่มีความสัมพันธ์กันภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด รวมถึงธุรกิจบริการขุดเจาะปิโตรเลียมตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกฎหมาย
ดังนั้น ข้อความที่ระบุว่า ราชกิจจานุเบกษาประกาศเพิ่ม 7 ธุรกิจบริการ” นั้นมีส่วนที่เป็นข้อเท็จจริง เพราะกฎกระทรวงฉบับดังกล่าวมีการกำหนดธุรกิจบริการที่ได้รับการยกเว้นจำนวน 7 ประเภทจริง แต่การนำรายการโรงแรม นำเที่ยว ร้านอาหาร ขายของที่ระลึก บริการด้านกีฬา โรงเรียนสอนภาษา และธุรกิจบริการอื่นที่กำหนด มาอ้างว่าเป็น 7 ธุรกิจที่คนต่างด้าวไม่ต้องขออนุญาตนั้นไม่ตรงกับรายละเอียดในกฎกระทรวง
สรุป รายชื่อ 7 ธุรกิจที่ระบุไว้ในแคปชันข้อความของโพสต์มีความใกล้เคียงกับประเภทธุรกิจจริงตามกฎกระทรวง แต่ภาพกราฟิกหลักที่ถูกแชร์ต่อกันอย่างกว้างขวางกลับให้ข้อมูลผิดพลาดโดยสิ้นเชิง จึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนในวงกว้าง
ดังนั้นจึงเข้าข่ายเป็น “ข่าวบิดเบือน” เนื่องจากนำข้อเท็จจริงบางส่วนมาเรียบเรียงและตีความจนทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
กระบวนการตรวจสอบ
- ตรวจสอบจากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา: Thai PBS Verify ได้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว โดยค้นหาคำสำคัญ “คนต่างด้าว” จากเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา พบว่า ประกาศในราชกิจจานุเบกษาจริงยกเว้นเฉพาะธุรกิจการเงิน โทรคมนาคม บริการในเครือ และขุดเจาะปิโตรเลียม ไม่ใช่ 7 ธุรกิจตามที่อ้าง
- ตรวจสอบภาพกราฟิกด้วย Google Lens: Thai PBS Verify นำภาพกราฟิกหลักที่ระบุ 7 ธุรกิจ (โรงแรม นำเที่ยว ร้านอาหาร ฯลฯ) ไปค้นหาย้อนกลับด้วย Google Lens พบว่ามีการนำภาพกราฟิกชุดเดียวกันนี้ไปเผยแพร่ซ้ำเป็นจำนวนมากในหลายบัญชีและหลายโพสต์บนโซเชียลมีเดีย สะท้อนว่าภาพดังกล่าวถูกวนแชร์ซ้ำในวงกว้างมากกว่าจะเป็นข้อมูลที่เพิ่งจัดทำขึ้นประกอบข่าวนี้โดยเฉพาะ
ผลกระทบข้อมูลเท็จ
- ทำให้ประชาชนเข้าใจกฎหมายคลาดเคลื่อน: อาจทำให้เข้าใจว่าคนต่างด้าวสามารถประกอบธุรกิจในประเทศไทยได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องขออนุญาตทุกกรณี
- สร้างความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิทธิของคนต่างด้าว: การระบุว่าเป็น “7 ธุรกิจ” อาจทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับขอบเขตของธุรกิจที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย
- สร้างความกังวลเรื่องการแย่งอาชีพคนไทย: ข้อความในโพสต์อาจทำให้ประชาชนเกิดความรู้สึกว่ากฎหมายเปิดทางให้คนต่างชาติเข้ามาแข่งขันหรือแย่งพื้นที่ทำมาหากินจากคนไทย
- สร้างทัศนคติเชิงลบต่อคนต่างด้าว: การใช้ถ้อยคำรุนแรง เช่น “กฎหมายขายชาติ” อาจกระตุ้นความรู้สึกต่อต้านหรือสร้างความขัดแย้งระหว่างคนไทยกับคนต่างด้าว
- บั่นทอนความน่าเชื่อถือของภาครัฐและกฎหมาย: การนำข้อมูลกฎหมายมาเผยแพร่โดยไม่ครบถ้วนหรือคลาดเคลื่อน อาจทำให้ประชาชนเกิดความไม่ไว้วางใจต่อการออกกฎหมายและการทำงานของหน่วยงานรัฐ
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ: ควรตรวจสอบกับเว็บไซต์หน่วยงานรัฐ ราชกิจจานุเบกษา หรือสื่อที่มีมาตรฐานก่อนเชื่อหรือส่งต่อ
- อ่านข้อมูลจากต้นฉบับให้ครบถ้วน: โดยเฉพาะข้อมูลด้านกฎหมาย ควรตรวจสอบเนื้อหาต้นฉบับและเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่ควรพิจารณาเฉพาะข้อความหรืออินโฟกราฟิกที่ถูกนำมาเผยแพร่
- อย่ารีบแชร์หากยังไม่แน่ใจ: หากพบข้อมูลที่อ้างสิทธิหรือกฎหมายในลักษณะที่อาจสร้างความเข้าใจผิด ควรหยุดตรวจสอบก่อนส่งต่อ
- ระวังการใช้ถ้อยคำที่สร้างความเกลียดชัง: ควรแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น และหลีกเลี่ยงการเหมารวมหรือใช้ถ้อยคำที่อาจสร้างความเกลียดชังต่อคนต่างด้าว
- หากพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ควรแจ้งเตือนผู้อื่น: สามารถชี้แจงด้วยข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และหลีกเลี่ยงการเผยแพร่ซ้ำโดยไม่จำเป็น เพื่อไม่ให้ข้อมูลเท็จแพร่กระจายต่อไป
บทความที่เกี่ยวข้อง
บทความที่ได้รับความนิยม












