Profile icon

เหตุลอบยิงทหารพราน จ.นราธิวาส พบภาพสร้างจาก AI เพิ่มความคมชัดกล้องวงจรปิด ไม่อาจระบุได้ว่า “รอยสัก” เป็นภาพจริงหรือไม่ ?

DateClock icon22:19|สังคมและสุขภาพ
ภาพ AI คนร้ายลอบยิงทหารพรานระแงะมี "รอยสัก" Thai PBS Verify เช็กแล้ว ชี้ชัดภาพ AI สร้างภาพขึ้นเพิ่มเติม ผู้เชี่ยวชาญชี้จุดผิดสังเกตเพียบ ด้านนักวิชาการย้ำ ภาพ AI ไม่สามารถใช้อ้างอิงได้

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของภาพปลอมจาก : Facebook

โพสต์ภาพผู้ก่อเหตุลอบยิงทหารพราน พร้อมตั้งข้อสงสัยว่าผู้ก่อเหตุมีรอยสัก

Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง หลังจากโพสต์ภาพกรณีผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนและขว้างระเบิดไปป์บอมบ์ใส่ทหารพราน บริเวณจุดตรวจบูเก๊ะซามี เขตเทศบาลตำบลตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส ขณะปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 22 ก.ค. 69 จนเป็นเหตุให้ทหาร 5 นาย สังกัด หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 เสียชีวิต โดยระบุว่า

คุณบอกผมหน่อยครับ..คนร้ายมี #รอยสักไม่ครับ.☝️🔥

ทั้งนี้โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 22 ก.ค. 69 ที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เข้ามาแสดงความรู้สึกกว่า 280 ครั้ง รวมถึงถูกแชร์ไปกว่า 530 ครั้งด้วยกัน

ภาพจริงหรือไม่ ?

Thai PBS Verify นำภาพจากโพสต์มาตรวจสอบคำสำคัญ จนพบว่า ภาพต้นฉบับถูกนำมาจากภาพที่ถ่ายจอของกล้องวงจรปิดของเหตุการณ์ดังกล่าว โดยสังเกตได้จากภาพขององค์ประกอบในภาพที่ตรงกันทุกประการ

ภาพจากโพสต์ (ซ้าย) เปรียบเทียบกับ ภาพจากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ (ขวา)

นอกจากนี้เมื่อนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จาก AI or Not พบว่าภาพดังกล่าวมีโอกาสถูกสร้างจาก AI สูงถึง 79%

ผลการตรวจสอบภาพ AI จาก AI or Not

ข้อบกพร่องทางเทคนิคที่ชี้ว่าภาพ AI ไม่ตรงกับความจริง

Thai PBS Verify ยังพบข้อสังเกตสำคัญที่บ่งชี้ว่า ภาพดังกล่าวเกิดจากการนำ AI มาประมวลผลด้วยการเพิ่มความคมชัดของภาพ จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ “AI Hallucination” หรือการที่ AI เดาและสร้างวัตถุขึ้นมาเอง โดยมีข้อสังเกตที่พบ ได้แก่

ปืนที่คนร้ายถือไม่มีอยู่จริง: ภาพอาวุธปืนที่ปรากฏในมือคนร้ายมีรูปร่างและสัดส่วนที่บิดเบี้ยว ไม่ตรงกับโครงสร้างทางกายภาพของปืนชนิดใด ๆ ในโลก

ปืนในภาพมีลักษณะบิดเบี้ยวไม่ตรงกับอาวุธปืนใด ๆ

วัตถุประหลาดข้างหู: ชายที่นั่งอยู่บริเวณกลางภาพปรากฏวัตถุแปลกปลอมติดอยู่บริเวณข้างหู ซึ่งไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสิ่งใด ซึ่งเป็นพฤติกรรมปกติของ AI ที่มักเติมเต็มเงาหรือจุดพิกเซลที่มัวให้กลายเป็นวัตถุรูปร่างแปลก ๆ

วัถตุแปลกปลอมไม่สามารถบอกได้ว่าคืออะไรบริเวณหูของผู้ก่อเหตุ

นิ้วมือและอาวุธบิดเบี้ยว: ชายที่นั่งด้านบนซ้ายของภาพ ปรากฏลักษณะของปืนที่ไม่ตรงกับปืนมาตรฐาน และมี “นิ้วมือที่บิดเบี้ยว” ซึ่งมักมาจากการที่ AI สั่งสร้างภาพที่คำนวณจำนวนและองศาของนิ้วมือผิดพลาด

นิ้วมือที่บิดเบี้ยวบ่งบอกว่าเป็นภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI

ผู้เชี่ยวชาญชี้อาวุธในภาพไม่ตรงกับอาวุธชนิดใดทั้งสิ้น

นายวิทยา สุขสมโสตร หรือ วิทยา กันส์แทคติกส์ ผู้เชี่ยวชาญการใช้อาวุธปืน ให้ความคิดเห็นถึงอาวุธปืนที่ปรากฏในภาพดังกล่าวว่า ภาพอาวุธปืนที่เห็นนั้น มีลักษณะของอาวุธที่ผิดเพี้ยนไปหมด นอกจากนี้โดยปกติผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้ มักนิยมใช้อาวุธปืนเล็กยาวแบบ AK-47 หรือ M-16 ซึ่งมักเป็นปืนที่เคยถูกปล้นและยึดไปจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่ภาพที่เห็นนั้น กลับไม่สามารถระบุได้ว่าปืนในภาพคือปืนชนิดใด

นายวิทยา สุขสมโสตร ผู้เชี่ยวชาญการใช้อาวุธปืน

วิเคราะห์ภาพต้นฉบับ ผู้เชี่ยวชาญระบุไม่มีรอยสัก

สำหรับประเด็นเรื่องของชายในภาพมีรอยสักหรือไม่นั้น เรายังได้นำภาพต้นฉบับไปให้ นายกฤตย์ เหลืองเช็ง นายกสมาคมการค้าและผู้ประกอบการสักลาย วิเคราะห์ภาพต้นฉบับ ซึ่ง นายกสมาคมการค้าและผู้ประกอบการสักลาย ระบุว่า “จากภาพต้นฉบับ ส่วนตัวคิดว่า แขนท่อนล่างของคนในภาพไม่มีรอยสักแต่อย่างใด”  

นายกฤตย์ เหลืองเช็ง นายกสมาคมการค้าและผู้ประกอบการสักลาย

ทำไม AI Upscaling ถึงไม่มีความน่าเชื่อถือ ?

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา ศาลาทอง อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อธิบายถึงหลักการทำงานของ AI ประเภทปรับภาพชัด (Image Enhancement/Upscaling) เอาไว้ว่า การทำงานของ AI ประเภทปรับภาพชัดนั้น ไม่ได้เป็นการ “ดึงข้อมูลที่ซ่อนอยู่” ออกมาจากภาพถ่าย แต่เป็นการ “คาดเดาเชิงสถิติ” ว่า จุดพิกเซลมัว ๆ นั้น น่าจะเป็นอะไร แล้วจึงวาดสิ่งนั้นขึ้นมาใหม่โดยอ้างอิงจากฐานข้อมูลที่เคยเรียนรู้มา

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา ศาลาทอง อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ดังนั้น ผลลัพธ์ไม่ใช่ภาพจริงที่ถูกพัฒนาความคมชัด แต่เป็นเพียงภาพที่ถูกเดาขึ้นมาใหม่ และนอกจากนี้ AI ยังมีโอกาสเกิดอาการหลอนหรือสร้างข้อมูลที่ไม่มีอยู่จริงขึ้นมาเองที่เรียกว่า Hallucination ด้วยเหตุผลสองข้อนี้ เราจึงไม่ควรเชื่อถือภาพที่ผ่าน AI Upscaling

AI มักสร้างภาพจากอคติและความลำเอียง (AI Bias)

นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เจษฎา ยังระบุถึง การแต่งเติมโดย AI ที่ซึมซับความลำเอียงมาด้วย โดยตัวอย่างงานวิจัย ที่ผ่านมา พบว่า เมื่อใส่คำว่า “ผู้ก่อการร้าย” เข้าไป AI มักจะคาดเดาและสร้างภาพออกมาเป็นคนผิวสีดำ หรือชาวมุสลิมตามความเชื่อมโยงที่มีการพูดถึงบ่อยในโลกออนไลน์ การนำมาใช้ในบริบทความมั่นคงจึงต้องระมัดระวังอย่างมาก

AI อาจสร้างความเสี่ยงต่อการเกิดข่าวลวงและการด่วนตัดสินในสังคม โดยเฉพาะหากไม่มีการคัดกรองหรือข้อกำหนดว่าต้องใช้ AI สำหรับงานนิติวิทยาศาสตร์โดยเฉพาะ อาจส่งผลให้บุคคลทั่วไปนำภาพใด ๆ ก็ได้ ไปใส่ AI แล้วนำภาพที่ถูกแต่งเติมใหม่ มาแชร์เพื่อสร้างวาทกรรมชี้นำสังคม (เช่น การอ้างเรื่องการมีหรือไม่มีรอยสักเพื่อระบุตัวตน) ซึ่งจะทำให้เกิดการด่วนตัดสินกันเองบนโลกออนไลน์ และกลายเป็นการแพร่กระจายข่าวสารที่เป็นเท็จอย่างน่ากังวล

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

  • ภาพที่ปรากฏ “รอยสัก” ไม่ใช่ภาพถ่ายจริง แต่เป็นภาพที่ AI วาดขึ้นมาเอง (AI Hallucination): ภาพผู้ก่อเหตุที่มีคนนำมาโพสต์ถามเรื่องรอยสักนั้น เกิดจากการนำภาพนิ่งจากกล้องวงจรปิดไปผ่านโปรแกรมปรับความคมชัด (AI Upscaling) ซึ่งระบบ AI ไม่ได้นำข้อมูลที่ซ่อนอยู่จริงออกมา แต่ใช้วิธี “คาดเดาเชิงสถิติ” แล้ววาดรายละเอียดขึ้นมาใหม่ จนเกิดข้อบกพร่องวิบัติทางเทคนิค สร้างรอยเงามัวบนผิวหนังให้กลายเป็นรอยสัก และวาดวัตถุแปลกปลอมข้างหูรวมถึงอาวุธปืนที่บิดเบี้ยว

  • ภาพต้นฉบับจริง “ไม่มีรอยสัก”: จากการวิเคราะห์ภาพถ่ายกล้องวงจรปิดต้นฉบับอย่างละเอียดโดยผู้เชี่ยวชาญ ยืนยันว่าบริเวณแขนท่อนล่างของผู้ก่อเหตุ ไม่ได้มีรอยสักแต่อย่างใด

  • ผลตรวจจากระบบชี้เป็นภาพ AI สูงถึง 79%: เมื่อนำภาพดังกล่าวไปเข้าเครื่องมือตรวจสอบ AI or Not พบว่ามีความเป็นไปได้สูงถึง 79% ที่ภาพนี้จะถูกสร้างหรือแต่งเติมขึ้นมาใหม่ด้วยปัญญาประดิษฐ์

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

1. พิสูจน์ข้อบกพร่องทางเทคนิคอาวุธปืนและกายภาพ

  • วิเคราะห์อาวุธปืน: นายวิทยา สุขสมโสตร (วิทยา กันส์แทคติกส์) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธปืน ชี้ว่า อาวุธที่ปรากฏในภาพ AI มีสัดส่วนบิดเบี้ยว ผิดเพี้ยน ไม่ตรงกับโครงสร้างปืนชนิดใด ๆ ในโลก ซึ่งปกติผู้ก่อความไม่สงบในภาคใต้มักใช้อาวุธปืนเล็กยาวประเภท AK-47 หรือ M-16 ที่ยึดไปจากเจ้าหน้าที่

  • วิเคราะห์นิ้วมือและวัตถุประหลาด: พบว่านิ้วมือของผู้ก่อเหตุที่ด้านบนฝั่งซ้ายบิดเบี้ยว และมีก้อนวัตถุประหลาดเกาะอยู่ข้างหูชายตรงกลาง ซึ่งเป็นอัตลักษณ์การคำนวณผิดพลาดปกติของ AI ที่พยายามเติมจุดพิกเซลมัว ๆ ให้กลายเป็นวัตถุ

2. พิสูจน์รอยสักจากภาพต้นฉบับ

นายกฤตย์ เหลืองเช็ง นายกสมาคมการค้าและผู้ประกอบการสักลาย ได้ตรวจสอบไฟล์ภาพจากกล้องวงจรปิดต้นฉบับแบบเคียงข้าง และให้ความเห็นทางวิชาชีพว่า บริเวณท่อนแขนล่างของผู้ก่อเหตุในภาพจริงไม่ได้มีรอยสักอย่างที่เข้าใจ

3. ทำความเข้าใจกลไก AI Upscaling และ AI Bias

ผศ.ดร.เจษฎา ศาลาทอง อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ข้อมูลทางวิชาการที่สำคัญ 2 ประการ

  • AI Upscaling คือการ “เดา” ไม่ใช่ดึงภาพจริง: โปรแกรมเพิ่มความคมชัดจะวาดภาพขึ้นใหม่จากสถิติฐานข้อมูล ผลลัพธ์จึงไม่ใช่ภาพจริงที่ชัดขึ้น แต่เป็น ภาพวาดใหม่ที่ AI คิดไปเอง (AI Hallucination)

  • ความลำเอียงของปัญญาประดิษฐ์ (AI Bias): AI มักซึมซับอคติจากอินเทอร์เน็ต เมื่อระบบประมวลผลคำที่เกี่ยวกับ “ผู้ก่อการร้าย” หรือ “อาชญากร” AI มักจะคาดเดาและแต่งเติมคุณลักษณะบางอย่างลงไปในภาพเองโดยอัตโนมัติ

ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้

  • สร้างวาทกรรมชี้นำและทำให้สังคมด่วนตัดสิน: การนำภาพที่ถูก AI เดาและวาดขึ้นมาใหม่ไปโพสต์ปั่นกระแสเรื่อง “รอยสัก” ทำให้ประชาชนในโลกออนไลน์เกิดความเข้าใจผิด ด่วนตัดสิน และนำไปสู่การตั้งข้อสันนิษฐานที่ผิดทิศทาง

  • แทรกแซงและสร้างความสับสนต่อกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์: ในคดีความมั่นคงระดับชาติ การใช้ภาพที่ผ่าน AI Upscaling โดยไม่มีหลักวิชาการรองรับ อาจสร้างความสับสนให้แก่สังคม และบิดเบือนพยานหลักฐานจริงที่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ในการติดตามจับกุมคนร้าย

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • อย่าเชื่อภาพที่ผ่านการปรับความคมชัดด้วย AI ทั่วไป: ภาพจากกล้องวงจรปิดที่เบลอ ไม่สามารถทำให้ชัดขึ้นอย่างถูกต้องได้ด้วยแอปพลิเคชัน AI ตามท้องตลาด เพราะโปรแกรมเหล่านั้นคือการ “แต่งเติมภาพขึ้นมาใหม่” ไม่ใช่ภาพจริง

  • ใช้นิติวิทยาศาสตร์ในการยืนยันตัวตน: การสืบหาตัวผู้ก่อเหตุในคดีความมั่นคง ต้องพึ่งพากระบวนการตรวจพิสูจน์พยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและพิสูจน์หลักฐานเท่านั้น ไม่ควรใช้แอปพลิเคชันส่วนตัวมาปรับแต่งรูปภาพแล้วตัดสินเอง

  • หยุดแชร์ภาพที่สร้างความแตกแยก: หากพบเห็นภาพที่สงสัยว่าใช้ AI ปรับแต่งเพื่อชี้นำประเด็นเรื่องรอยสัก สัญชาติ หรือเชื้อชาติ หลีกเลี่ยงการกดแชร์ต่อ และสามารถส่งลิงก์มาให้ Thai PBS Verify ช่วยทำการคัดกรองความถูกต้องเพื่อตัดวงจรเฟคนิวส์ในสังคมออนไลน์

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน