คลิป นายกฯ อิตาลี คลุมธงปาเลสไตน์ต่อหน้าเนทันยาฮู สร้างด้วย AI

ข่าวปลอมDateClock icon20:02|รอบโลก
คลิปอ้าง “จอร์เจีย เมโลนี” นายกรัฐมนตรีอิตาลี ประกาศไม่ยืนเคียงข้างผู้สังหารเด็ก พร้อมเดินคลุมธงปาเลสไตน์ต่อหน้า “เนทันยาฮู” ถูกแชร์กว่า 1.7 ล้านครั้ง แท้จริงสร้างจาก AI ขณะที่ธงในคลิปไม่ตรงกับธงชาติปาเลสไตน์

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาข่าวปลอมจาก: X

ภาพบัญชี x แชร์วิดีโอ นายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี ระบุว่า ““ฉันเป็นผู้หญิงและเป็นแม่ ไม่อาจยืนเคียงข้างผู้สังหารเด็กผู้บริสุทธิ์ “

ภาพบัญชี x แชร์วิดีโอ นายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี ระบุว่า ““ฉันเป็นผู้หญิงและเป็นแม่ ไม่อาจยืนเคียงข้างผู้สังหารเด็กผู้บริสุทธิ์ “

 

Thai PBS Verify พบบัญชี x แชร์วิดีโอ นายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี  ระบุว่า 

“Italian Prime Minister Giorgia Meloni: “I am a woman and at the same time a mother. I cannot stand side by side with someone who kills innocent children.”

แปลเป็นภาษาไทยโดยใช้  Google Translate ระบุว่า 

“ฉันเป็นผู้หญิง และในขณะเดียวกันก็เป็นแม่คนหนึ่ง ฉันไม่สามารถยืนเคียงข้างคนที่สังหารเด็กผู้บริสุทธิ์ได้ หญิงผู้กล้าหาญคนนี้ยังคงเดินไปพร้อมกับธงปาเลสไตน์ที่คลุมอยู่รอบคอ ต่อหน้าเนทันยาฮู”

ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมียอดผู้เข้าชม 1,700,000 ครั้ง มีการแสดงความรู้สึก 24,000 ครั้ง  และการแสดงความคิดเห็น 770 ข้อความและมีการรีโพสต์ไปกว่า  3,000 ครั้ง 

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ? 

Thai PBS Verify พบบัญชี X แชร์วิดีโออ้างว่า จอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี กล่าวข้อความว่า “ฉันเป็นผู้หญิง และในขณะเดียวกันก็เป็นแม่คนหนึ่ง ฉันไม่สามารถยืนเคียงข้างคนที่สังหารเด็กผู้บริสุทธิ์ได้” พร้อมระบุว่าเมโลนีเดินโดยมีธงปาเลสไตน์คลุมคออยู่ต่อหน้า เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เมื่อนำวิดีโอดังกล่าวมาตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจ AI พบว่า มีโอกาสสูงที่จะถูกสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI ขณะที่การตรวจสอบธงที่ปรากฏในคลิปด้วย Google Lens พบว่าลักษณะของธงไม่ตรงกับธงชาติปาเลสไตน์ 

ทั้งนี้ เมโลนี มีจุดยืนต่อสถานการณ์ปาเลสไตน์และกาซาจริง โดยสนับสนุน แนวทางสองรัฐ และเคยวิพากษ์วิจารณ์ผลกระทบต่อพลเรือนจากปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ยุติการสู้รบและเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่กาซา 

ขณะเดียวกัน รัฐบาลอิตาลีภายใต้การนำของเมโลนีได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์ รวมถึงรับเด็กและผู้ได้รับบาดเจ็บจากกาซาเข้ารับการรักษาในอิตาลี อย่างไรก็ตาม เมโลนีไม่ได้สนับสนุนฝ่ายปาเลสไตน์โดยไม่มีเงื่อนไข โดยยังประณามการโจมตีของฮามาสเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 66 และเรียกร้องให้ปล่อยตัวประกันทั้งหมด

ตรวจสอบความโปร่งใสของบัญชี

Thai PBS Verify ตรวจสอบความโปร่งใสของบัญชี พบว่า บัญชีชื่อ Hakikat Sesi ถูกสร้างเมื่อเดือน มี.ค. 69 ในพื้นที่ตุรกี 

ตรวจสอบความโปร่งใสของบัญชี พบว่า บัญชีชื่อ Hakikat Sesi ถูกสร้างเมื่อเดือน มี.ค. 69 ในพื้นที่ตุรกี

อย่างไรก็ตามพบว่าในโพสต์ดังกล่าวมีผู้ใช้เพิ่มข้อมูลประกอบที่เห็นว่าควรรู้ระบุว่า เป็นคลิปที่ถูกสร้างจาก AI 

โพสต์ดังกล่าวมีผู้ใช้เพิ่มข้อมูลประกอบที่เห็นว่าควรรู้ระบุว่า เป็นคลิปที่ถูกสร้างจาก AI

นายกรัฐมนตรีอิตาลี พูดจริงหรือไม่ ?

Thai PBS Verify นำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบคลิป AI  เช่น bitmind และ deepfakedetection พบว่ามีโอกาสสูงที่ถูกสร้างจาก AI 

ผลการตรวจสอบเว็บไซต์ bitmind

ผลการตรวจสอบเว็บไซต์ bitmind

ผลการตรวจสอบเว็บไซต์ deepfakedetection

ผลการตรวจสอบเว็บไซต์ deepfakedetection

ธงที่คลุมตัวอยู่ในคลิป ใช่ธงปาเลสไตน์หรือไม่ ?

Thai PBS Verify ใช้การค้นหาด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่า ธงชาติในคลิปไม่ตรงกับธงชาติปาเลสไตน์ในเว็บไซต์  Flagpedia ซึ่งเป็นเว็บไซต์แหล่งข้อมูลด้านธงวิทยา พบว่า แถบสีในคลิปไม่ตรงกับสีของธงชาติปาเลสไตน์แต่อย่างใด 

ภาพเปรียบเทียบธงชาติในคลิป (ซ้าย) และภาพธงชาติปาเลสไตน์จากเว็บไซต์  Flagpedia

ภาพเปรียบเทียบธงชาติในคลิป (ซ้าย) และภาพธงชาติปาเลสไตน์จากเว็บไซต์  Flagpedia

นายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี เกี่ยวข้องอะไรกับ ปาเลสไตน์ ? 

นายกรัฐมนตรีอิตาลี จอร์เจีย เมโลนี (Giorgia Meloni) มีความเกี่ยวข้องกับปาเลสไตน์ ทั้งในเชิงนโยบายต่างประเทศ ท่าทีทางการเมือง และความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โดยเมโลนีแสดงจุดยืนสนับสนุนสิทธิของชาวปาเลสไตน์ในการจัดตั้งรัฐอิสระ และไม่เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ที่ปฏิเสธแนวคิดการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ พร้อมวิพากษ์วิจารณ์การสร้างนิคมตั้งถิ่นฐานในเขตเวสต์แบงก์ 

แม้จะสนับสนุนสิทธิของชาวปาเลสไตน์ แต่เมโลนีระบุว่า การรับรองรัฐปาเลสไตน์ของอิตาลีต้องอยู่บนเงื่อนไข 2 ข้อ ได้แก่ การปล่อยตัวประกันทั้งหมดที่ถูกจับกุมตั้งแต่เหตุการณ์วันที่ 7 ตุลาคม และการตัดกลุ่มฮามาสออกจากการบริหารรัฐบาลปาเลสไตน์ โดยต้องฟื้นฟูและปฏิรูปสถาบันการเมืองปาเลสไตน์ที่มีความชอบธรรมเข้ามารับช่วงต่อ 

ขณะเดียวกัน เมโลนีวิจารณ์ปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในกาซาว่าได้ข้ามเส้นความเหมาะสมและส่งผลกระทบต่อพลเรือนอย่างรุนแรง พร้อมเรียกร้องให้อิสราเอลยุติการโจมตีทางทหาร ยอมรับกระบวนการหยุดยิง และเปิดทางให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมเข้าสู่พื้นที่ 

ด้านความช่วยเหลือ อิตาลีภายใต้การนำของเมโลนีได้เปิดตัวโครงการ Food for Gaza เพื่อช่วยเหลือด้านอาหารและเวชภัณฑ์แก่ชาวปาเลสไตน์ รวมถึงรับเด็กและผู้บาดเจ็บชาวปาเลสไตน์มารักษาตัวในโรงพยาบาลที่อิตาลี นอกจากนี้ เมโลนียังได้พบกับมาห์มูด อับบาส (Mahmoud Abbas) ประธานาธิบดีปาเลสไตน์ ณ กรุงโรม เพื่อหารือแนวทางความร่วมมือ ยืนยันการสนับสนุนทางแก้แบบสองรัฐ และการมีส่วนร่วมของอิตาลีในการฟื้นฟูกาซาหลังสงคราม

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  1. ตรวจสอบความโปร่งใสของบัญชี : เมื่อตรวจสอบความโปร่งใสของบัญชี พบว่า บัญชีชื่อ Hakikat Sesi ถูกสร้างเมื่อเดือน มี.ค. 69 ในพื้นที่ตุรกี 
  2. ตรวจสอบผ่านเครื่องมือตรวจสอบคลิป AI: นำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจสอบคลิป AI  เช่น bitmind และ deepfakedetection พบว่ามีโอกาสสูงที่ถูกสร้างจาก AI
  3. ตรวจสอบด้วย Google lens: ใช้การค้นหาด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ Google Lens พบว่า ธงชาติในคลิปไม่ตรงกับธงชาติปาเลสไตน์ในเว็บไซต์  Flagpedia ซึ่งเป็นเว็บไซต์แหล่งข้อมูลด้านธงวิทยา พบว่า แถบสีในคลิปไม่ตรงกับสีของธงชาติปาเลสไตน์แต่อย่างใด

ผลกระทบข้อมูลเท็จ 

  1. ทำให้ประชาชนเข้าใจท่าทีของเมโลนีคลาดเคลื่อน
    ผู้ที่เห็นคลิปอาจเชื่อว่าเมโลนีเคยกล่าวข้อความดังกล่าวและแสดงสัญลักษณ์สนับสนุนปาเลสไตน์ต่อหน้าเนทันยาฮู ทั้งที่คลิปมีแนวโน้มถูกสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI
  2. บิดเบือนจุดยืนทางการเมืองระหว่างประเทศ
    คลิปอาจทำให้เข้าใจว่าอิตาลีหรือเมโลนีมีจุดยืนต่อต้านอิสราเอลอย่างชัดเจน ขณะที่จุดยืนจริงของเมโลนีมีความซับซ้อน ทั้งสนับสนุนแนวทางสองรัฐและความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ชาวปาเลสไตน์ พร้อมกับประณามการโจมตีของฮามาสและเรียกร้องให้ปล่อยตัวประกัน
  3. เพิ่มความขัดแย้งและการแบ่งขั้วในประเด็นอิสราเอล–ปาเลสไตน์
    เนื้อหาที่สร้างภาพว่าผู้นำประเทศเลือกสนับสนุนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างชัดเจน อาจกระตุ้นความเห็นต่าง ความเกลียดชัง หรือการโต้เถียงรุนแรงบนสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะประเด็นที่มีความอ่อนไหวสูง
  4. ทำให้ผู้คนเข้าใจผิดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
    การนำภาพของบุคคลจริงมาประกอบกับคำพูดหรือเหตุการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้น อาจทำให้ผู้ชมเชื่อว่าเป็นเหตุการณ์จริง และนำไปเผยแพร่ต่อโดยไม่ตรวจสอบ
  5. บั่นทอนความน่าเชื่อถือของข้อมูลข่าวสารและภาพวิดีโอ
    เมื่อ AI สามารถสร้างคลิปที่ทำให้บุคคลสาธารณะดูเหมือนพูดหรือทำสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น อาจทำให้ประชาชนแยกแยะระหว่างภาพจริงกับภาพสังเคราะห์ได้ยากขึ้น และส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อข้อมูลบนโลกออนไลน์

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  1. ตรวจสอบแหล่งที่มา ดูว่าคลิปถูกเผยแพร่จากบัญชีหรือสำนักข่าวที่น่าเชื่อถือหรือไม่ และมีแหล่งข่าวอื่นรายงานเหตุการณ์เดียวกันหรือไม่
  2. อย่าเชื่อเพียงคำบรรยายประกอบคลิป เพราะข้อความที่เขียนกำกับอาจไม่ตรงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ควรตรวจสอบคลิปต้นฉบับและบริบทของเหตุการณ์
  3. ตรวจสอบภาพและวิดีโอด้วยเครื่องมือค้นหา เช่น Google Lens เพื่อดูว่าภาพหรือวัตถุในคลิปตรงกับเหตุการณ์จริงหรือถูกนำมาดัดแปลง
  4. ระวังคลิปที่อาจสร้างหรือดัดแปลงด้วย AI โดยเฉพาะคลิปที่ใบหน้า การเคลื่อนไหวของปาก เสียง หรือรายละเอียดในภาพดูผิดธรรมชาติ สามารถนำไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับสื่อที่สร้างด้วย AI เพิ่มเติมได้
  5. ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะคำพูดหรือจุดยืนของผู้นำประเทศ ควรตรวจสอบจากเว็บไซต์รัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือสำนักข่าวที่มีมาตรฐาน
  6. แยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น กรณีนี้ แม้เมโลนีจะมีจุดยืนเกี่ยวกับสถานการณ์ปาเลสไตน์และสนับสนุนแนวทางสองรัฐ แต่ไม่ได้หมายความว่าคำพูดหรือเหตุการณ์ในคลิปจะเป็นเรื่องจริง
  7. หากพบว่าเป็นข้อมูลเท็จ ไม่ควรรีโพสต์เพื่อเพิ่มการเข้าถึง แม้ต้องการเตือนผู้อื่น เพราะการแชร์ซ้ำอาจทำให้ข้อมูลดังกล่าวแพร่กระจายต่อไป ควรระบุข้อเท็จจริงและแหล่งข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วแทน

 

Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Verify

บทความที่เกี่ยวข้อง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!