คลิปโจมตีสวน BM-21 กัมพูชา ระเบิดกระจาย ที่แท้เป็นวิดีโอ AI

ข่าวปลอมDateClock icon15:32|การเมือง
คลิปยิงถล่มตอบโต้ใส่จรวดหลายลำกล้อง BM-21 ของกองทัพกัมพูชา ที่มียอดวิวเกือบ 3 ล้านครั้ง Thai PBS Verify ตรวจสอบแล้วพบเป็นเพียงคลิปที่สร้างจาก AI เพียงเท่านั้น เตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อและหยุดส่งต่อข่าวปลอม

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook

โพสต์วิดีโอ พร้อมติดแฮชแท็ก #พัสดุส่งถึงที่ #เขมรเริ่มก่อน

Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์วิดีโอจากผู้ใช้ Facebook ชื่อ จักรพันธ์ ทิพย์เสนา ที่ได้มีการอัพโหลดวิดีโอของเครื่องยิงจรวด BM-21 ของกองทัพกัมพูชา ก่อนที่จะถูกโจมตีทางอากาศจากฝ่ายไทย พร้อมติดแฮชแท็ก #พัสดุส่งถึงที่ #เขมรเริ่มก่อน โดยโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568

ทั้งนี้พบว่า คลิปดังกล่าวมีผู้เข้าชมมากกว่า 2.8 ล้านครั้ง รวมถึงมีการแสดงความรู้สึกกว่า 41,231 คน และยอดแชร์กว่า 752 ครั้ง โดยผู้เข้ามาแสดงความเห็นส่วนใหญ่จะออกความเห็นไปในทางสร้างความเกลียดชัง และเข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง 

คลิปวิดีโอเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ?

Thai PBS Verify ได้มีการนำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปตรวจสอบ ด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จาก Hive Moderate โดยผลจากการตรวจสอบพบว่า มีความเป็นไปได้ที่คลิปดังกล่าวถูกสร้างจาก AI ถึง 99.6%

ผลการตรวจสอบโดยเว็บไซต์ Hive Moderation พบว่าถูกสร้างจาก AI 99.6%

นอกจากนี้เมื่อสังเกตรายละเอียดภายในคลิปวิดีโอ เราพบจุดผิดปกติของคลิปวิดีโอ เช่น ในช่วงนี้จรวดนัดที่ 2 ได้มีการยิงออกไปในมุมที่ผิดปกติ และการโจมตีจากฝั่งไทยที่ไม่มีวิถีการยิง หรือทิ้งระเบิด เหมือนกับการโจมตีอื่น ๆ ที่ได้มีการเผยแพร่ภาพกันในอินเทอร์เน็ต 

และในช่วงเวลาหนึ่งของวิดีโอ กลับมีลายน้ำของแอปพลิเคชัน “Sora” (Sora Text to Model) ขึ้นมา ซึ่งเป็นแอปสำหรับทำ AI-Generate Video ในเครือของ Open AI หรือบริษัทเดียวกับที่ทำแอปพลิเคชัน Chat GPT ก่อนที่จะถูกเบลอไปในภายหลัง

มีการพบลายน้ำของเว็บไซต์สร้างวิดีโอ AI “Sora Text to Model” อยู่บนวิดีโอ

BM-21 ของจริงในการรบเป็นอย่างไร ?

Thai PBS Verify ได้มีการสืบค้นหาข้อมูล และบันทึกการรบของเครื่องยิงจรวดแบบ BM-21 Grad ของกัมพูชาที่มีการใช้งานในหลาย ๆ ครั้ง พบว่า

กัมพูชามีการใช้งานเครื่องยิงจรวดแบบ BM-21 Grad ในพื้นที่หลายแบบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการยิงแบบไม่เลือกเป้า จากการตั้งฐานยิงในหลาย ๆ พื้นที่ จากประสิทธิภาพและความคล่องตัวของตัวรถบรรทุกที่แบกเครื่องยิงจรวดไว้บนหลัง ทำให้สามารถยิงแล้วหนีได้ในทันที (Shoot and Scoot)

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ

Infographic แสดงระยะยิงของ BM-21 และเครื่องยิงจรวดชนิดอื่น ๆ ที่กองทัพกัมพูชามีประจำการ (ภาพจาก Facebook Thai PBS)

จากหลายหลักฐานที่มีการปรากฏภาพของคลังและยุทโธปกรณ์ทางการทหาร ที่มีการตั้งอยู่ในพื้นที่ของโบราณสถาน และพื้นที่ชุมชน เห็นได้จากโซเชียลมีเดียของทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่ทางกัมพูชาใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จ และลดโอกาสการถูกโจมตีโดยฝั่งไทย ด้วยการใช้สิ่งปลูกสร้าง และชุมชนโดยรอบเพื่อเป็นโล่ค้ำประกันไม่ให้ถูกยิงตอบโต้

อย่างไรก็ตามกองทัพบกและกองทัพอากาศไทย ได้มีการโจมตีกลับด้วยอาวุธความแม่นยำสูง เช่น ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ หรือปืนใหญ่ความแม่นยำสูง ส่งผลให้เกิดความเสียหายบริเวณรอบข้างต่ำมาก

หลักฐานชัดกัมพูชาใช้พื้นที่ชุมชนเป็นฐานยิง BM-21 ใส่ไทย

ตัวอย่างสถานที่ที่กัมพูชามีการใช้เป็นฐานยิงและฐานที่มั่นของกัมพูชา ที่ได้มีภาพถ่ายหรือวิดีโอยืนยันมาแล้วมีดังนี้

  • ชุมชนในประเทศกัมพูชา: พื้นที่หมู่บ้านตรงข้าม อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ถูกใช้เพื่อซ่อนอำพรางเครื่องยิง หรือบรรจุจรวด ซึ่งถูกทำลายโดยกองทัพอากาศในภายหลัง
  • โบราณสถาน: สะพานหินสเปียนโต๊ป และพื้นที่รอบปราสาทตาควาย ซึ่งล้วนเป็นโบราณสถาน ถูกใช้เป็นพื้นที่บรรจุจรวดในช่วงของการปะทะด้วยเช่นกัน

เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?

วิดีโอที่ถูกเผยแพร่ไป เป็นเพียงวิดีโอ AI-Generate ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความเข้าใจผิด และหวังยอดวิว โดยอ้างอิงข่าวที่มีการเผยแพร่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเพียงเท่านั้น

Verification Documentกระบวนการตรวจสอบ

  • การตรวจสอบด้วยเครื่องมือ AI Detector: มีการนำคลิปวิดีโอไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Hive Moderation จนพบว่าวิดีโอนี้ ถูกสร้างจาก AI 99.6%
  • การสังเกตรายละเอียดในวิดีโอ: มีการตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ภายในภาพ จนพบกับสิ่งที่ผิดปกติ เช่น วิถีจรวดที่ถูกยิงไปในมุมที่ผิดปกติ และลายน้ำ Sora AI ก่อนที่จะถูกเบลอไปในเวลาต่อมา

ผลกระทบจากข้อมูลเท็จนี้

  • ความมั่นคงระดับชายแดน: อาจสร้างความเข้าใจผิดให้กับเจ้าหน้าที่หรือประชาชนในพื้นที่ จนนำไปสู่ความตึงเครียดหรือการระแวดระวังที่เกินความจำเป็น 
  • การกระตุ้นกระแสชาตินิยมสุดโต่ง: วิดีโอประเภทนี้มักถูกนำไปใช้ในเพจการเมืองหรือกลุ่มโซเชียลเพื่อปั่นกระแส “ความเกลียดชัง” ระหว่างประเทศ ซึ่งบดบังข้อเท็จจริงทางภูมิรัฐศาสตร์
  • ความเชื่อมั่นในสื่อหลัก: เมื่อคลิปปลอมแพร่กระจายและคนเชื่อไปแล้ว แม้สื่อหลักจะออกมาแก้ข่าว ก็มักจะมีกลุ่มคนที่เลือกจะเชื่อภาพที่เห็นไปแล้ว ส่งผลให้การรับรู้ความจริงบิดเบี้ยว
  • การลดทอนความน่าเชื่อถือของ “หลักฐาน”: ในอนาคตเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงขึ้น คนอาจจะตั้งคำถามว่า “นี่ก็ AI หรือเปล่า?” ทำให้การสื่อสารในภาวะวิกฤตทำได้ยากขึ้น

ความคิดเห็นของผู้ชมคลิปส่วนใหญ่เชื่อว่าคลิปดังกล่าวเป็นเรื่องจริง

Guidelinesข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?

  • ตรวจสอบความสมจริงของฟิสิกส์และแสงเงา
    • ควันและไฟ: AI มักสร้างควันจากการระเบิดที่มีลักษณะ “ฟุ้งกระจายไม่เป็นธรรมชาติ” หรือมีรูปร่างซ้ำ ๆ กัน
    • รายละเอียดตัวรถ: สังเกตที่ล้อหรือท่อยิงจรวดของ BM-21 หากเส้นสายดูเบลอหรือมีการขยับที่ผิดเพี้ยน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็น AI
  • เช็ก “แหล่งข่าวต้นทาง”
    • หากมีการโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นจริง จะต้องมีรายงานจาก หน่วยงานความมั่นคง หรือ ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ ไม่ใช่โผล่มาแค่ในคลิปสั้นบน TikTok หรือ YouTube โดยไม่มีที่มา
  • สังเกตเสียงประกอบ (Audio Context)
    • คลิป AI มักใช้เสียง Effect สงครามที่ซ้ำซ้อนหรือดูเหมือนเสียงในภาพยนตร์มากกว่าเสียงที่บันทึกจากอุปกรณ์จริงที่มีเสียงลมหรือเสียงรบกวนรอบข้าง
  • ระวังการพาดหัวแบบ “Clickbait”
    • มักใช้คำที่เร้าอารมณ์ เช่น “ด่วน! ไทยเอาคืนแล้ว”, “กัมพูชาเสียหายยับเยิน”  ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของคอนเทนต์ปั่นยอดวิว
Verify

แท็กที่เกี่ยวข้อง

Verify

ผู้เขียน

Author

Verify

ผู้เรียบเรียง

Verify

บทความที่ได้รับความนิยม

Cyber Safe Life : รู้ทันกลลวงให้โลกออนไลน์ปลอดภัยสำหรับทุกคน

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

“ศรัทธาพยากรณ์อากาศ” เมื่อ “ความถูกใจ” ไม่สามารถวัดได้ด้วย “ความถูกต้อง”

เกิดกระแสความตื่นตระหนกในโลกออนไลน์ หลังเพจพยากรณ์อากาศอิสระเตือนภัย "มหาอุทกภัย" ในภาคตะวันออกและกรุงเทพฯ ภายใน 120 ชั่วโมง จนกลายเป็นไวรัลสะเทือนโซเชียล อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา กรมชลประทาน และนักวิชาการ ได้ออกมาโต้แย้งข้อมูลดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าประเทศไทยมีฝนตกหนักจริง แต่ปริมาณน้ำยังห่างไกลจากมหาอุทกภัยปี 2554 อย่างสิ้นเชิง ปรากฏการณ์นี้สะท้อนภาพ "ศรัทธาพยากรณ์อากาศ" ที่เกิดขึ้นเมื่อความถูกใจของสังคมวิ่งนำความถูกต้องของข้อมูลวิชาการ

23 ก.ย. 69

Open article
ตรวจสอบข่าวปลอมทักเลย!