คลิปโจมตีสวน BM-21 กัมพูชา ระเบิดกระจาย ที่แท้เป็นวิดีโอ AI

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Facebook
โพสต์วิดีโอ พร้อมติดแฮชแท็ก #พัสดุส่งถึงที่ #เขมรเริ่มก่อน
Thai PBS Verify ตรวจสอบโพสต์วิดีโอจากผู้ใช้ Facebook ชื่อ จักรพันธ์ ทิพย์เสนา ที่ได้มีการอัพโหลดวิดีโอของเครื่องยิงจรวด BM-21 ของกองทัพกัมพูชา ก่อนที่จะถูกโจมตีทางอากาศจากฝ่ายไทย พร้อมติดแฮชแท็ก #พัสดุส่งถึงที่ #เขมรเริ่มก่อน โดยโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2568
ทั้งนี้พบว่า คลิปดังกล่าวมีผู้เข้าชมมากกว่า 2.8 ล้านครั้ง รวมถึงมีการแสดงความรู้สึกกว่า 41,231 คน และยอดแชร์กว่า 752 ครั้ง โดยผู้เข้ามาแสดงความเห็นส่วนใหญ่จะออกความเห็นไปในทางสร้างความเกลียดชัง และเข้าใจว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริง
คลิปวิดีโอเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ?
Thai PBS Verify ได้มีการนำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปตรวจสอบ ด้วยเครื่องมือตรวจสอบภาพ AI จาก Hive Moderate โดยผลจากการตรวจสอบพบว่า มีความเป็นไปได้ที่คลิปดังกล่าวถูกสร้างจาก AI ถึง 99.6%
ผลการตรวจสอบโดยเว็บไซต์ Hive Moderation พบว่าถูกสร้างจาก AI 99.6%
นอกจากนี้เมื่อสังเกตรายละเอียดภายในคลิปวิดีโอ เราพบจุดผิดปกติของคลิปวิดีโอ เช่น ในช่วงนี้จรวดนัดที่ 2 ได้มีการยิงออกไปในมุมที่ผิดปกติ และการโจมตีจากฝั่งไทยที่ไม่มีวิถีการยิง หรือทิ้งระเบิด เหมือนกับการโจมตีอื่น ๆ ที่ได้มีการเผยแพร่ภาพกันในอินเทอร์เน็ต
และในช่วงเวลาหนึ่งของวิดีโอ กลับมีลายน้ำของแอปพลิเคชัน “Sora” (Sora Text to Model) ขึ้นมา ซึ่งเป็นแอปสำหรับทำ AI-Generate Video ในเครือของ Open AI หรือบริษัทเดียวกับที่ทำแอปพลิเคชัน Chat GPT ก่อนที่จะถูกเบลอไปในภายหลัง
มีการพบลายน้ำของเว็บไซต์สร้างวิดีโอ AI “Sora Text to Model” อยู่บนวิดีโอ
BM-21 ของจริงในการรบเป็นอย่างไร ?
Thai PBS Verify ได้มีการสืบค้นหาข้อมูล และบันทึกการรบของเครื่องยิงจรวดแบบ BM-21 Grad ของกัมพูชาที่มีการใช้งานในหลาย ๆ ครั้ง พบว่า
กัมพูชามีการใช้งานเครื่องยิงจรวดแบบ BM-21 Grad ในพื้นที่หลายแบบ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการยิงแบบไม่เลือกเป้า จากการตั้งฐานยิงในหลาย ๆ พื้นที่ จากประสิทธิภาพและความคล่องตัวของตัวรถบรรทุกที่แบกเครื่องยิงจรวดไว้บนหลัง ทำให้สามารถยิงแล้วหนีได้ในทันที (Shoot and Scoot)
Infographic แสดงระยะยิงของ BM-21 และเครื่องยิงจรวดชนิดอื่น ๆ ที่กองทัพกัมพูชามีประจำการ (ภาพจาก Facebook Thai PBS)
จากหลายหลักฐานที่มีการปรากฏภาพของคลังและยุทโธปกรณ์ทางการทหาร ที่มีการตั้งอยู่ในพื้นที่ของโบราณสถาน และพื้นที่ชุมชน เห็นได้จากโซเชียลมีเดียของทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา ซึ่งเป็นยุทธวิธีที่ทางกัมพูชาใช้ เพื่อเพิ่มโอกาสความสำเร็จ และลดโอกาสการถูกโจมตีโดยฝั่งไทย ด้วยการใช้สิ่งปลูกสร้าง และชุมชนโดยรอบเพื่อเป็นโล่ค้ำประกันไม่ให้ถูกยิงตอบโต้
อย่างไรก็ตามกองทัพบกและกองทัพอากาศไทย ได้มีการโจมตีกลับด้วยอาวุธความแม่นยำสูง เช่น ระเบิดนำวิถีด้วยเลเซอร์ หรือปืนใหญ่ความแม่นยำสูง ส่งผลให้เกิดความเสียหายบริเวณรอบข้างต่ำมาก
หลักฐานชัดกัมพูชาใช้พื้นที่ชุมชนเป็นฐานยิง BM-21 ใส่ไทย
ตัวอย่างสถานที่ที่กัมพูชามีการใช้เป็นฐานยิงและฐานที่มั่นของกัมพูชา ที่ได้มีภาพถ่ายหรือวิดีโอยืนยันมาแล้วมีดังนี้
- ชุมชนในประเทศกัมพูชา: พื้นที่หมู่บ้านตรงข้าม อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ถูกใช้เพื่อซ่อนอำพรางเครื่องยิง หรือบรรจุจรวด ซึ่งถูกทำลายโดยกองทัพอากาศในภายหลัง
- โบราณสถาน: สะพานหินสเปียนโต๊ป และพื้นที่รอบปราสาทตาควาย ซึ่งล้วนเป็นโบราณสถาน ถูกใช้เป็นพื้นที่บรรจุจรวดในช่วงของการปะทะด้วยเช่นกัน
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
วิดีโอที่ถูกเผยแพร่ไป เป็นเพียงวิดีโอ AI-Generate ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างความเข้าใจผิด และหวังยอดวิว โดยอ้างอิงข่าวที่มีการเผยแพร่เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเพียงเท่านั้น
กระบวนการตรวจสอบ
- การตรวจสอบด้วยเครื่องมือ AI Detector: มีการนำคลิปวิดีโอไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือ Hive Moderation จนพบว่าวิดีโอนี้ ถูกสร้างจาก AI 99.6%
- การสังเกตรายละเอียดในวิดีโอ: มีการตรวจสอบรายละเอียดต่าง ๆ ภายในภาพ จนพบกับสิ่งที่ผิดปกติ เช่น วิถีจรวดที่ถูกยิงไปในมุมที่ผิดปกติ และลายน้ำ Sora AI ก่อนที่จะถูกเบลอไปในเวลาต่อมา
ผลกระทบจากข้อมูลเท็จนี้
- ความมั่นคงระดับชายแดน: อาจสร้างความเข้าใจผิดให้กับเจ้าหน้าที่หรือประชาชนในพื้นที่ จนนำไปสู่ความตึงเครียดหรือการระแวดระวังที่เกินความจำเป็น
- การกระตุ้นกระแสชาตินิยมสุดโต่ง: วิดีโอประเภทนี้มักถูกนำไปใช้ในเพจการเมืองหรือกลุ่มโซเชียลเพื่อปั่นกระแส “ความเกลียดชัง” ระหว่างประเทศ ซึ่งบดบังข้อเท็จจริงทางภูมิรัฐศาสตร์
- ความเชื่อมั่นในสื่อหลัก: เมื่อคลิปปลอมแพร่กระจายและคนเชื่อไปแล้ว แม้สื่อหลักจะออกมาแก้ข่าว ก็มักจะมีกลุ่มคนที่เลือกจะเชื่อภาพที่เห็นไปแล้ว ส่งผลให้การรับรู้ความจริงบิดเบี้ยว
- การลดทอนความน่าเชื่อถือของ “หลักฐาน”: ในอนาคตเมื่อเกิดเหตุการณ์จริงขึ้น คนอาจจะตั้งคำถามว่า “นี่ก็ AI หรือเปล่า?” ทำให้การสื่อสารในภาวะวิกฤตทำได้ยากขึ้น
ความคิดเห็นของผู้ชมคลิปส่วนใหญ่เชื่อว่าคลิปดังกล่าวเป็นเรื่องจริง
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
- ตรวจสอบความสมจริงของฟิสิกส์และแสงเงา
-
- ควันและไฟ: AI มักสร้างควันจากการระเบิดที่มีลักษณะ “ฟุ้งกระจายไม่เป็นธรรมชาติ” หรือมีรูปร่างซ้ำ ๆ กัน
- รายละเอียดตัวรถ: สังเกตที่ล้อหรือท่อยิงจรวดของ BM-21 หากเส้นสายดูเบลอหรือมีการขยับที่ผิดเพี้ยน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็น AI
- เช็ก “แหล่งข่าวต้นทาง”
-
- หากมีการโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นจริง จะต้องมีรายงานจาก หน่วยงานความมั่นคง หรือ ผู้สื่อข่าวในพื้นที่ ไม่ใช่โผล่มาแค่ในคลิปสั้นบน TikTok หรือ YouTube โดยไม่มีที่มา
- สังเกตเสียงประกอบ (Audio Context)
-
- คลิป AI มักใช้เสียง Effect สงครามที่ซ้ำซ้อนหรือดูเหมือนเสียงในภาพยนตร์มากกว่าเสียงที่บันทึกจากอุปกรณ์จริงที่มีเสียงลมหรือเสียงรบกวนรอบข้าง
- ระวังการพาดหัวแบบ “Clickbait”
- มักใช้คำที่เร้าอารมณ์ เช่น “ด่วน! ไทยเอาคืนแล้ว”, “กัมพูชาเสียหายยับเยิน” ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของคอนเทนต์ปั่นยอดวิว







