โพสต์อ้าง “โดรนอิหร่าน” ถล่ม “เรือ-เฮลิคอปเตอร์” ทัพเรือสหรัฐฯ แท้จริงคลิป AI – เหตุการณ์เก่าปี 34 ที่แล้ว

Thai PBS Verify พบแหล่งที่มาของข่าวปลอมจาก: Threads
โพสต์ของผู้ใช้ Threads อ้างว่า อิหร่านสร้างความเสียหายให้กับเรือรบและเรือพิฆาตของอเมริกา
Thai PBS Verify พบโพสต์ของผู้ใช้ Threads โพสต์คลิปวิดีโอภาพของเรือรบสหรัฐฯ ที่ได้รับความเสียหาย พร้อมข้อความระบุว่า
The very minor damage to the American warships and destroyers that #Trump talked about.
This is what Iranian missiles and drones did to the American naval fleets.
เมื่อนำมาแปลด้วย Google Translate จะได้ข้อความว่า
ความเสียหายเพียงเล็กน้อยต่อเรือรบและเรือพิฆาตของอเมริกาที่ #ทรัมป์ พูดถึงนี่คือสิ่งที่ขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านทำกับกองเรือของสหรัฐฯ
โดยโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 69 ที่ผ่านมา ซึ่งโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้ามากดถูกใจกว่า 1,300 ครั้ง รวมถึงแชร์ข้อมูลดังกล่าวออกไปกว่า 200 ครั้งอีกด้วย
คลิป “เรือ-เฮลิคอปเตอร์” ของสหรัฐฯ เสียหายจริงหรือไม่ ?
เรานำคลิปดังกล่าวไปตรวจสอบด้วยเครื่องมือตรวจจับเนื้อหาที่สร้างโดย AI จาก Hive Moderation พบว่า คลิปดังกล่าวมีแนวโน้มถูกสร้างด้วย AI สูงถึง 94.7%
ผลการตรวจสอบระบุว่า คลิปดังกล่าวมีแนวโน้มถูกสร้างด้วย AI สูงถึง 94.7%
“เรือ-เฮลิคอปเตอร์” ของสหรัฐฯ ถูกอิหร่านโจมตีจริงหรือไม่ ?
เรานำภาพของเรือในคลิปไปตรวจสอบด้วย Google Lens ผลปรากฎว่า ภาพของเรือลำแรกในคลิป ไปตรงกับภาพข่าวของ BBC ที่ได้รายงานเหตุการณ์เรือรบ USS Fitzgerald (DDG-62) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ชนกับเรือบรรทุกสินค้า MV ACX Crystal ที่จดทะเบียนในประเทศฟิลิปปินส์ กำลังเดินทางระหว่างเมืองนาโกย่าและโตเกียวในทะเลญี่ปุ่น เมื่อปี 2560
ผลการค้นหาพบภาพของเรือลำแรกในคลิปตรงกับเหตุการณ์เรือรบ USS Fitzgerald (DDG-62) ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ชนกับเรือบรรทุกสินค้า MV ACX Crystal ในทะเลญี่ปุ่น เมื่อปี 2560
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2560 บริเวณน่านน้ำนอกชายฝั่งคาบสมุทรอิซุ ห่างจากเมืองโยโกซูกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถีชั้นอาร์เลห์เบิร์ก USS Fitzgerald ซึ่งเป็นเรือรบไฮเทคที่มีเรดาร์ตรวจจับได้ไกล ได้ชนเข้ากับเรือบรรทุกสินค้าที่จดทะเบียนในฟิลิปปินส์ จนด้านขวาของเรือได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงทำให้ทหารเรือสหรัฐฯ เสียชีวิต 7 นาย โดยร่างของทั้งหมดถูกพบในห้องพักลูกเรือที่ถูกน้ำท่วม นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีกอย่างน้อย 3 นาย รวมถึงผู้บังคับการเรือ
ภาพจากโพสต์ปลอม (ซ้าย) เปรียบเทียบกับ ภาพข่าวจาก BBC กรณีเรือ USS Fitzgerald ที่ได้รับความเสียหายจากการชนกับเรือพาณิชย์ (ขวา)
ภาพจากการเปรียบเทียบนี้จึงสามารถยืนยันได้อย่างชัดเจนว่า คลิปของเรือที่ได้รับความเสียหายอย่างหนักนั้น ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในตะวันออกกลางแต่อย่างใด
ขณะที่ภาพเฮลิคอปเตอร์ที่ได้รับความเสียหายในคลิปนั้น เรานำคำสำคัญที่ได้จากคลิป ซึ่งเป็นอักษรจากตัวเรือ ซึ่งระบุว่า E21 ไปตรวจสอบด้วย Google Search พบข้อมูลจากวิกิพีเดีย แสดงภาพของเรือยูเอสเอส ซูริบาชิ (USS Suribachi AE-21) เรือบรรทุกกระสุนของกองทัพเรือสหรัฐฯ
อักษรจากตัวเรือยูเอสเอส ซูริบาชิ ซึ่งระบุว่า E21 (ซ้าย) ตรงกันกับภาพในคลิป (ขวา)
นอกจากนี้ในประวัติการบริการของเรือยูเอสเอส ซูริบาชิ ในปี 2535 ระบุว่า
ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2535 เฮลิคอปเตอร์โบอิ้ง-เวอร์ทอล CH-46D ซีไนท์ ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ประสบความขัดข้องทางกลไกระหว่างการขนถ่ายกระสุนและตกกระแทกพื้นท้ายเรือซูริบาชิ เฮลิคอปเตอร์ลำดังกล่าวขึ้นบินจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Dwight D. Eisenhower นอกชายฝั่งรัฐเวอร์จิเนีย โชคดีที่ลูกเรือได้รับบาดเจ็บเพียงคนเดียว
หลังจากนั้นเราตรวจสอบลิงก์ที่แนบในข้อมูล พบว่าภาพที่ได้มีการบันทึกไว้ ตรงกับคลิปที่อ้างว่าเป็นเหตุโจมตีโดยโดรนจากอิหร่านต่อกองทัพเรือสหรัฐฯ จึงทำให้เชื่อได้ว่า คลิปที่ถูกเผยแพร่เป็นคลิปปลอมที่สร้างขึ้นจากภาพนิ่ง

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างการปฏิบัติภารกิจ VERTREP (Vertical Replenishment) หรือการลำเลียงสิ่งของและขนถ่ายกระสุนทางดิ่งระหว่างเรือสองลำ โดยขณะที่เฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ UH-46D Sea Knight ของกองทัพเรือสหรัฐฯกำลังทำการขนถ่ายกระสุนอยู่เหนือบริเวณท้ายเรือของเรือ USS Suribachi ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2535 (1992) ตัวเครื่องได้ประสบปัญหา “ระบบกลไกขัดข้อง” อย่างกะทันหัน ส่งผลให้เครื่องเสียการควบคุมอย่างรุนแรงและตกลงกระแทกกับดาดฟ้าบินท้ายเรืออย่างแรง จนสภาพเครื่องพังยับเยิน ใบพัดฉีกขาด และตัวเครื่องส่วนหนึ่งห้อยต่องแต่งอยู่ตรงขอบท้ายเรือ
อย่างไรก็ตามข้อมูลของเรือซูริบาชิ ระบุว่า เรือดังกล่าวได้ปลดประจำการไปตั้งแต่วันที่ 2 ธันวาคม 2537 จึงยืนยันได้ว่า ไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในตะวันออกกลางในปัจจุบันด้วยเช่นเดียวกัน
เรื่องจริงเป็นอย่างไร ?
จากกรณีที่มีผู้ใช้แพลตฟอร์ม Threads เผยแพร่คลิปวิดีโอ (เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2569) พร้อมระบุข้อความอ้างว่า เป็นความเสียหายเพียงเล็กน้อยของกองเรือและเฮลิคอปเตอร์สหรัฐฯ ที่ถูกขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านโจมตีนั้น “เป็นข้อมูลเท็จและเป็นการสร้างเรื่องแต่งทั้งหมด” จากการตรวจสอบพบว่า คลิปดังกล่าวไม่ใช่เหตุการณ์ปะทะในตะวันออกกลางปัจจุบัน แต่เป็นการนำภาพถ่ายจากอุบัติเหตุเก่า 2 เหตุการณ์ของกองทัพเรือสหรัฐฯ มาตัดต่อร้อยเรียงเข้าด้วยกัน
-
ภาพเรือรบพังยับเยิน: แท้จริงแล้วคือภาพเหตุการณ์อุบัติเหตุเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน 2560 ซึ่งเรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี USS Fitzgerald (DDG-62) ของสหรัฐฯ ประสบอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับเรือบรรทุกสินค้า MV ACX Crystal (สัญชาติฟิลิปปินส์) นอกชายฝั่งคาบสมุทรอิซุ ประเทศญี่ปุ่น ส่งผลให้กราบขวาเรือเสียหายหนักและมีทหารเรือสหรัฐฯ เสียชีวิต 7 นาย (ตรงกับภาพข่าวที่สำนักข่าว BBC เคยรายงานไว้)
-
ภาพเฮลิคอปเตอร์พังเสียหาย: แท้จริงแล้วคืออุบัติเหตุเก่าแก่เมื่อ กันยายน พ.ศ. 2535 (34 ปีที่แล้ว) โดยเฮลิคอปเตอร์ลำเลียงแบบ CH-46D Sea Knight เกิดระบบกลไกขัดข้องกะทันหันขณะปฏิบัติภารกิจขนถ่ายกระสุนทางดิ่ง (VERTREP) ทำให้เครื่องตกกระแทกดาดฟ้าบินท้ายเรือบรรทุกกระสุน USS Suribachi (AE-21) นอกชายฝั่งรัฐเวอร์จิเนีย ซึ่งเรือลำดังกล่าวได้ปลดประจำการไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2537
กระบวนการตรวจสอบ
ทีมข่าว Thai PBS Verify ได้ทำการพิสูจน์ทราบความโปร่งใสของคลิปวิดีโอดังกล่าวผ่าน 3 ขั้นตอน ได้แก่
-
การตรวจจับเนื้อหา AI (AI Detection): นำคลิปวิดีโอเข้าตรวจสอบกับเครื่องมือ Hive Moderation พบว่าคลิปนี้มีดัชนีแนวโน้มสูงถึง 94.7% ที่ถูกสร้างด้วยเทคโนโลยี AI โดยเป็นการนำภาพถ่ายนิ่งในอดีตมาดัดแปลงให้กลายเป็นภาพเคลื่อนไหวเสมือนจริง
-
การสืบค้นย้อนกลับภาพเรือรบ (Reverse Image Search): นำภาพเรือลำแรกในคลิปไปค้นหาผ่าน Google Lens พบว่าภาพความเสียหายที่กราบเรือนั้น ตรงกันทุกประการกับภาพข่าวของสำนักข่าว BBC ในกรณีอุบัติเหตุเรือ USS Fitzgerald ชนกับเรือพาณิชย์ฟิลิปปินส์ที่ทะเลญี่ปุ่นเมื่อปี 2560
-
การสืบค้นร่องรอยและข้อมูลประวัติศาสตร์: สังเกตตัวอักษรระบุรหัสบนตัวเรือในคลิปคือ “E21” เมื่อนำไปสืบค้นพบว่าเป็นรหัสของเรือบรรทุกกระสุน USS Suribachi (AE-21) และเมื่อสอบทานกับคลังข้อมูลประวัติการบริการบน Wikipedia ก็พบหลักฐานและลิงก์ภาพถ่ายที่ตรงกับภาพเฮลิคอปเตอร์ตกกระแทกท้ายเรือในคลิปปลอมทุกประการ
ผลกระทบของข้อมูลเท็จนี้
-
สร้างความปั่นป่วนด้านความมั่นคงระดับโลก: การกุข่าวว่ากองทัพอิหร่านเปิดฉากโจมตีทำลายกองเรือรบสหรัฐฯ จนพังยับเยิน ถือเป็นข้อมูลที่อ่อนไหวสูง เสี่ยงต่อการนำไปใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) เพื่อบิดเบือนสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและปลุกปั่นความเกลียดชัง
-
ข่าวปลอมแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว: โพสต์ดังกล่าวบนแพลตฟอร์ม Threads มียอดกดไลก์สูงกว่า 1,300 ครั้ง และถูกแชร์ต่ออกไปมากกว่า 200 ครั้ง สะท้อนว่าข้อมูลที่สร้างความตื่นตระหนกมักดึงดูดให้ผู้ใช้งานโซเชียลหลงเชื่อและส่งต่อโดยขาดการไตร่ตรอง
-
ภัยคุกคามจาก Generative AI ที่แนบเนียนขึ้น: ข่าวปลอมชุดนี้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่า เทคโนโลยี AI สามารถเนรมิต “ภาพนิ่งอุบัติเหตุเก่าในอดีตต่างกรรมต่างวาระ” ให้กลายเป็น “คลิปวิดีโอข่าวร่วมสมัยอันน่าสะเทือนใจ” ได้อย่างง่ายดาย จนผู้บริโภคสื่อทั่วไปแยกแยะด้วยตาเปล่าได้ยาก
ข้อแนะนำเมื่อได้ข้อมูลเท็จนี้ ?
-
อย่าเพิ่งเชื่อข่าวลือสงครามที่มีความรุนแรง: หากมีการปะทะครั้งใหญ่ระดับโลกเกิดขึ้นจริง สำนักข่าวหลักทั้งไทยและต่างประเทศจะต้องรายงานเป็นข่าวด่วนทันที หากมีอยู่แค่ในโพสต์ส่วนตัวให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อน
-
สังเกตรายละเอียดในภาพ/คลิป: สังเกตตัวเลข รหัสอักษร (เช่น รหัสตัวเรือ E21) หรือจุดผิดปกติที่ดูไม่เป็นธรรมชาติจาก AI แล้วนำรหัสหรือคำสำคัญเหล่านั้นไปค้นหาต่อใน Google
-
ใช้เครื่องมือสืบค้นภาพย้อนกลับ: เมื่อเจอภาพเหตุการณ์ที่น่าสงสัย ให้บันทึกหน้าจอแล้วใช้ Google Lens ค้นหาที่มาของภาพทันที ซึ่งจะช่วยเผยให้เห็นว่าภาพนั้นเป็นเหตุการณ์เก่าที่ถูกนำมาเล่าใหม่หรือไม่
-
ร่วมรายงานโพสต์เท็จ (Report): หากพบเห็นโพสต์ที่เข้าข่ายจงใจบิดเบือนข้อมูล ให้ช่วยกันกดฟังก์ชัน “รายงานความไม่ถูกต้องของข้อมูล” บนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียนั้น ๆ เพื่อให้ระบบลดการมองเห็นและช่วยสกัดกั้นวงจรข่าวปลอม สังคมออนไลน์จะได้ปลอดภัยยิ่งขึ้น







