เมื่อวันที่ 22 ก.พ.2569 นายสัตวแพทย์วิศิษฏ์ อาศัยธรรมกุล หนึ่งในทีมสัตวแพทย์ ที่เข้าไปตรวจสอบการเสียชีวิตของเสือ ที่ อ.แม่ริม และ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ที่ก่อนหน้านี้กรมปศุสัตว์ออกมาชี้แจงสาเหตุการเสียชีวิตว่า เกิดจากการติดเชื้อโรคไข้หัดสุนัข (Canine Distemper Virus) ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากไวรัสที่อันตราย และมักทำให้สัตว์เสียชีวิต โดยแสดงอาการหลายระบบพร้อมกัน เริ่มจากมีไข้สูง ซึม เบื่ออาหาร น้ำมูกและขี้ตาข้นเป็นหนอง ตามมาด้วยอาการทางเดินหายใจ ไอ, จาม, หายใจลำบาก, ระบบทางเดินอาหาร อาเจียน, ท้องเสียรุนแรง และอาการทางระบบประสาท ซึ่งเป็นระยะสุดท้าย เช่นกล้ามเนื้อกระตุก, เดินเซ, ชัก, อัมพาต
น.สพ.วิศิษฏ์ โพสต์ข้อความว่า ในฐานะสัตวแพทย์สวนสัตว์/ สัตว์ป่า และหนึ่งในทีมสัตวแพทย์ที่อยู่หน้างานการตายของเสือที่แม่ริม และแม่แตง มีความไม่สบายใจกับระบบการเฝ้าระวังโรค และการจัดการด้านระบาดวิทยา ที่เกิดการถกเถียงและวิพากษ์กันทั่วไป จึงขอประมวลเรื่องราวเพื่อเป็นข้อมูลและข้อสังเกตดังนี้
จากวันที่เสือเริ่มป่วยด้วยการซึม ไม่กินอาหาร และพบว่ามีไข้ ต่อมามีอาการชัก และตายอย่างรวดเร็ว ผลผ่าชันสูตรเสือที่ตายชุดแรกๆ (1-2 วันหลังแสดงอาการ) ไม่พบอาการรุนแรงใด ๆ ให้สังเกตได้ ช่วงนี้ยังตั้งข้อสันนิษฐานหลายๆ ทาง ทั้งไวรัส, สารพิษ หรือแบคทีเรีย แต่เมื่อพิจารณาว่า เสือทั้งแม่ริม และแม่แตง ที่ห่างกันถึง 30 กม. มีอะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้เสือป่วยและตายด้วยอาการที่เหมือนกันได้ โจทย์จึงไปตกที่อาหาร ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์สัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่ง ที่มาจากแหล่งเดียวกัน
ในจำนวนเสือ กว่า 200 ตัว ทั้ง 2 ที่ ที่กินอาหารนี้ มีผลต่ออาการป่วยเกือบทั้งหมด ยกเว้น เพียงลูกเสือ 3 ตัวที่ยังเลี้ยงด้วยนมเท่านั้น ในวันถัดมา อาการเสือป่วย และตาย เพิ่มขึ้นตามลำดับ
ความสงสัยเชื้อไวรัสที่ว่ามีมากขึ้น เพราะผลตรวจยังไม่ออก มีการส่งตัวอย่างไปทั้งมหาวิทยาลัย และศูนย์ชันสูตรของรัฐ เนื่องจากเสือยังมีอยู่จำนวนมาก จึงต้องจำแนก เป็น 5 ลำดับ คือ ไม่มีอาการป่วย, ป่วยเล็กน้อย, ป่วยรุนแรงปานกลาง, ป่วยหนัก, ป่วยวิกฤต และตาย ซึ่งแต่ละจำพวก ได้กำหนดกระบวนการดูแลแตกต่างกัน ทั้งให้ยาเสริมภูมิคุ้มกัน ยาลดไข้ ยาระงับชัก ยาปฏิชีวนะ ฯลฯ
วันต่อมา เริ่มทราบผลตรวจจากมหาวิทยาลัย ว่าเป็นไวรัสชนิดนั้นแน่ เสือที่ตายในชุดหลังๆ จึงไม่ได้ผ่าชันสูตร เพื่อลดความเสี่ยง ในส่วนนี้มีการทำงานร่วมกับสัตวแพทย์ของกรมอุทยานฯ อย่างต่อเนื่อง ในการตรวจหลักฐานและทำลายซาก ดังนี้เสียงร่ำลือถึงการใช้ประโยชน์จากซากเสือ จึงอคติเกินไป มาถึงประเด็นที่เป็นข่าวขณะนี้
ผมยอมรับว่า เราคงต้องไม่ยอมให้เกิดความเสียหายกับสัตว์เศรษฐกิจมูลค่าเป็นหมื่นล้าน แลกกับความสูญเสียของเสือมูลค่าหลักร้อยล้าน แต่การซุกใต้พรม กับการไม่เกิดบทเรียนในระบบการเฝ้าระวังโรค และระบาดวิทยา วงการโรคสัตว์ สัตว์เศรษฐกิจ สัตว์ป่า มนุษย์ และสิ่งแวดล้อม ที่เรียกว่า สุขภาพหนึ่งเดียว (One Health) คงไม่ไปถึงไหนแน่ ผมรับไม่ได้กับการขว้างผู้ร้ายออกไปแค่ไกลตัว แต่ผู้ร้ายยังอยู่และยังคงก่อการร้ายได้
ยิ่งเห็นการใช้สติปัญญาเลือกชนิดโรค มาเป็นแพะ ช่างน่าละอายนัก เพราะมันส่งผลต่อผู้ประกอบวิชาชีพในสายงานนี้ให้ถูกเหยียดหยามทั้งจากประชาชนในและต่างประเทศ
รอกินโป๊ะแตกครับ
...................
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากโพสต์ดังกล่าว ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมาย โดยหลายคนนึกไปถึงเหตุการณ์ไข้หวัดนกระบาด ช่วงปี 2547-2549 ที่ทำให้เสือโคร่งในสวนสัตว์หลายแห่ง โดยเฉพาะในประเทศไทย เสียชีวิต เนื่องจากติดเชื้อ จากการกินซาสัตว์ปีกที่ติดเชื้อ ทำให้เสือมีอาการป่วยรุนแรง ปอดอักเสบ และตายเป็นจำนวนมาก และอาการที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ค่อนข้างคล้ายคลึงกับอาการของโรคไข้หวัดนก และตรงกับข้อสังเกตเรื่องอาหารของเสือ โดย น.สพ.วิศิษฏ์
ทั้งนี้ วันนี้ (23 ก.พ.2569) น.สพ.วิศิษฏ์ ยังได้โพสต์ข่าวการจัดการเสือติดเชื้อไข้หวัดนก ของประเทศเวียดนาม ระบุว่า เป็นข่าวเก่า 2 ปีที่แล้ว แต่ชื่นชมในเรื่องการทำงาน และการวางมาตรการต่างๆ ที่ตามมา อีกด้วย
อ่านข่าว
ทหารเขมรเผาป่าก่อกวนไทย ศูนย์ไฟป่าอุบลฯ แนะทำ "ไม้ตบไฟ" รับมือ
สารพิษโผล่โขงซ้ำ พบเหมืองรัฐฉาน–เรือขุดกลางน้ำต้องสงสัยต้นตอ
