เชียงใหม่ "หมอกควัน" หนัก กระทบเด็กเลือดกำเดาพุ่งจากพิษ PM 2.5

สิ่งแวดล้อม
16:07
จำนวนผู้ชม 770
เชียงใหม่ "หมอกควัน" หนัก กระทบเด็กเลือดกำเดาพุ่งจากพิษ PM 2.5
เชียงใหม่พบเคสเด็ก 8 ขวบ เลือดกำเดาไหลไม่หยุด จากพิษฝุ่น PM 2.5 อันเนื่องจากสถานการณ์ไฟป่า ที่ส่งผลให้เกิดควันฝุ่นรุนแรงในพื้นที่ภาคเหนือหลายแห่ง โดยเฉพาะที่เชียงใหม่ แพทย์ย้ำให้ป้องกันตนเอง ประชาชนร้องอยากให้แก้ปัญหาให้ตรงจุดเริ่มต้นจากคนเผา

วันนี้ (31 มี.ค.2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เข้าสู่วันที่ 5 แล้ว ที่สถานการณ์ฝุ่นควันจากไฟป่า ส่งผลกระทบในหลายจังหวัดภาคเหนืออย่างรุนแรง โดยไฟป่ายังลุกลามอย่างหนัก โดยเฉพาะที่ จ.เชียงใหม่ ส่งผลกระทบกับสุขภาพของคนในพื้นที่ ล่าสุดข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ พบว่าในเขตอำเภอเมือง ที่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 203 AQI อยู่ในระดับสีแดง ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 104.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร

ฝุ่นควันเมืองเชียงใหม่

ฝุ่นควันเมืองเชียงใหม่

ส่วนที่บนดอยสุเทพ 204 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 78.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร อยู่ในระดับสีแดงเช่นกัน และสูงที่สุดอยู่ที่ ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาหลักของการเกิดไฟป่า โดยดัชนีคุณภาพอากาศวัดได้ 458 AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 332.1 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เว็บไซต์ IQAir ซึ่งจัดอันดับเมืองที่ประสบมลพิษทางอากาศมากที่สุดของโลก

เช้านี้เมื่อเวลา 08.00 น. เทศบาลนครเชียงใหม่ คุณภาพอากาศยังคงอยู่อันดับหนึ่งของโลกต่อเนื่อง โดยดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีม่วง 214 US AQI ค่าฝุ่น PM2.5 อยู่ที่ 138.9 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนสถานการณ์ไฟป่าเช้านี้ของ จ.เชียงใหม่ แม้จะลดลงกว่าเท่าตัว แต่ก็ยังพบว่ามีจุดความร้อนจากไฟป่า 303 จุด โดยสูงสุดอยู่ที่ อ.สะเมิง และ อ.แม่แตง 42 จุด อ.พร้าว 41 จุด อ.เชียงดาว 35 จุด และกระจายไปตามอำเภอต่าง ๆ อีกส่วนข้อมูลของ 17 จังหวัดภาคเหนือ เช้านี้พบจุดความร้อน 1,467 จุด แบ่งเป็นป่าอนุรักษ์ 842 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 547 จุด และนอกพื้นที่ป่า 78 จุด

ฝุ่นควันเมืองเชียงใหม่

ฝุ่นควันเมืองเชียงใหม่

ทั้งนี้ ที่ จ.เชียงใหม่ และแม่ฮ่องสอน ยังคงมีจำนวนสูงสุดของภาคเหนือ ขณะที่ผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ขณะนี้เริ่มทวีความรุนแรงขึ้น โดยพบว่ามีภาพของเด็กเล็กในพื้นที่เริ่มได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ เช่น เด็กหญิงรายหนึ่งในพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ อายุ 8 ขวบ ผู้ปกครองโพสต์ภาพเลือดกำเดาไหลออกมาเป็นลิ่มเลือด จนต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

ผู้ปกครองของเด็กหญิง เปิดเผยว่า แม้ในบ้านจะติดตั้งเครื่องกรองอากาศ เครื่องฟอกอากาศหลายตัว แต่ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.สันทรายเกิดวิกฤตไฟป่า ทำให้ฝุ่นควันสะสมในพื้นที่ บางช่วงค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งเกือบ 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งปกติลูกสาวจะมีอาการเลือกกำเดาไหลในช่วงวิกฤตหมอกควันทุกปี แต่ปีนี้ตอนแรกทำท่าว่าอากาศจะดีไม่มีปัญหา แต่จู่ๆ ก็พุ่งพรวดขึ้นมาในช่วงเพียงไม่กี่วัน และอาการของลูกครั้งนี้ดูรุนแรงกว่า เพราะมีเลือดออกมาเป็นก้อนลิ่มเลือดเลย

"อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยจัดการปัญหาเรื่องนี้โดยเด็ดขาด โดยเฉพาะการจัดการคนเผาให้เด็ดขาดกว่านี้ อย่าอ้างว่าเป็นควันไฟจากเพื่อนบ้าน เพราะหลักฐานชัดเจนว่ามันเกิดไฟป่าในพื้นที่ อยากให้แก้ปัญหาให้ตรงจุด เริ่มต้นจากคนเผานั้นสำคัญที่สุด" ผู้ปกครองเด็กหญิง กล่าว

ขณะเดียวกัน ปัญหาฝุ่นก็ส่งผลให้เริ่มพบประชาชนล้มป่วย ทั้งอาการเลือดกำเดาออก แสบตา แสบคอ แสบจมูก และบางรายป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ ด้านคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ แนะนำวิธีรับมือฝุ่นควัน PM 2.5 โดยเน้นการป้องกันตนเองทั้งใน และนอกบ้าน ปิดช่องทางอากาศ ปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด เพื่อลดการแลกเปลี่ยนอากาศกับภายนอกในช่วงที่ค่าฝุ่นสูง และควบคุมสภาพอากาศภายในบ้าน ตั้งระบบปรับอากาศให้เป็นระบบหมุนเวียนอากาศภายใน ใช้เครื่องกรองอากาศที่มี HEPA

นอกจากนี้ ยังควรงดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดควันภายในอาคาร หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ จุดธูป เทียนหอม หรือการใช้เตาถ่าน ลดแหล่งกำเนิดมลพิษภายในอาคาร จัดพื้นที่ภายในบ้านให้เป็น "ห้องปลอดฝุ่น" เน้นการปิดกั้นไม่ให้ฝุ่นจากภายนอกเข้ามา ใช้เครื่องฟอกอากาศช่วยลดปริมาณฝุ่นภายในห้อง โดยเฉพาะในเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจหรือหัวใจ และควรสวมหน้ากาก N95 ให้แนบสนิท เพราะหน้ากากทั่วไปป้องกัน PM 2.5 ไม่ดีเท่าหน้ากาก N95

อ่านข่าว

นักวิชาการ มธ. ชง "ท้องถิ่น-รัฐบาล" เดินหน้า 5 มาตรการเร่งด่วน รับมือ "PM 2.5 - ไฟป่า"

PM2.5 กระทบสุขภาพ ผู้ป่วยเพิ่ม แพทย์แนะวิธีดูแลตัวเอง ป้องกันก่อนป่วย

จุดความร้อนพุ่ง 610 จุด "แม่ฮ่องสอน" ปัญหาพื้นที่ซับซ้อนดับไฟป่ายาก