เรือน้ำมันของกลาง ถึงท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา

อาชญากรรม
17 มิ.ย. 67
19:51
1,224
Logo Thai PBS
เรือน้ำมันของกลาง ถึงท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา
อ่านให้ฟัง
00:00อ่านข่าวให้ฟังโดย Botnoi Voice เว็บแอปพลิเคชันสำหรับสร้างเสียงจากข้อความด้วย AI (Text to Speech)
เรือน้ำมันของกลางทั้ง 3 ลำ ทยอยเข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา ประมาณ 19.30 น. ขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบน้ำมันและเก็บหลักฐานบนเรือทั้ง 3 ลำ

วันนี้ (17 มิ.ย.2567) เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.เรือน้ำมันของกลางทั้ง 3 ลำจะเข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา แล้ว ซึ่งล่าช้ากว่ากำหนดเดิม สาเหตุมาจากคลื่นลมเป็นอุปสรรคประกอบกับเรือดาวรุ่ง หนึ่งในเรือของกลางเสีย ไม่สามารถขับเคลื่อนเองได้ ต้องใช้วิธีการลากจูงเข้าฝั่ง

เรือน้ำมันของกลางทั้ง 3 ลำ ทยอยเข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา ประมาณ 19.30 น.

เรือน้ำมันของกลางทั้ง 3 ลำ ทยอยเข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา ประมาณ 19.30 น.

เรือน้ำมันของกลางทั้ง 3 ลำ ทยอยเข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา ประมาณ 19.30 น.

นอกจากนี้ยังต้องเดินเรือด้วยความระมัดระวัง เนื่องจากมีโพงพางที่ปักอยู่ใกล้เคียงพื้นที่ และอยู่ในช่วงกลางคืน นอกจากเรือของกลางแล้ว ยังมีเรือตรวจการณ์ของตำรวจน้ำ และเรือจาก ศร ชล ภาค 1 และ ภาค 2 ควบคุมเรือของกลางมาที่นี่ด้วย

เรือน้ำมันของกลางทั้ง 3 ลำ ทยอยเข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา ประมาณ 19.30 น.

เรือน้ำมันของกลางทั้ง 3 ลำ ทยอยเข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา ประมาณ 19.30 น.

เรือน้ำมันของกลางทั้ง 3 ลำ ทยอยเข้าจอดเทียบท่าที่ท่าเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา ประมาณ 19.30 น.

ล่าสุด เมื่อเวลาประมาณ 19.30 น.ที่ผ่านมา เรือบรรทุกน้ำมันเถื่อนทยอยเข้ามายังท่าเทียบเรือตำรวจน้ำ จ.สงขลา โดยเรือลำแรก คือ เรือกำไรเงิน ตามมาด้วยเรือ เจ.พี. และเรือดาวรุ่ง ขณะที่ตำรวจเตรียมสอบสวนลูกเรือทั้ง 8 คน ก่อนควบคุมตัวไปฝากขังที่ สภ.เมืองสงขลา 

พล.ต.ต.พฤธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.)

พล.ต.ต.พฤธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.)

พล.ต.ต.พฤธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.)

พล.ต.ต.พฤธิพงศ์ นุชนารถ ผู้บังคับการตำรวจน้ำ (ผบก.รน.) ระบุว่า  เรือกำไรเงิน หรือเรือซีฮอด เป็นเรือที่ถูกดัดแปลงเดิมพื้นเป็นสีแดง แต่ปัจจุบันทาเป็นสีเขียว และมีบางส่วนเป็นสีเทา สะท้อนว่า ยังทาไม่เสร็จและเร่งรีบเดินทางออกมา โดยมีลูกเรือ 3 คน ส่วนของกลางอยู่ในแทงค์

จากนี้ตามกระบวนการเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะขึ้นไปตรวจสอบบนเรือว่า มีลายนิ้วมือ และ DNA ตรงกับผู้ที่หลบหนีหรือไม่ ก่อนรับของกลาง ส่วนน้ำมันของกลางนั้น พิสูจน์หลักฐานจะเข้าตรวจสอบว่ายังหลงเหลืออยู่หรือไม่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยว่า พิสูจน์หลักฐานจะบอกเองว่าน้ำมันเหลืออยู่ปริมาณเท่าใด ส่วนน้ำมันที่หายไปนั้น ผู้ต้องหาจะถูกดำเนินคดีข้อหาหลักทรัพย์ ซึ่งคาดว่าการถ่ายเทน้ำมันอย่างเร่งรีบและแปลงโฉมเรือด้วยการทาสี เพื่อนำเรือไปใช้ประกอบการอีก แต่ถูกกดดันจากตำรวจและทางกัมพูชาจนต้องรีบหนีออกจากพื้นที่ กระทั่งตำรวจสืบสวนจับกุมได้ที่เขตเศรษฐกิจจำเพาะของมาเลเซีย ขณะนี้ยังไม่ได้คุยกับผู้ต้องหา ซึ่งชุดสืบสวนของกองปราบปรามจะเป็นผู้ดำเนินการ

คดีดังกล่าว สืบเนื่องมาจากกรณีเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2567 ได้ตรวจพบว่า เรือของกลางพร้อมน้ำมันเถื่อนของกลางบรรจุภายในเรือ จำนวน 3 ลำ ประกอบด้วย 1.เรือ เจ.พี. 2.เรือซีฮอด และ 3.เรือดาวรุ่ง พร้อมลูกเรือจำนวน 5 คน ได้หายไปจากจุดทิ้งสมอ ใน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  และเจ้าหน้าที่ได้ติดตามจนนำเรือกลับมาได้ ที่ท่าเทียบตำรวจน้ำ จ.สงขลา 

พล.ต.ท.จรูญเกียรติ ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า จากข้อมูลเบื้องต้น พอทราบว่า เรือทั้ง 3 ลำได้ถูกนำน้ำมันไปขายแล้ว และเริ่มมีการเปลี่ยนสภาพให้เปลี่ยนไปจากเดิม

แต่ช่วงที่ถูกกดดันและพอทราบข่าวว่าตำรวจน้ำประสานกัมพูชาจึงรีบหนีออกจากพื้นที่ และการรีบออกมาจึงทำให้เรือบางลำเครื่องยนต์เสียหาย ซึ่งเบื้องต้นยืนยันว่า น้ำมันเหลือเพียงพอใช้ในการเดินเรือ ขณะนี้อยู่ระหว่าง พฐ.ตรวจสอบ อย่างละเอียด โดยในวันพรุ่งนี้ (18 มิ.ย.67) จะชี้แจงรายละเอียดเรื่องปริมาณน้ำมัน

เรือทั้ง 3 ลำ รวมมูลค่า 30 ล้านบาท ขณะที่น้ำมันมูลค่าราว 4-5 ล้านบาท ซึ่งการยึดเรือจะสร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการมากกว่าจึงต้องดำเนินการขึ้นเด็ดขาดคือนำเรือกลับมาให้ได้

กรณีน้ำมันที่หายจะต้องดำเนินคดีต่อไปเพราะศาลได้อนุมัติหมายจับไปแล้วใน 2 ข้อหา ขณะที่เจ้าหน้าที่อาจถูกฟ้องฐานละเมิดทำให้เสียหายรัฐด้วย โดนจะถูกดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางวินัยด้วย กรณีตำรวจน้ำทั้ง 3-4 นาย ให้สรุปในเร็ววันนี้ ว่าบกพร่องในหน้าที่หรือมีเจตนาทำให้เสียหาย หรือมีการช่วยเหลือหรืออำนวยความสะดวกให้กับผู้ก่อเหตุหรือไม่ 

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีใครมาแสดงตัวเป็นเจ้าของเรือ รวมถึงอยู่ระหว่างติดตามตัวผู้ที่หลบหนีอีก 17 คน ให้เข้ามามอบตัวเพื่อให้ปากคำ

คนพวกนี้เป็นเพียงลูกจ้าง คนขายกับคนซื้อน้ำมันนั้นขายน้ำมันโดยการคุยทางโทรศัพท์ ลูกเรือพวกนี้น่าสงสารขึ้นเรือแล้วไม่ได้กลับ ลูกเรือพวกนี้อาจเป็นผู้เสียหายด้วยซ้ำ

ขณะที่คดีแรกจำนวน 28 คน ซึ่งมีเรือถูกจับ 5 ลำ ขณะนี้จะเตรียมพิจารณายกเลิกการให้การประกันตัวผู้ต้องหาบางส่วน เนื่องจากเรือ 2 ลำนั้นไม่ได้หลบหนี ขณะที่ เรือ 3 ลำที่หลบหนี ก็อยู่ระหว่างการขยายผลและตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิคเพื่อขยายผลไปถึงผู้สั่งการต่อไป

อ่านข่าว : เด้ง ผกก.ตำรวจน้ำ พร้อมพวกรวม 4 คน เซ่นเรือน้ำมันเถื่อนหาย  

"บิ๊กเต่า" ยันไม่มีฮั้ว "เสี่ยโจ้" ปมเรือน้ำมันเถื่อน บ่าย 3 พาสื่อพิสูจน์ 

 ตำรวจน้ำสงขลา เข้าควบคุมเรือบรรทุกน้ำมันของกลาง 3 ลำ ได้แล้ว 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง